โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดประวัติ "ฮุน ซาเรือน" ทูตกัมพูชาผู้ถูกส่งกลับบ้าน

Thai PBS

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 14.42 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 14.41 น. • Thai PBS
ทำความรู้จัก “ฮุน ซาเรือน” ทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย หลานชาย ฮุน เซน ผู้เคยเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทวิภาคี ก่อนจะกลายเป็นบุคคลสำคัญในวิกฤตการณ์ทางการทูตล่าสุดระหว่าง 2 ประเทศจากการถูกส่งตัวกลับและโพสต์ข้อความปริศนา

"ฮุน ซาเรือน" เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย ได้กลายเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความตึงเครียดทางการทูตระหว่างไทยและกัมพูชาที่ปะทุขึ้นในช่วงเวลานี้ ด้วยภูมิหลังที่โดดเด่น ทั้งความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับอดีตผู้นำกัมพูชา และประสบการณ์การศึกษาในประเทศไทย ทำให้เขาเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาททั้งในการสานสัมพันธ์และเป็นชนวนความขัดแย้งทางการทูตที่สำคัญ

นายฮุน ซาเรือน ปัจจุบันอายุ 41 ปี มีถิ่นกำเนิดใน จ.ตาแก้ว ประเทศกัมพูชา จุดที่น่าสนใจที่สุดคือเขาเป็นหลานชายของสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภาแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งทำให้เขามีความเชื่อมโยงระดับสูงกับศูนย์กลางอำนาจของกัมพูชา

ความผูกพันของฮุน ซาเรือนกับประเทศไทยนั้นเข้มข้นมาก เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านรัฐศาสตร์ (ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ) จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และต่อด้วยปริญญาโทด้านการบริหารจัดการภาครัฐและภาคเอกชนจาก สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ด้วยพื้นฐานการศึกษาในไทยนี้เอง ทำให้เขาสามารถ สื่อสารภาษาไทยได้อย่างดีเยี่ยม และมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวางทั้งในกัมพูชาและประเทศไทย

ความรู้ความเข้าใจในประเทศไทยของเขานี้เองที่ทำให้ประธานวุฒิสภาของไทยเชื่อมั่นว่าเขาจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองราชอาณาจักรได้เป็นอย่างดี

เส้นทางอาชีพและบทบาททางการทูต

ก่อนที่จะมารับตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาประจำประเทศไทยในปี 2565 ฮุน ซาเรือน มีประสบการณ์ในกระทรวงการต่างประเทศและความร่วมมือระหว่างประเทศของกัมพูชามาอย่างโชกโชน เคยดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาผู้ช่วยรัฐมนตรี, กงสุลใหญ่ราชอาณาจักรกัมพูชา ณ จังหวัดสระแก้ว, อธิบดีกรมเอเชียแปซิฟิกและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ, รวมถึงผู้ช่วยรัฐมนตรี นอกจากนี้ เขายังผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารการทูต (นบท.) รุ่นที่ 5 ในปี 2557 อีกด้วย

ในฐานะทูต ฮุน ซาเรือน ได้แสดงบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชา โดยในเดือนก.พ.2567 เขาได้เข้าเยี่ยมคารวะประธานวุฒิสภาของไทย ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือถึงการส่งเสริมความร่วมมือในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ความมั่นคง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการศึกษา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ ทั้งไทยและกัมพูชาเห็นชอบที่จะส่งเสริมความร่วมมือในการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดน การเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงแนวคิด Greenomics หรือ Bio-Circular-Green Economy. มีเป้าหมายร่วมกันที่จะผลักดันมูลค่าการค้าโดยรวมให้สูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 ทูตกัมพูชายังแสดงความชื่นชมรัฐบาลไทยที่ให้การคุ้มครองดูแลแรงงานกัมพูชาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

จุดเปลี่ยนความสัมพันธ์และบทบาทล่าสุด

อย่างไรก็ตาม บทบาทของ ฮุน ซาเรือน ได้กลายมาเป็นจุดศูนย์กลางของความตึงเครียดทางการทูตในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ในเดือน มิ.ย.2568 เขาถูกกระทรวงการต่างประเทศของไทยเรียกเข้าพบเพื่อรับหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการ กรณีการเปิดเผยคลิปเสียงการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ของไทย และสมเด็จฮุน เซน ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักปฏิบัติและมารยาททางการทูตขั้นพื้นฐาน ที่ไม่สามารถยอมรับได้

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์ทางการทูตของไทยได้รับความเสียหาย และถูกมองว่าเป็นการบริหารจัดการที่ขาดความพร้อมและบท

ความสัมพันธ์ยิ่งเลวร้ายลงเมื่อ วันนี้ (23 ก.ค.2568) เกิดเหตุทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดที่ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและขาขาด นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรีของไทย ได้สั่งการให้ลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูต โดยเรียกเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชากลับประเทศ และ ส่งตัว "ฮุน ซาเรือน" เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย กลับไปยังกัมพูชาทันที

นอกจากนี้ ยังมีการสั่งปิดด่านชายแดนในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 และยื่นหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการต่อกัมพูชา เนื่องจากพิสูจน์ทราบว่าเป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในการลาดตระเวน

หลังจากการถูกส่งตัวกลับ ฮุน ซาเรือนได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "หลังจากผมกลับแล้ว หวังว่าท่านและพวกยังอยู่นะครับ บริหารแบบใช้อารมณ์เช่นนี้ ไม่รู้ได้กี่น้ำ" ข้อความนี้ถูกตีความอย่างกว้างขวางว่าเป็นการเสียดสีและวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินนโยบายของรัฐบาลไทย ซึ่งยิ่งเพิ่มความร้อนแรงให้กับสถานการณ์ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ

แต่โพสต์นี้ก็ถูกลบไปหลังจากโพสต์ได้ไม่ถึง 40 นาที และปิดเฟซบุ๊กส่วนตัวในที่สุด

ที่มาแหล่งข้อมูล : KHMER TIMES, กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา,วุฒิสภา

อ่านข่าวเพิ่ม :

กต.ยื่นหนังสือประท้วงกัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

เปิด "ปฏิบัติการจักรพงษ์ภูวนารถ" โล่เหล็กปกป้องอธิปไตยไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

งานบุญฯ "ร้อยเอ็ด" ทำถึง ผู้ว่าฯ นำทีมแต่งกาย ธีม "มหาเวสสันดรชาดก"

31 นาทีที่แล้ว

K9 USAR Thailand ผนึกกำลังทหารฝึกกู้ภัยสึนามิในคอบร้าโกลด์ 2026

36 นาทีที่แล้ว

จับตา "ธรรมนัส" ลุ้นความชัดเจน "กล้าธรรม" ได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่

43 นาทีที่แล้ว

"โรคไข้หูดับ" พบป่วยแล้ว 49 คน กระจายอยู่ใน 28 จังหวัด เสียชีวิต 3 คน

50 นาทีที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...