โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นัก กม. สิ่งแวดล้อม ชี้ “ดินปนขยะอิเล็กทรอนิกส์” หนองปรือ ชลบุรี เจ้าของที่อาจมีความผิด

Thai PBS

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

เตือนชาวบ้าน แม้ไม่ใช่ผู้ก่อกำเนิดขยะ แต่หากพบว่าเป็นวัตถุอันตรายในครอบครอง มีความผิด แนะ รัฐไล่หาต้นทาง ตรวจสอบเชิงรุก ชวนภาคประชาชน ร่วมเป็นหูเป็นตา สังเกตการเคลื่อนย้าย หรือดินที่มีลักษณะต้องสงสัย

วันนี้ (20 ก.ย. 69) จากกรณีชาวบ้านหมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ร้องเรียนพบกองวัสดุต้องสงสัยลักษณะคล้ายกากสารเคมีและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ถูกนำมาทิ้งในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ เกรงกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน จากการตรวจสอบของหน่วยงานเบื้องต้น เจ้าของพื้นที่ให้ข้อมูลว่าสั่งซื้อวัสดุดังกล่าวมาในราคาเที่ยวละ 2,000 บาท ขนส่งด้วยรถเทรลเลอร์ 3 เที่ยว ตั้งใจนำมาคัดแยกและนำส่วนที่เหลือไปถมที่ดิน ก่อนจะหยุดดำเนินการหลังทราบว่าอาจไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างตรวจสอบชนิดและลักษณะของวัสดุดังกล่าว

ชำนัญ ศิริรักษ์ ทนายความด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากมลพิษอุตสาหกรรม ให้สัมภาษณ์กับ The Active ว่า จากลักษณะวัสดุที่พบยังต้องตรวจสอบว่ามีการซื้อมาเพื่อคัดแยกจริงหรือไม่ เพราะหากดูจากสภาพการนำมาทิ้ง อาจมีลักษณะเป็นการนำของเสียมาทิ้งมากกว่าการนำมาเก็บเพื่อใช้ประโยชน์ เพราะหากดูจากสิ่งของเหล่านี้ ถ้าไม่ใช่คนที่มีอาชีพหรือคนที่ทำงานด้านนี้โดยตรง ไม่น่าจะนำมาคัดแยกทำประโยชน์อะไรได้ และดูเข้าข่ายเป็นที่ทิ้งขยะปลายทางมากกว่า ซึ่งสิ่งที่ต้องตรวจสอบต่อไป คือวัสดุเหล่านี้มาจากไหน ใครเป็นผู้ขายหรือผู้ส่งมา และมีต้นทางจากโรงงานหรือสถานประกอบการใด เพราะโดยปกติของเสียลักษณะนี้ควรเข้าสู่กระบวนการกำจัดหรือจัดการอย่างถูกต้อง

“ถ้าถามว่าขยะแบบนี้ซื้อขายกันได้หรือ มันก็เป็นไปได้ ถ้าคนที่คิดว่าสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ก็อาจจะซื้อ แต่โดยปกติแล้วขยะตรงนี้น่าจะเป็นขยะที่ต้องเอาไปกำจัด ส่วนใหญ่คนที่รับมาจะต้องเป็นคนที่ถูกจ้างด้วยซ้ำ ไม่ใช่เรื่องของการที่ไปซื้อ”
ชำนัญ ศิริรักษ์

เตือนผู้ครอบครอง อาจมีความผิดตามกฎหมาย

ชำนัญ อธิบายว่า ในทางกฎหมาย หากวัสดุที่พบเข้าข่ายวัตถุอันตราย ผู้ที่ครอบครองอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยเฉพาะกรณีที่ตรวจพบว่ามีสารเคมีหรือสารอันตรายปนเปื้อนอยู่ในขยะอิเล็กทรอนิกส์แม้เจ้าของที่ดินอาจไม่ได้เป็นผู้ก่อกำเนิดขยะ แต่เมื่อวัสดุดังกล่าวถูกนำมาอยู่ในพื้นที่ของตน ก็อาจต้องรับผิดในฐานะผู้ครอบครองตามกฎหมาย และการตรวจสอบไม่ควรหยุดอยู่เพียงเจ้าของพื้นที่ แต่ต้องย้อนกลับไปหาต้นทางด้วยว่า ใครเป็นผู้ขนขยะเข้ามา และขยะมาจากโรงงานหรือสถานประกอบการใด

ขยะ

“ด้วยความที่ว่าขยะตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหรือเป็นการให้ฟรีอะไรก็แล้วแต่ ถ้าปรากฏอยู่ในที่ดินของเรา เจ้าของที่ดินต้องรับผิดชอบในฐานะผู้ครอบครองตามกฎหมายวัตถุอันตราย”

