โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

Thai PBS

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันนี้ (15 พ.ค.2569) CNN รายงาน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เสร็จสิ้นภารกิจเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ การเยือนครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปีของผู้นำ 2 มหาอำนาจที่เป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์กันมานาน

แม้จะไม่มีการลงนามในข้อตกลงที่จับต้องได้ทันที เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื้อรัง แต่ทรัมป์สามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ให้กลับมามีเสถียรภาพและอบอุ่นขึ้นอีกครั้งในเวลานี้

ตลอดช่วงเวลา 2 วันในภารกิจการเยือนที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่าย ประชุมทวิภาคีอย่างเข้มข้น ครอบคลุมปัญหาระดับโลก ตั้งแต่สงครามตะวันออกกลาง ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน วิกฤตการณ์ไต้หวัน ไปจนถึงปมขัดแย้งทางการค้า สิ่งที่โดดเด่นมากคือ "การทูตแบบนุ่มนวล" (Soft Diplomacy) ที่รัฐบาลปักกิ่ง จัดเตรียมไว้อย่างยิ่งใหญ่เพื่อต้อนรับทรัมป์

ภาพลักษณ์ความชื่นมื่นเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานนับปี โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับบริบทที่เปลี่ยนไปนับตั้งแต่ทรัมป์มาเยือนจีนครั้งล่าสุดในปี 2560 เนื่องจากเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ทรัมป์ปรับเปลี่ยนบทบาทของวอชิงตัน ที่มีต่อโลกใหม่ ขณะที่ สี จิ้นผิง ก็กระชับอำนาจภายในประเทศอย่างเบ็ดเสร็จ และเร่งปฏิรูปเทคโนโลยีขั้นสูง จนกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของสหรัฐฯ

ในช่วงเริ่มต้นการเจรจา ทรัมป์ กล่าวว่า "เราได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่คนอื่นไม่มีวันแก้ไขได้ และความสัมพันธ์ในตอนนี้ถือว่าแข็งแกร่งมาก" แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะไม่ให้รายละเอียดว่า ปัญหาดังกล่าวคืออะไร

แต่นักสังเกตการณ์มองว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด การที่ผู้นำมหาอำนาจทั้ง 2 พูดถึงกันและกัน ด้วยถ้อยคำที่อบอุ่น และเห็นพ้องเรื่องความสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคี ก็เป็นหลักฐานชัดเจนว่า โลกกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ยุคแห่งการรักษา "เสถียรภาพ" ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมโลกกำลังแสวงหาอย่างยิ่งยวด

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ปมร้อน "สงครามอิหร่าน" ยังไร้ข้อสรุปชัดเจน

ประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งฉุดเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ความผันผวนมานานหลายเดือน ก่อนการเยือนครั้งนี้ นานาชาติต่างคาดหวังว่าทรัมป์จะกดดัน สี จิ้นผิง ในฐานะพันธมิตรทางการทูตที่ใกล้ชิด และผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ให้ช่วยใช้อิทธิพลระงับศึก หรือบีบให้รัฐบาลเตหะราน ยอมรับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ

เรื่องนี้ถูกนำเข้าสู่โต๊ะเจรจานานกว่า 2 ชั่วโมงในวันแรกของการพบปะ แต่สุดท้ายกลับไม่มีสัญญาณชัดเจนว่า ปักกิ่งยินดีจะกดดันอิหร่านอย่างที่สหรัฐฯ ต้องการ ในทางตรงกันข้าม ถ้อยแถลงของทั้ง 2 ฝ่ายบ่งชี้ว่าการประชุมครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปมากนัก

ทรัมป์ เผยว่า สี จิ้นผิง เสนอตัวจะช่วยแก้ความขัดแย้ง และสัญญาว่าจะไม่ส่งมอบอาวุธให้แก่ประเทศในกลุ่มข้อพิพาท ทว่า มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กลับระบุว่า ฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากจีนในเรื่องนี้เลย

แต่ในเอกสารสรุปการหารือของทำเนียบขาว ทั้ง 2 ประเทศ เห็นพ้องในเชิงหลักการว่า ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดกว้างและปลอดภัยสำหรับการเดินเรือ และอิหร่านต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

เอกสาร ยังระบุว่า สี จิ้นผิง คัดค้านการทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ กลายเป็นพื้นที่ทางการทหาร และส่งสัญญาณว่าจีนอาจพิจารณาซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงด้านพลังงานในอนาคต เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการตอกย้ำจุดยืนเดิมของจีนที่เน้นบทบาท "ผู้สร้างสันติภาพ" และมีนโยบายไม่ส่งอาวุธให้แก่ประเทศที่อยู่ในความขัดแย้งอยู่แล้ว

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

"ไต้หวัน" คำเตือนที่ดุดัน เส้นแบ่งสีแดงของ สี จิ้นผิง

ในขณะที่ทรัมป์ พยายามเน้นย้ำเรื่องความสัมพันธ์ที่อบอุ่น ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กลับใช้โอกาสที่เป็นเจ้าบ้าน ส่งคำเตือนที่เด็ดขาดที่สุดในเรื่อง "ไต้หวัน" ซึ่งจีนนิยามว่า เป็นเรื่องที่สำคัญและอ่อนไหวที่สุด

โดยเตือน ทรัมป์ อย่างตรงไปตรงมาว่า "หากปัญหานี้ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง ความสัมพันธ์จะมีความมั่นคง แต่ในทางกลับกัน หากจัดการไม่ดี ทั้ง 2 ประเทศจะต้องเผชิญกับการปะทะและความขัดแย้ง ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมด ตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง"

ถ้อยคำที่ดุดันเป็นพิเศษนี้ สะท้อนความตั้งใจของปักกิ่งในการลากเส้นแบ่งสีแดง หรือ Red Line ที่สหรัฐฯ ห้ามก้าวข้ามเด็ดขาด เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์จีน อ้างสิทธิ์เหนือเกาะไต้หวัน และประกาศจะรวมชาติให้ได้ แม้ต้องใช้กำลังทหาร จีนจึงไม่พอใจมาโดยตลอดต่อการที่สหรัฐฯ รักษาความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการ และขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน

แม้ผู้เชี่ยวชาญจะกังวลว่า สี จิ้นผิง อาจใช้ความเหนือกว่าบีบให้ทรัมป์เปลี่ยนจุดยืน หรือกังวลว่าทรัมป์จะใช้ไต้หวันเป็นข้อต่อรองทางการค้า แต่ มาร์โก รูบิโอ ยืนยันว่า จุดยืนของอเมริกายังคง "ไม่เปลี่ยนแปลง" โดยระบุว่าทั้ง 2 ฝ่าย เพียงแค่แถลงจุดยืนของตนเอง แล้วเปลี่ยนไปหารือเรื่องอื่น และประเด็นการขายอาวุธให้ไต้หวัน ไม่ได้ถูกยกขึ้นมาพูดถึงเป็นสาระสำคัญ

สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าความพยายามใด ๆ ที่จะบังคับเพื่อเปลี่ยนสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของไต้หวัน ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ทรัมป์กลับบ้านมือเปล่า ? จีนไร้ข้อตกลงเศรษฐกิจสำคัญ

ในด้านเศรษฐกิจ ทรัมป์เตรียมเดินทางกลับสหรัฐฯ พร้อมประกาศชัยชนะเรื่องผลประโยชน์ทางการค้า เพื่อเอาใจฐานเสียงในประเทศ แม้ข้อตกลงเหล่านั้น จะยังขาดรายละเอียดและไม่มีการยืนยันจากฝั่งจีน เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ แถลงว่า รัฐบาลคาดหวังว่าจีนจะบรรลุข้อตกลงสั่งซื้อสินค้าเกษตรมูลค่า "หลายหมื่นล้านดอลลาร์" ต่อปี ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 ปี

สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่า จะไม่มีการสั่งซื้อถั่วเหลืองเพิ่มเติมจากจีนในดีลนี้ เนื่องจากได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว ภายใต้ข้อตกลงเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน เกรียร์ ระบุว่า จีนยอมรับที่จะต่ออายุใบอนุญาตการส่งออกเนื้อวัวของสหรัฐฯ หลังจากที่ใบอนุญาตของโรงงานกว่า 400 แห่งหมดอายุลงในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า สี จิ้นผิง เห็นชอบที่จะสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารจากบริษัท โบอิง จำนวน 200 ลำ ซึ่งซีอีโอของโบอิง ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วย

แต่จุดสังเกตคือ จนถึงขณะนี้ ทางการจีนยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันข้อตกลงซื้อขายเฉพาะเจาะจงใด ๆ ตามที่ทีมงานของทรัมป์ กล่าวอ้าง โดยเอกสารสรุปของทางการปักกิ่ง ระบุเพียงถ้อยคำกว้าง ๆ ว่า ทั้ง 2 ประเทศควร "ขยายการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือ" ในด้านเศรษฐกิจ การค้า เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า ดีลเหล่านี้อาจเป็นเพียงการตกลงในหลักการวาจา ที่ทรัมป์นำมาขยายผลในเชิงการเมืองภายในประเทศเท่านั้น

