โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SIRI โกยรายได้ Q3 แตะ 9.4 พันล้าน รับยอดขายบ้านเดี่ยว-ทาวน์โฮม หนุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 07.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI รายงานผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนแรก สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2567 ดังนี้

บริษัทฯ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,307.44 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1,557.34 ล้านบาท โดยบริษัทฯมีรายได้รวมอยู่ที่ 9,415 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 9,406 ล้านบาท โดยในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีการบันทึกกำไรจากการขายที่ดินอยู่ที่ 70 ล้านบาท สำหรับกำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ) เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดีการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายและต้นทุนบางส่วน ถูกชดเชยด้วยการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลง

ขณะที่บริษัทฯมรายได้จากการขายโครงการทาวน์โฮม ลดลง 11.2% หรือ 109 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี เป็น 861 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากโครงการเดมี่ สาธุ 49

อีกทั้ง รายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียม ลดลง 5.2% หรือ 150 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 2,759 ล้านบาท รายได้หลักมาจากโครงการเดอะ เบส ไฮท์-เชียงใหม่ โครงการเอ็กซ์ที พญาไท โครงการเวย์ โพธิสาร โครงการดี คอนโด รีฟ ภูเก็ต และโครงการเอดจ์ พัทยากลาง โดยรายได้รวมจาก 5 โครงการดังกล่าว คิดเป็น 21% ของรายได้จากโครงการเพื่อขายทั้งหมด

รวมทั้งต้นทุนโครงการเพื่อขายในไตรมาส 3/67 อยู่ที่ 5,706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ต้นทุนโครงการเพื่อขายในงวด 9 เดือนปี 67 เพิ่มขึ้น 13.0% เป็น 17,185 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการเพื่อ ขายในไตรมาสนี้ปรับตัวลดลงจาก 34.2% ในไตรมาส 3 ปีก่อนเป็น 31.1% จากการทำโปรโมชันเพื่อส่งเสริมการขาย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ในกลุ่มระดับราคากลาง-ล่าง ตามสภาวะการแข่งขันในตลาดที่มากขึ้น

ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารในไตรมาส 3 ปี 67 อยู่ที่ 1,852 ล้านบาท คิดเป็น 19.7% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 14.6% ในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายในการขายอยู่ที่ 729 ล้านบาท คิดเป็น 7.7% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 6.8% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี และค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมค่าตอบแทนผู้บริหารอยู่ที่ 1,124 ล้านบาท คิดเป็น 11.9% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 7.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินในไตรมาส 3 ปี 67 อยู่ที่ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% หรือ 5 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปี ก่อน อย่างไรก็ดี ต้นทุนทางการเงินงวด 9 เดือนปี 67 ลดลง 43.4% หรือ 152 ล้านบาท จากปีก่อนเป็น 199 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการปิดปรับปรุงโรงแรม SIXTY SoHo ประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567 ส่งผลให้ดอกเบี้ย ของโรงแรมที่ปิดปรับปรุงบันทึกเป็นต้นทุนได้แทนการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางการเงิน

อีกทั้ง บริษัทฯ ได้มีการบันทึกขาดทุนสำหรับงวดจากการดำเนินงานที่ยกเลิกอยู่ที่ 71 ล้านบาท อันเนื่องมาจากการจำหน่ายส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของทั้งหมดที่ถืออยู่ในกลุ่มบริษัท Standard International Management, LLC. ตามที่คณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2567 ดังนั้น ณ วันที่ 30 ก.ย. 67

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังคงมีรายได้จากการขายโครงการในไตรมาส 3/67 อยู่ที่ 8,286 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% หรือ 36 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อยู่ที่ 8,250 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายโครงการบ้านเดี่ยวและมิกซ์ โปรดักส์

โดยในไตรมาสนี้ มีรายได้จากการขายโครงการแนวราบ ประกอบด้วยบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและมิกซ์ โปรดักส์ รวม 5,527 ล้านบาท คิดเป็น 67% ของรายได้จากการขายโครงการทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการขาย โครงการบ้านเดี่ยวอยู่ที่ 3,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% หรือ 105 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้หลักมาจากโครงการบูก้าน กรุงเทพกรีฑา โครงการเศรษฐสิริ ดอนเมือง โครงการนาราสิริกรุงเทพกรีฑา โครงการเศรษฐสิริ บางนา-สุวรรณภูมิและ โครงการเศรษฐสิริ วงแหวน-จตุโชติโดยรายได้จากทั้ง 5 โครงการดังกล่าวคิดเป็น 18% ของรายได้จากการขายโครงการ ทั้งหมด

ส่วนผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน ปี 67 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,009.47 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 4,760.27 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...