ชำนัญ ศิริรักษ์

ทนายชำชนัญ ระบุว่า หากเป็นกากของเสียจากโรงงานที่อยู่ในระบบการจัดการจะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.บัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งกำกับดูแลการประกอบกิจการโรงงานและการจัดการของเสียจากภาคอุตสาหกรรม ส่วนกรณีที่เป็นกิจการที่ลักลอบดำเนินการ อาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายด้านสาธารณสุขและกฎหมายเกี่ยวกับการจัดการมูลฝอยเพิ่มเติม เชื่อปัญหาลักษณะนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงจุดเดียว โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก แต่ที่ผ่านมาอาจไม่มีการตรวจพบ เพราะประชาชนยังไม่รู้ว่าลักษณะของวัสดุหรือดินที่พบอาจเป็นสิ่งผิดปกติ

“ถ้ามองตามเทรนด์ของพื้นที่โซนภาคตะวันออก ตอนนี้มีกลุ่มพวกนี้เยอะมากขึ้น สิ่งที่เราเห็นเยอะอาจจะเกิดจากที่ชาวบ้านเริ่มดูข่าว เริ่มเห็นว่าดินแบบนี้ที่มีลักษณะของสีดิน ลักษณะของวัสดุที่อยู่ในดินแบบนี้ ก็เลยทำให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มแยกแยะว่าเป็นสิ่งของที่ไม่ปกติ ทำให้เกิดการแจ้งข่าว เกิดการตรวจสอบ เลยทำให้เราเห็นเยอะขึ้น แต่จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่ามันน่าจะเยอะมานานแต่ว่าชาวบ้านอาจจะไม่ได้รู้เท่าทัน”
ชำนัญ ศิริรักษ์

มลพิษ

จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง – ท้องถิ่นตรวจสอบเชิงรุก

สำหรับการป้องกัน ชำนัญ เห็นว่า หน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการสังเกตการเคลื่อนย้ายดิน วัสดุ หรือของเสียที่ผิดปกติ รวมถึงพื้นที่โกดังหรือสถานประกอบการที่อาจเกี่ยวข้องกับการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะ อบต. เทศบาล หรือผู้นำชุมชน อาจจะต้องสังเกตเรื่องของการเคลื่อนย้ายดิน เคลื่อนย้ายวัสดุที่ผิดปกติ แล้วก็ไปเททิ้งในจุดต่าง ๆ ชาวบ้านก็ต้องเป็นหูเป็นตาร่วมกัน

ส่วนข้อเสนอเรื่อง กฎหมาย PRTR หรือ ร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ ชำนัญ มองว่าเป็นอีกกลไกที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลสถานประกอบการ แต่ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์จำเป็นต้องมองตั้งแต่ต้นทางทั้งการนำเข้า การผ่านพิธีการศุลกากร ไปจนถึงโกดังและพื้นที่ปลายทาง เชื่อว่า กฎหมายที่มีอยู่เพียงพอ แต่ปัญหาคือการบังคับใช้อาจจะยังไม่เข้มงวดมากพอ

ชำนัญ ชี้ว่า อีกปัญหาที่ต้องเร่งแก้ คือ เมื่อพบขยะที่อาจเป็นของเสียอันตรายแล้ว ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการขนย้ายและกำจัด เพราะการนำไปจัดการอย่างถูกต้องมีต้นทุนสูง หากเจ้าของที่ดินหรือชุมชนไม่มีงบประมาณเพียงพอ ขยะเหล่านี้ก็อาจถูกทิ้งไว้ในพื้นที่ต่อไป และเสี่ยงกระทบสิ่งแวดล้อมในระยะยาว โดยเฉพาะกรณีที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ

“การขนย้ายออกไปทิ้งที่ถูกต้อง มีต้นทุนและทรัพยากรเงินที่มาก ดังนั้นถ้าประชาชนไม่เพียงพอที่จะมีงบประมาณ ถ้าเจ้าของที่ดินไม่มีงบในการจัดการ ก็อาจจะต้องทิ้งไว้อย่างนั้น ซึ่งมันก็จะเกิดผลกระทบระยะยาวกับสิ่งแวดล้อมตรงนั้น”
ชำนัญ ศิริรักษ์

คพ. เร่งตรวจสอบ หากพบเป็นของเสียอันตราย เตรียมบังคับใช้ กม.เด็ดขาด

ด้าน สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้เร่งตรวจสอบทั้งชนิดและลักษณะของวัสดุ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หากพบว่าเป็นกากของเสียอันตราย จะดำเนินการกับเจ้าของที่ดินตามกฎหมาย พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป

โดย สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 จะประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อตรวจสอบวัสดุ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และติดตามการจัดการ โดยย้ำว่าของเสียอันตรายและซากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ต้องได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนสู่ดิน น้ำ และสิ่งแวดล้อมต่อไป

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

วอลเลย์บอลหญิงไทย ดวล จีน เอเชียนเกมส์ 2026 รอบรองชนะเลิศ

53 นาทีที่แล้ว

"การดี" ยื่น สตง. ตรวจสอบโปรเจกต์ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"ป่าล้อมเมือง" กลุ่มผึ้งหลวง ยุทธศาสตร์ส่ง "นฤพนธ์" นั่งนายก อบจ.นนทบุรี

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เสียงสะท้อน CEO สหรัฐฯ วิกฤตซัปพลายเชนเลวร้ายกว่ายุคโควิด-19

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...