อิหร่าน-สหรัฐฯ คุยรอบ3 ต่างยังไม่ไว้ใจ ไม่ยอมถอย
26 กุมภาพันธ์ 2569 อิหร่านและสหรัฐฯ เตรียมเจรจารอบที่สามที่สวิตเซอร์แลนด์ เกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทั้งสองฝ่ายยังต้องการใช้วิธีทางการทูตก่อน แม้ความตึงเครียดจะสูง
การเจรจาครั้งที่ 3
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเดินทางถึงเมืองเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเช้าวันพุธที่ผ่านมา (25 กุมภาพันธ์ 2569) และได้พบกับรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน บาดร์ อัลบูไซดีแล้ว โดยอัลบูไซดีจะเตรียมการเจรจาผ่านตัวกลางวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์นี้
ก่อนจะเดินทางมุ่งหน้าไปเจนีวา อารักชีได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ข้อตกลงที่ยุติธรรมและเท่าเทียม” ยังเป็นไปได้ และเน้นย้ำว่า อิหร่านไม่ได้ต้องการสร้างอาวุธปรมาณู และไม่ยอมละทิ้ง “สิทธิในการพัฒนาเทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างสันติ”
อย่างไรก็ตาม การเจรจายังเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความไม่ไว้ใจ
ด้านรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เจดี แวนซ์ กล่าวหาอิหร่านว่า จงใจสร้างโครงการนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่ และควรระวังปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ เอาไว้ดี ๆ
“ใจความนั้นง่ายมาก: ห้ามอิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์ ถ้าพวกเขาพยายามจะสร้างอาวุธนิวเคลียร์ขึ้นใหม่ นั่นจะเป็นปัญหาของเรา […] ที่จริง เราเห็นหลักฐานแล้วล่ะ ว่าพวกเขาพยายามจะทำอย่างว่า.. และอย่างที่ท่านประธานาธิบดีย้ำมาตลอด เขาอยากคุยปัญหานี้แบบการทูตก่อน แต่แน่นอนว่าก็มีวิธีอื่น ๆ ด้วย” เขากล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบุคคล นิติบุคคล และเรือรวม 30 คน/ แห่ง/ ลำที่กระทรวงการคลังอ้างว่าช่วยสนับสนุนทางการเงินให้อิหร่านขายน้ำมันได้ รวมถึงเรื่องโครงการขีปนาวุธและการผลิตอาวุธ
หนึ่งวันก่อนหน้า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นการวางรากฐานสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเกิดขึ้นในแถลงนโยบายประจำปี ด้วยการกล่าวโทษอิหร่านว่า “ปกปิดแผนการนิวเคลียร์ชั่วร้าย” พัฒนาขีปนาวุธที่อาจใช้โจมตีสหรัฐฯ ได้ ข้อกล่าวหาเหล่านี้เจ้าหน้าที่อิหร่านปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
“อะไรก็ตามที่พวกเขากล่าวหาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ขีปนาวุธอิหร่าน และตัวเลขผู้เสียชีวิตช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบช่วงเดือนมกราคมเป็นเพียงการพูดโกหกครั้งใหญ่” เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่านกล่าวบนสื่อสังคมออนไลน์ X เปรียบเทียบแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ ว่าเหมือนกับโฆษณาชวนเชื่อของโยเซ็ฟ เกิบเบิลส์ รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์
ปัญหาใหญ่..มาก
รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ กล่าวที่สหพันธรัฐเซนต์คิตส์และเนวิส ซึ่งเป็นประเทศในทะเลแคริบเบียนว่า การเจรจาที่เจนีวาจะมุ่งเน้นเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นสำคัญ และอ้างว่าอิหร่านต้องการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป ซึ่งเป็นส่วนที่สหรัฐฯ กังวล และการที่อิหร่านต้องการละเว้นเรื่องโครงการนิวเคลียร์ออกจากการเจรจาเป็นปัญหาใหญ่มาก
การเจรจาจะนำโดยผู้แทนพิเศษของทรัมป์ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และลูกเขยของทรัมป์อย่างจาเร็ด คุชเนอร์ โดยนี่เป็นการเจรจาครั้งที่ 3 หลังจากการเจรจาครั้งแรกที่โอมานวันที่ 6 กุมภาพันธ์ และครั้งที่ 2 ที่เจนีวาวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
จากการเจรจาทั้งสองครั้ง อารักชีกล่าวว่า สองฝ่ายเข้าใจภาพกว้างที่จะนำไปสู่การเจรจาต่อไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ
ผู้สื่อข่าว Al Jazeera โทฮิด อซาดี รายงานว่า การเจรจาดำเนินไปแบบสองฝ่ายโต้กันด้วยวาทศิลป์ แกว่งไกวไปมาระหว่างการโต้ตอบเผชิญหน้าและความมีส่วนร่วมระหว่างกัน
อซาดีกล่าวถึงหัวข้อที่ตกลงกันไม่ได้อย่างการเพิ่มสมรรถภาพยูเรเนียม และการที่อิหร่านเรียกร้องให้มีการยืนยันว่า มาตราการคว่ำบาตรจะถูกยกเลิกก่อน จึงจะยอมประนีประนอม
“สองชาติยังมีประเด็นที่คุยกันไม่ตกอีก นอกเหนือจากเรื่องแฟ้มข้อมูลนิวเคลียร์ ซึ่งเกี่ยวกับความช่วยเหลือจากต่างประเทศ ขีปนาวุธ ขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ ตลอดจนกิจกรรมระดับภูมิภาคของประเทศ” ผู้สื่อข่าวกล่าว
“โดยสรุป ยังมีช่องว่างต่าง ๆ อยู่แน่นอน […] และต้องดูกันว่าวิธีทางการทูตจะกรุยทางไปสู่ทางออกสุดท้ายได้หรือไม่ กว่าจะถึงตอนนั้น อย่างเดียวที่แน่นอนคือความไม่แน่นอน” เขากล่าวต่อ
สหรัฐฯ เพิ่มอำนาจต่อรอง
Al Jazeera รายงานว่า สหรัฐฯ พยายามเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่านมากขึ้นด้วยถ้อยคำต่าง ๆ แถลง และการคว่ำบาตร
“ตามที่สหรัฐฯ ว่า เป้าหมายคือการตัดงบประมาณโครงการอาวุธเหล่านั้น แต่อีกอย่างที่สหรัฐฯ ทำคือเพิ่มอำนาจต่อรองของตนในการเจรจาครั้งนี้” ผู้สื่อข่าว Al Jazeera
อิหร่านเตือนว่า หากมีการโจมตีใดจากสหรัฐฯ อิหร่านจะตอบโต้ไปที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางแน่นอน ซึ่งฐานทัพนั้นมีทหารประจำการอยู่หลายหมื่นคน อิหร่านยังขมขู่จะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางน้ำที่ใช้ส่งออกน้ำมันของโลกอีกด้วย
ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ ยังคงพร้อมที่จะตอบโต้ต่อสถานการณ์ที่อาจบานปลาย
“ระหว่างช่วงเวลาตึงเครียดอย่างนี้ เราจะทำให้แน่ใจว่าเรามีกองกำลังประจำการปกป้องทหารของเรา นั่นคือสิ่งที่คุณเห็นอยู่ นอกเหนือจากนี้ ด้วยความเคารพถึงอิหร่าน จุดมุ่งหมายของเราคือการทำให้แน่ใจว่าเรามีกองกำลังที่เหมาะสมในที่ที่เหมาะสมปกป้องคนของเรา นั่นแหละที่เรากำลังทำ” ฮอว์กินส์กล่าว
แม้ทรัมป์เคยอ้างว่า การโจมตีของสหรัฐฯ เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อนได้ลบล้างโครงการนิวเคลียร์อิหร่านนั้นไปแล้ว แต่ตอนนี้รัฐบาลของเขากลับทำเหมือนว่า โครงการนี้เป็นภัยคุกคามที่ยังมีอยู่
อย่างไรก็ตาม สถานะโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่านยังไม่แน่นอน และองค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศก็ไม่ได้ออกมายืนยันอะไร