โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ เผย "หวัง อี้" ระบุกัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (24 เม.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือและร่วมกินอาหารกลางวันกับ นายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศของจีน ว่า ขอให้ทางการจีนช่วยเจรจา ทั้งเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ การจัดส่งพลังงานทั้งน้ำมันดิบและแก๊ส โดยขอให้รวมประเทศไทยอยู่ในบริบทการเจรจาด้วย เพราะเส้นทางการเดินเรือต่าง ๆ จากตะวันออกกลางไปประเทศต่าง มีส่วนที่ผ่านประเทศไทยด้วย ซึ่งทางรมว.ต่างประเทศของจีน กล่าวว่า ขออย่ากังวล เพราะไทย-จีน ก็เหมือนพี่น้องกัน

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การพูดคุยเรื่องของปุ๋ย ตนเรียนว่าเรื่องวิกฤตพลังงาน ไทยสามารถจัดการเรื่องน้ำมันได้ ขณะนี้ค่อนข้างนิ่งแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่ามั่นคงแล้ว เพราะไม่แน่ชัดว่าสถานการณ์การสู้รบจะยืดเยื้อไปถึงใด แต่ให้ความเชื่อมั่นว่าน้ำมันจะไม่ขาดแคลน หรือมีปัญหาอย่างแน่นอน ซึ่งตรวจสอบกับกลุ่มผู้ค้าน้ำมันและโลจิสติกส์แล้วว่า ประเทศไทยจะไม่เกิดปัญหารุนแรง

นายกรัฐมนตรี กล่าวกับนายหวัง อี้ ว่า อยากให้จีนพิจารณาจำหน่ายปุ๋ย หากมีปริมาณเพียงพอ รวมทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เจรจากับทางประเทศรัสเซีย ในการขอซื้อปุ๋ยอีกด้วย หากจีนกับรัสเซีย มีโควตาปุ๋ยมาจำหน่ายให้กับไทยได้ ก็จะช่วยแก้ไขปัญหาได้มาก

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า นายหวัง อี้ เดินทางไปกัมพูชาก่อนจะมาไทย โดยยินดีเป็นตัวกลางแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งจีนบอกว่าท่าทีของกัมพูชาต่อไทย "เหมือนกับว่าทางกัมพูชาไม่อยากสู้รบกับไทยแล้ว ไม่อยากเผชิญหน้า ไม่อยากมีความขัดแย้งแล้ว" และทางการจีนแจ้งให้กับไทยทราบ

ขณะที่ไทยยืนยันว่า ไม่อยากมีความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านในทุกภูมิภาค แต่ทุกเรื่องมีขั้นตอนในการพูดคุย และการสร้างกติกาขึ้นมาก่อน เพื่อทำให้ความสัมพันธ์รื้อฟื้นกลับขึ้นมาได้ แต่ไม่ใช่ข้ามคืน และต้องสร้างความเชื่อมั่นต่อกัน ซึ่งเป็นท่าทีที่ตนแจ้งกับนายหวัง อี้

ส่วนที่ทางการจีนมาบอกกับไทยว่า ทางกัมพูชาไม่อยากสู้แล้วนั้น ถือเป็นการแสดงความเป็นกลางหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราอย่าเพิ่งพยายามไปเดาใจอะไร แต่ต้องนึกถึงสิ่งที่ไทยจะได้จากท่าทีนี้ ประเทศไทยจะปลอดภัย 100% และไม่เสียเปรียบด้านใดเลย อธิปไตยและดินแดนก็ยังคงอยู่ ดังนั้นหากรัฐบาลจะตัดสินใจในแนวทางใด เกี่ยวกับเรื่องนี้ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ

ขณะเดียวกันไม่ได้พูดถึงเรื่องการเปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา ส่วนท่าทีของทหารกัมพูชาที่ดูขัดแย้งกับความต้องการในการยุติสงครามนั้น นายอนุทิน มองว่า ไม่รู้ว่ามีการยั่วยุขนาดไหน แต่ไม่ใช่การยั่วยุจากที่รัฐบาลสั่งมา ตราบใดที่ยังมีการกระทำอยู่ในเขตของกัมพูชา ไม่ล่วงล้ำดินแดนเข้ามา ไทยต้องอดทน ต้องนิ่ง และไม่ยั่วยุกลับ

เมื่อถามว่า จีนเข้าใจบรรยากาศและท่าทีระหว่างไทยและกัมพูชา ใช่หรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า เข้าใจดี เพราะพูดคุยกันลึกพอสมควรว่า ปัญหาที่แท้จริงมาอย่างไร และวิธีการแก้ไขควรใช้แนวปฏิบัติเช่นไร

"เราไม่ได้บอกว่าจีนมายืนยันความเป็นกลาง แต่จีนบอกว่าไทยเป็นประเทศบ้านพี่เมืองน้องของจีน ซึ่งผมบอกกับจีนไปว่าไทยเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่จีนบอกว่าไม่ใช่สำหรับจีน เพราะสำหรับจีนแล้ว ไทยเป็นประเทศที่ใหญ่ในภูมิภาคนี้ ดังนั้นไทยไม่จำเป็นต้องให้ยืนยันอะไรว่า จีนจะเป็นกลางหรือไม่ แต่เราต้องดูท่าที" นายกฯ กล่าว

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงความสนใจของจีนในการร่วมลงทุนในไทย ว่า มีการมาลงทุนเยอะมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมัยใหม่ อุตสาหกรรมยานยนต์และที่เกี่ยวเนื่อง ทั้งเซ็นเซอร์ต่าง ๆ และหุ่นยนต์ รวมถึงเทคโนโลยี AI โดยมองไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนอีกด้วย

อ่านข่าว :

ลอบวางบึ้มทหารพราน เจ็บ 1 นาย อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี

ส่งออกโต 19.3% สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทำ New High เหนือ 3.5 หมื่นล้านดอลลาร์

"ประกันสังคม" แจงกรณีคำพิพากษาศาลฎีกา "เงินบำนาญชราภาพ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

กรมพัฒน์ฯ ลุยปราบนอมินี ดึง 20 หน่วยงานรัฐ MOU 29 เม.ย.นี้

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สบส.รับเรื่องร้อง "คลินิกนครปฐม" ปมอินฟลูฯ เสียชีวิตหลังศัลยกรรมจมูก

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สหรัฐฯ พร้อมต้อนรับ นักเตะอิหร่าน แต่ผู้ติดตามต้องห้ามเกี่ยวข้อง IRGC

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กยศ.เปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืม เร่งชำระ-ปรับโครงสร้างหนี้ ก่อนถูกดำเนินคดี

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...