ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง 69 ไม่ขัด รธน.ไม่ละเมิดสิทธิ ปชช.
วันนี้ (28 ก.ย.2569) ศาลรัฐธรรมนูญ กำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติ ในคดีเรื่องพิจารณาที่ ต.30/2569 กรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผู้ร้อง) รับเรื่องร้องเรียน 22 คำร้อง ขอให้พิจารณาวินิจฉัย พร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 213 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป เมื่อ 8 ก.พ.2569 โดยกำหนดรูปแบบและจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่ง หรือ บาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ด ซึ่งน่าเชื่อได้ว่า สามารถสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลคะแนนได้ทำให้การออกเสียงลงคะแนน มิได้เป็นไปโดยรับเป็นการกระทำที่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 4 มาตรา 25 มาตรา 32 มาตรา 34 มาตรา 50(7) มาตรา 83 วรรค 2 มาตรา 85 มาตรา 95 และมาตรา 224
ผลการพิจารณา ก่อนการพิจารณาคดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องของนายพลภาขุน เศรษฐญาบดี ฉบับลงวันที่ 24 ก.ย.2569 และคำร้องเพิ่มเติม ฉบับลงวันที่ 28 ก.ย.2569 ที่ยื่นคัดค้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้ถอนตัวจากการพิจารณาคดี และศาลรัฐธรรมนูญประชุมปรึกษาหารือเพื่อพิจารณาแล้ว กรณีไม่เป็นเหตุคัดค้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่กรณีที่อาจยกข้อคัดค้านขึ้นอ้างได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 32 มาตรา 33 และมาตรา 35 จึงมีคำสั่งยกคำร้องคัดค้านดังกล่าว
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า การใช้รหัสคิวอาร์ (QR Code) ในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (3) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก (8 ต่อ 1) วินิจฉัยว่า การใช้รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรคสอง และมาตรา 85 วรรคหนึ่ง ไม่เป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ตุลาการเสียงข้างมาก จำนวน 8 คน คือ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน นายจิรนิติ หะวานนท์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายอุดม รัฐอมฤต นายสุเมธ รอยกุลเจริญ นายสราวุธ ทรงศิวีไล และ พล.ต.ท.จักรพงศ์ วิวัฒน์วานิช
ตุลาการเสียงข้างน้อย จำนวน 1 คน คือ นายนภดล เทพพิทักษ์ เห็นว่า การใช้รหัสแท่ง (Barcode) ในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2569 ที่สามารถสืบย้อนกลับถึงตัวบุคคลที่ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งได้ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญูอันเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก เห็นว่า ข้อเท็จจริงในคดีแสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งของผู้ถูกร้องทั้งสาม เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผู้ถูกร้องทั้งสามควรกำหนดรูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งโดยคำนึงถึงมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งหรือป้องกันการทุจริตการเลือกตั้งที่เหมาะสมยิ่งขึ้น โดยไม่ใช้เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดบนบัตรเลือกตั้งที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผลการออกเสียงลงคะแนน และควรกำหนดวิธีการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งที่พิพาทตามคำวินิจฉัยนี้ให้มีมาตรการที่รัดกุมและเข้มงวดเป็นการเฉพาะ ไม่ให้มีการกระทำโดยผิดกฎหมายเพื่อเข้าถึงข้อมูลการออกเสียงลงคะแนนของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง
อ่านข่าว :
จับตา 14.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง
ศาลรัฐธรรมนูญไม่เลื่อนตัดสิน "คดีบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง" 28 ก.ย.