“ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต.ถอนการกัน 3 บุคคลไว้เป็นพยาน คดีฮั้ว สว. จี้ดำเนินคดีอาญาฐานแจ้งเท็จ เตือนละเลยผิด ม.157
“ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต.ถอนการกัน 3 บุคคลไว้เป็นพยาน คดีฮั้ว สว. หลังกลับคำให้การทำให้ กกต.เสียงข้างมากอ้างว่าไม่น่าเชื่อถือ ส่งผลให้ข้อกล่าวหาฮั้ว สว.ไม่น่าเชื่อถือ จี้ดำเนินคดีเอาผิดอาญาฐานแจ้งเท็จ เตือนละเลยเข้าข่ายผิดม 157
วันนี้( 21 ก.ย.) นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้มีมติเพิกถอนการกันบุคคลไว้เป็นพยาน และให้การกันบุคคลไว้เป็นพยานสิ้นสุดลงในรายของ 3 พยานที่กลับคำให้การในคดีฮั้วเลือกสว. พร้อมทั้งดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 137, 175, 177 ด้วย
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากกรณี กกต. แถลงมติส่งศาลฎีกาฟ้องบุคคลต่าง ๆ ที่มีส่วนพัวพันคดีฮั้ว สว. จำนวนทั้งสิ้น 77 คน และกกต.เสียงส่วนใหญ่ไม่ฟ้องคณะกรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงิน แต่เลือกฟ้อง ส.ว. เพียง 26 คนและทีมงานเครือข่ายแสดงให้เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบสวนในสำนวนพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการโกงการเลือก สว. เกิดขึ้นจริง ซึ่งในการแถลงประธานกกต ระบุว่าเสียงข้างมากไม่รับฟังพยาน 3 รายที่ กกต.เคยมีมติกันไว้เป็นพยาน ตามมาตรา 65 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และ ระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดีอาญา พ.ศ.2563 ได้แก่ พยานรหัส 16 พยานรหัส 21 และ พยานรหัส 22 แต่กลับมีการเปลี่ยนแปลงคำให้การ ทำให้ กกต.เสียงข้างมากอ้างว่าไม่น่าเชื่อถือ ส่งผลต่อข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว ส.ว. “ไม่น่าเชื่อถือ” เพราะมากลับคำให้การภายหลัง สร้างความสงสัยให้กับคนในแวดวงกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมอย่างมากเ
"เมื่อพยานดังกล่าวกล้าที่จะกลับคำให้การ ก็ต้องเป็นหน้าที่ของ กกต.เพราะเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา ที่จะต้องมีมติเพิกถอนการกันบุคคลไว้เป็นพยาน และให้การกันบุคคลไว้เป็นพยานสิ้นสุดลง ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดีฯ ข้อ 10 โดยต้องดำเนินคดีอาญาทันที 2 ข้อหาโดยเร็ว คือ ข้อหาที่ 1 คดีเลือกตั้งเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 และข้อหาที่ 2 ความผิดฐานแจ้งความเท็จ/ให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 175, 177 "
ทั้งนี้ หาก กกต.เพิกเฉย อาจถือได้ว่ากระทำความผิดอาญาเสียเอง ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยกกต.2560 มาตรา 69 บัญญัติไว้ชัดเจนว่า กกต. ที่กระทำการหรือหรือละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี รวมทั้งตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยป.ป.ช.2561 มาตรา 172 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 อันเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตได้
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO