โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนยกทรัมป์เยือนปักกิ่ง “ประชุมประวัติศาสตร์” จ่อเปิดสภาการค้าร่วมกัน

เดลินิวส์

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • เดลินิวส์
รัฐบาลปักกิ่งชื่นชมการเยือนจีนของผู้นำสหรัฐว่าเป็น “การประชุมครั้งประวัติศาสตร์” ที่ช่วยขับเคลื่อนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน พร้อมเผยว่า ประธานาธิบดีจีนตรียมเยือนสหรัฐในช่วงปลายปีนี้ ขณะเดียวกัน จีนยังผลักดันบทบาทการเจรจาในวิกฤติอิหร่านและยูเครนด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ว่า นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน กล่าวถึงการเยือนกรุงปักกิ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งมีการพบหารือต่อเนื่องสองวันกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เป็นการประชุมครั้งสำคัญที่ประมุขแห่งรัฐทั้งสองประเทศได้ร่วมพูดคุยกันอย่างลึกซึ้ง และบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง และผู้นำจีนจะเดินทางไปเยือนสหรัฐ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้

หวังเรียกการพบปะครั้งนี้ว่าเป็น “การประชุมครั้งประวัติศาสตร์” พร้อมทั้งเน้นย้ำเป็นพิเศษถึงความคืบหน้าในประเด็นด้านเศรษฐกิจและการค้า โดยกล่าวว่า ผู้แทนเจรจาการค้าของทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุ “ผลลัพธ์ที่สร้างสมดุล และเป็นไปในทิศทางบวกในภาพรวม ซึ่งรวมถึงการเดินหน้าปฏิบัติตามฉันทามติทั้งหมด ที่เคยตกลงกันไว้ในการหารือครั้งก่อน ๆ”

นอกจากนี้ จีนและสหรัฐยังได้ร่วมกันจัดการกับ “ข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิการเข้าถึงตลาดสินค้าเกษตร” และส่งเสริมการขยายตัวทางการค้า ภายใต้กรอบการลดอัตราภาษีศุลกากรแบบต่างตอบแทน ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งสองประเทศยังเห็นพ้องที่จะจัดตั้งสภาการค้าและสภาการลงทุนร่วมกันอีกด้วย

เมื่อพูดถึงสถานการณ์สงครามในอิหร่าน หวังกล่าวว่า “จีนสนับสนุนให้ทั้งสหรัฐและอิหร่านเดินหน้าแก้ไขความขัดแย้ง และข้อพิพาทต่าง ๆ รวมถึงประเด็นนิวเคลียร์ผ่านการเจรจา และผลักดันให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งโดยเร็วที่สุด บนพื้นฐานของการรักษาข้อตกลงหยุดยิง”

ในประเด็นเกี่ยวกับยูเครน หวังกล่าวว่า “จีนและสหรัฐยินดีที่จะรักษาการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง และสวมบทบาทที่สร้างสรรค์ ในการส่งเสริมให้เกิดการตั้งโต๊ะเจรจาทางการเมืองเพื่อคลี่คลายวิกฤติการณ์นี้”.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...