โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ยุทธพร’ เผย ‘ปกรณ์’ ลงนามประกาศ คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดช่องทาง-วิธียื่นขอนิรโทษกรรม

เดลินิวส์

อัพเดต 29 กันยายน 2569 เวลา 3.42 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘ยุทธพร’ เผย ‘ปกรณ์’ ลงนามประกาศ คกก.สร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดช่องทาง-วิธีการยื่นขอนิรโทษกรรม กรณีถูกปฏิเสธจากหน่วยงานรัฐ ยัน เดินหน้าตามกรอบ 180 วัน พร้อมร่วม ‘วุฒิสาร- คณพล-ทิชา’ นั่งทีมโฆษก

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. นายยุทธพร อิสรชัย นักวิชาการรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทำงานคณะกรรมการฯ ว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ลงนามในประกาศคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข เรื่องช่องทางและวิธีการยื่นเรื่องร้องขอนิรโทษกรรมเกี่ยวกับกระบวนการขั้นตอนในการขอนิรโทษกรรมและประกาศถึงช่องทางต่างๆ ณ เวลานี้ได้เวียนประกาศนี้ไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และเผยแพร่สู่สาธารณะแล้ว ซึ่งตรงนี้จะทำให้ผู้ต้องการยื่นเรื่องสามารถทำได้ ถ้าหน่วยงานใดได้เห็นประกาศนี้ถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ก็ไม่จำเป็นต้องยื่นเรื่อง ซึ่งกรณียื่นเรื่องคือเมื่อได้รับการปฏิเสธจากหน่วยงานรัฐ หรือมีความไม่ชัดเจน โดยส่วนนี้จากการคาดหมายมีไม่เยอะ เพราะส่วนใหญ่หน่วยงานทราบประกาศตรงนี้แล้ว โดยเงื่อนไขในกฎหมาย ให้นิรโทษกรรมต้องทำทันที

นายยุทธพร กล่าวว่า ขณะเดียวกันมีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา 2 ชุด โดยชุดแรกเป็นอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องในส่วนของผู้ที่ยื่นมา และอนุกรรมการสื่อสารสาธารณะ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โดยทั้ง 2 ชุด มีกรรมการชุดใหญ่ร่วมอยู่ด้วย อีกส่วนเป็นผู้แทนกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาประกอบกัน

นายยุทธพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งจากฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ ส่งคดีความหรือเรื่องอะไรเข้ามาเท่าไรแล้วเพราะฉะนั้นขณะนี้ยังไม่ทราบตัวเลขจริง ๆ เข้าใจว่าเดี๋ยวฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ จะมีการรวบรวม และนัดประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการฯชุดดังกล่าวนี้ ซึ่งการคาดหมายตนคิดว่ามีไม่เยอะ เพราะส่วนใหญ่ตอนนี้หน่วยงานราชการได้ทราบประกาศนี้แล้ว และทราบอยู่แล้วเงื่อนไขใน พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ.2569 ให้นิรโทษกรรมโดยทันที นับแต่วันประกาศใช้กฎหมาย และวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะเข้าสู่คณะกรรมการฯ ไม่น่าจะมีเยอะ

นายยุทธพร กล่าวว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข ครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในเดือน ต.ค. โดยยังไม่ได้กำหนดวัน ซึ่งน่าจะมีการพูดคุยกันในเรื่องของตัวเลข ซึ่งการประชุมครั้งที่แล้วมีการคุยกันว่า ตัวเลขยังไม่ชัดเจน ตกลงคนที่ได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้มีจำนวนเท่าไรกันแน่ จริงๆในชั้นของการแก้ไขช่วงร่างกฎหมาย ตัวเลขที่เราได้จากแต่ละหน่วยไม่เคยตรงกัน เพราะฉะนั้นเดือน ต.ค. ให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ คือ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ไปรวบรวมสอบทาน เดี๋ยวเราจะมาตรวจสอบเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนอีกครั้ง

ทั้งนี้ เป็นการสรุปตัวเลขทั้งหมดเพื่อให้เห็นว่าผู้ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนี้มีจำนวนเท่าไร แต่ตัวเลขตรงนี้จะไม่เกี่ยวกับสิทธิของท่าน เดี๋ยวหลายท่านจะกังวลว่า ต้องไปรวบรวมตัวเลขก่อนถึงจะนิรโทษกรรมให้ท่าน ซึ่งไม่ใช่ เพราะท่านได้รับผลตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค.แล้ว ตัวเลขตรงนี้เป็นข้อมูล เพื่อเราจะได้ทราบสถานการณ์เท่านั้น เพราะเดี๋ยวจะต้องมีการไปจัดทำรายงานตามหน้าที่คณะกรรมการที่บัญญัติไว้ในกฎหมายในตอนท้าย

เมื่อถามว่า เมื่อคณะกรรมการฯดำเนินการนิรโทษกรรมเสร็จสิ้นแล้ว ยังต้องมีการดำเนินการอะไรต่อหรือไม่ นายยุทธพร กล่าวว่า กฎหมายเขียนไว้ชัดว่าต้องดำเนินการนิรโทษกรรมให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน คือภายในวันที่ 20 มี.ค.70 ถ้าไม่เสร็จตามภารกิจทั้งหมดที่กำหนดไว้ในกฎหมายจะขยายได้ครั้งละ 90 วัน แต่ขยายได้อีกไม่เกิน 2 ครั้งเท่านั้น สรุปง่ายๆว่า เต็มที่ที่สุดไม่เกิน 360 วัน หรือโดยประมาณคือยังไม่ครบปี เกือบๆ 1 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นคณะกรรมการชุดนี้จะสิ้นสุดโดยผลของกฎหมาย ตรงนี้จะมีการเร่ง โดยเฉพาะการนิรโทษกรรมให้เสร็จ

นายยุทธพร กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่ากฎหมายนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของเรื่องความขัดแย้ง แต่กฎหมายฉบับนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสังคมที่ปรองดองสมานฉันท์ นั่นหมายความว่า ความขัดแย้งไม่ได้จบลงได้ด้วยกฎหมายฉบับนี้ฉบับเดียวเท่านั้น ขณะเดียวกัน เราต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมา มีคนกลุ่มหนึ่งไม่ได้ครอบคลุมฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นเท่ากับว่าตรงนี้ยังคงเป็นสิ่งที่เราต้องรับฟังต่อไป จริงๆ ในชั้นการร่างกฎหมายฉบับนี้ตนก็เป็นคนเสนอเองว่าจะต้องมีการสื่อสารสาธารณะเพื่อนำข้อมูลไปจัดทำเป็นรายงานประเมินสถานการณ์ที่จะส่งไปยังผู้แทนราษฎร รัฐบาล เผยแพร่ประชาชนทั่วไปด้วย ซึ่งรายงานฉบับนี้จะเป็นฐานสำคัญในการที่จะไปนิรโทษกรรมต่อไปในอนาคต หรือจะเรียกชื่ออะไรก็แล้วแต่ สามารถเดินหน้าไปสู่อนาคตได้ หมายความว่ากฎหมายฉบับนี้ รวมไปถึงคณะกรรมการชุดนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดแน่นอน ที่เราจะบอกว่าความขัดแย้งในสังคมไทยไม่มีอีก แต่ตรงนี้คือจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่สังคมที่ปรองดองสมานฉันท์

นอกจากนี้ ยังมีคำสั่งตั้งโฆษกคณะกรรมการเสริมสร้างสังคมสันติสุข จำนวน 4 คน โดยมีตน นายวุฒิสาร ตันไชย นายคณพล จันทร์หอม และนางทิชา ณ นคร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...