กรมพัฒน์ฯ ลุยปราบนอมินี ดึง 20 หน่วยงานรัฐ MOU 29 เม.ย.นี้
วันนี้ (24 เม.ย.2569) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯ เดินหน้าป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อสกัดกั้นและป้องกันการนำนิติบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ จึงได้ดึงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 21 หน่วย เข้ามาเป็นพันธมิตรในการดำเนินการกับนอมินี โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการป้องกันและปราบปรามการใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง ในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล
สำหรับ 21 หน่วยงานประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสรรพากร กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน กรมการท่องเที่ยว กรมการจัดหางาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสมาคมธนาคารไทย
สำหรับผลการสกัดกั้นการจดทะเบียนบัญชีม้านิติบุคคล ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2569 ปรากฏว่า ในช่วงไตรมาสแรก (1 ม.ค.-31 มี.ค.) พบการจัดตั้งบริษัทกลุ่มเสี่ยงนอมินีลดลงถึง 60% พบบริษัทกลุ่มเสี่ยง 1,373 บริษัท เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 3,511 บริษัท
ส่งผลให้ช่วง 1-23 เม.ย.2569 พบบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลงถึง 75% คงเหลือ 175 บริษัท เมื่อเทียบกับสถิติช่วงเดียวกันของปี 2568 ที่มี 658 บริษัท สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการต่าง ๆ ที่กรมได้ออกมา ช่วยป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดในธุรกิจนอมินีได้จริงและเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่ก็ยังเหลือหลุดรอดอีก 25% ซึ่งกรมกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติม โดยจะดูว่าที่ยังหลุดรอดมาจากอะไร จะได้เพิ่มมาตรการป้องกัน แต่ทั้งนี้ จะให้มีผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดีน้อยที่สุด
ส่วนการป้องกันและปราบปรามนอมินี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568-23 เม.ย.2569 นำส่งข้อมูลให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง 11 ราย พบว่า มีความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลกว่า 300 ราย เป็นธุรกิจในกลุ่มเหล็ก สำนักงานบัญชี ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจขนส่ง ตรวจพบในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ สุราษฎร์ธานี ชลบุรี กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงลึกกลุ่มเสี่ยงใน 27 พื้นที่ 10 จังหวัด อาทิ ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ และล้งมะพร้าว
ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินคดีตามกฎหมาย ได้แก่ ส่ง ปปง. ตรวจสอบเส้นทางเงิน 534 ราย ส่งกรมสรรพกาตรวจสอบบัญชีและงบการเงิน 6,709 ราย ส่งสำนักงานประกันสังคม 137 ราย ส่ง บก.ปอศ. 117 ราย ได้แก่ สำนักงานบัญชี 92 ราย ล้งมะพร้าวนิติบุคคล 15 ราย และบุคคลธรรมดา 10 ราย ตรวจสอบการทำผิดตามพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ส่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ 25 ราย ส่งสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า 15 ราย
ตรวจสอบพบธุรกิจต่างด้าวที่เข้าข่ายการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 4,372 ราย ประกอบด้วยธุรกิจบัญชีหนึ่งซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยเด็ดขาด 256 ราย ธุรกิจบัญชีสองและธุรกิจบัญชีสาม ที่ต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะประกอบธุรกิจได้ 4,116 ราย โดยจะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อตรวจสอบเชิงลึกต่อไป
อ่านข่าว:
เข้มปราบนอมินี-ทุนเทา กรมพัฒน์ฯ เตือน ผู้รับรองลายมือชื่อต้องรับผิดชอบ
"อนุทิน" ย้ำไร้เส้นสาย สั่งปราบอาชญากรรมข้ามชาติ "สุดซอย"
"มะพร้าวน้ำหอม" ดิ่งเหลือลูกละ 3 บาท ชาวสวนชี้มาตรการรัฐยังไม่ตอบโจทย์