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

จีนปูพรมแดงต้อนรับทรัมป์ หวังรีเซ็ตสัมพันธ์ 2 มหาอำนาจโลก

หนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดคือ เรื่องภาพลักษณ์และพิธีการต้อนรับ ทรัมป์เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์ และชื่นชอบการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ ซึ่ง สี จิ้นผิง และรัฐบาลจีนเข้าใจโจทย์นี้เป็นอย่างดี

เริ่มจากการส่ง หาน เจิ้ง รอง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งเป็นทูตคนสำคัญ ให้ไปต้อนรับทรัมป์ ทันทีที่เครื่องบินแตะรันเวย์ในคืนวันพุธที่ 13 พ.ค.2569 ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความประทับใจให้แก่ทรัมป์อย่างมาก โดยเขามองว่า นี่คือการแสดงออกถึงความเคารพต่อสหรัฐฯ

ในวันต่อมา ทรัมป์ได้รับการต้อนรับด้วยพิธีการที่หรูหราตระการตา บริเวณหน้ามหาศาลาประชาชน มีทั้งวงดุริยางค์ทหาร การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และกลุ่มเด็กนักเรียนที่มาโบกธงชาติต้อนรับ ซึ่งทำให้ทรัมป์มีท่าทางปลาบปลื้มอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงท่าทีให้เกียรติเจ้าบ้านอย่างที่หาได้ยาก เช่น การไม่ตอบคำถามของกลุ่มผู้สื่อข่าวอเมริกัน ที่พยายามตะโกนถามเรื่องไต้หวันในระหว่างเดินชมหอสักการะฟ้าเทียนถาน รวมถึงการยอมจิบแชมเปญในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ความพิเศษขั้นสูงสุดเกิดขึ้นในวันนี้ (15 พ.ค.) เมื่อ สี จิ้นผิง นำทรัมป์เดินชมสวนเป็นการส่วนตัวภายใน "จงหนานไห่" ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจอันลึกลับของพรรคคอมมิวนิสต์จีน น้อยคนนักที่จะมีโอกาสเข้าไปสัมผัสพื้นที่แห่งนี้ สี จิ้นผิง ระบุว่า การเชิญทรัมป์มาครั้งนี้ เป็นการตอบแทนที่ทรัมป์ เคยเปิดรีสอร์ท มาร์-อา-ลาโก ต้อนรับเขาในอดีต

การทูตที่ประณีตเหล่านี้ สามารถบรรลุเป้าหมายในการสร้างภาพลักษณ์ แห่งเสถียรภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทรัมป์ กล่าวยกย่อง สี จิ้นผิง ปิดท้ายว่า "เขาเป็นคนนิ่ง ๆ ที่ยอดเยี่ยมมาก ไม่มีเล่นเกม ไม่มีคุยเรื่องไร้สาระ โฟกัสแต่เรื่องธุรกิจอย่างเดียว และผมชอบคนแบบนั้น" การเยือนปักกิ่งครั้งนี้ จึงจบลงด้วยภาพความพึงพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย แม้ปัญหาลึก ๆ จะยังคงรอการแก้ไขในอนาคตก็ตาม

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

อ่านข่าวอื่น :

"ฤดูน้ำแดง 2569" เริ่ม 16 พ.ค. คุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำ

ดีเอสไอยังไม่รับคดี "ซุน หมิงเฉิน" เป็นคดีพิเศษ

DSI ลุยสอบนอมินี "สมุย-พะงัน" 34 บริษัท ส่อถือหุ้นแทนต่างชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

"เอกชน" เสนอรัฐลงทุนครั้งใหญ่ เน้นน้ำเพื่อการเกษตร-พลังงานสะอาด

23 นาทีที่แล้ว

สภาพอากาศวันนี้ "เหนือ-อีสาน" ฝนตกหนักมาก - กทม.เจอฝน 60%

40 นาทีที่แล้ว

โปรดเกล้าฯ “วิทยา” ขึ้นอธิบดีฝนหลวง แทน “ราเชน”

59 นาทีที่แล้ว

Air India ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมด แท้จริงปรับลดแค่บางเส้นทาง

7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...