โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สส.ฝ่ายค้าน-รัฐบาล ซัด กสทช. กลางสภาฯ ชี้ 16 ปีล้มเหลวคุ้มครองผู้บริโภค

Thai PBS

อัพเดต 7 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

วันที่ 21 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีการพิจารณารายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ประจำปี 2566

การอภิปราย สส.หลายพรรคทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ กสทช. โดยเฉพาะประเด็นความคุ้มค่าของงบประมาณ ความล้มเหลวในการคุ้มครองผู้บริโภค และความล่าช้าในการกำหนดทิศทางอนาคต ของอุตสาหกรรมสื่อสารและโทรทัศน์ดิจิทัล

การอภิปรายครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตรวจสอบรายงานประจำปีตามปกติ แต่กลายเป็นเวทีตั้งคำถามต่อบทบาทของ กสทช.ในฐานะองค์กรกำกับดูแลที่ถือครองทั้งอำนาจ เงินกองทุน และงบประมาณจำนวนมาก ขณะที่ปัญหาที่ประชาชนเผชิญกลับยังไม่คลี่คลาย ทั้งค่าบริการโทรคมนาคม สายสื่อสารกรุง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกลวงออนไลน์ และความไม่ชัดเจนของโรดแมปทีวีดิจิทัลหลังปี 2572

"สาทิตย์" ชี้ กสทช. เป็น "จำเลยของสังคม"

กสทช.ในปัจจุบันตกเป็นจำเลยของสังคม ในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอด 16 ปีของกฎหมาย กสทช. ถือว่าล้มเหลวในการสร้างความเชื่อมั่นและการคุ้มครองผู้บริโภค

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า กสทช.ในปัจจุบันตกอยู่ในสถานะจำเลยของสังคม ในเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งที่เป็นภารกิจหลักตามกฎหมาย พร้อมระบุว่าโครงสร้างการใช้จ่ายของ กสทช.สะท้อนความไม่สมดุลอย่างรุนแรง โดยงบประมาณรายจ่ายกว่า 59.14% ถูกใช้ไปกับงานประจำและการก่อสร้างอาคาร ขณะที่งบประมาณสำหรับภารกิจหลักเชิงยุทธศาสตร์กลับอยู่ราว 40% เท่านั้น

นายสาทิตย์ กล่าววิจารณ์ว่า ค่าใช้จ่ายบางประเภทไม่สอดคล้องกับภารกิจหลักขององค์กร เช่น งบเดินทางไปต่างประเทศ การอนุมัติเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ไปสนับสนุนโครงการปลูกกัญชา

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงตลาดโทรคมนาคมไทยว่า จากเดิมที่ต้องการให้แข่งขันเสรี แต่ตลอด 16 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการรายใหญ่ลดลงจาก 6-7 ราย เหลือเพียง 2 ราย และดีลควบรวมกิจการกลายเป็น ตราบาปของ กสทช. เพราะกสทช.ถือว่าตนเองมีอำนาจเพียงรับทราบ ไม่ใช่อนุญาต ส่งผลให้ค่าบริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต มีแนวโน้มสูงขึ้นและไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค

นายสาทิตย์ กล่าวว่า อีกประเด็นที่ถูกโจมตีอย่างหนักคือ ความล่าช้าเรื่องโรดแมปทีวีดิจิทัล และการเตรียมประมูลคลื่นความถี่หลังสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 2572 กสทช.ยังไม่มีความชัดเจน ทำให้เกิดความกังวลว่า อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนบางกลุ่ม

ซัดปล่อย OTT เป็นช่องทางมิจฉาชีพ

กสทช.ยังละเลยการกำกับ OTT ทำให้แพลตฟอร์มเหล่านี้กลายเป็นช่องทางของมิจฉาชีพ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่จะต้องทบทวน หรือถึงขั้นยุบ กสทช. เพื่อจัดตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่

นายสาทิตย์ กล่าวถึงการละเลยบทบาทกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์ (OTT) ทั้งที่เคยมีมติว่า กสทช.มีอำนาจดูแลได้ แต่กลับไม่มีการดำเนินบทบาทตามกฎหมาย ปล่อยให้แพลตฟอร์มเหล่านี้กลายเป็นช่องทางของมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมระบุว่า กสทช.กำลังเผชิญปัญหาทั้งความล้มเหลวด้านภารกิจหลัก ความขัดแย้งภายในบอร์ด และความไม่โปร่งใส จึงตั้งคำถามต่อสภาฯ ว่า ถึงเวลาหรือไม่ที่จะต้องทบทวนองค์กรนี้อย่างจริงจัง

อิสริยะถามงบ 4,000 ล้าน คุ้มค่าหรือไม่

ด้าน นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายในประเด็นความคุ้มค่าของงบดำเนินการ โดยเสนอให้ กสทช.ใช้ตัวเลขอารบิกในรายงานประจำปีแทนตัวเลขไทย เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากลและง่ายต่อการเปรียบเทียบข้อมูล

นายอิสริยะ กล่าวว่า เมื่อตัดรายจ่ายตามกฎหมายออกแล้ว กสทช.ยังมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานสูงถึงประมาณ 4,000 ล้านบาทต่อปี งบระดับนี้คุ้มค่ากับผลงานที่สังคมได้รับหรือไม่ เพราะปัญหาหลายเรื่องยังคงค้างอยู่ ทั้งอาคารสำนักงานแห่งใหม่ที่ถูกทิ้งร้าง ปัญหาสายสื่อสารรกเมือง และความขัดแย้งภายในบอร์ด กสทช.

นายอิสริยะ กล่าวต่อว่า กสทช.มีพนักงานประมาณ 2,000 คน เงินเดือนเฉลี่ยสูงถึง 52,700 บาทต่อเดือน โดยยังไม่รวมค่าตอบแทนบอร์ด ขณะเดียวกันยังมีค่าใช้จ่ายอื่นในระดับสูง เช่น ค่าที่ปรึกษา 212 ล้านบาท และค่าเดินทางต่างประเทศ 85 ล้านบาท

ปมโปร่งใส-หนี้สูญ-ระบบร้องเรียน ถูกตั้งคำถามต่อเนื่อง

การอภิปรายยังพุ่งเป้าไปที่ความโปร่งใสขององค์กร โดยตั้งข้อสังเกตว่า กสทช.ไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อ 29 จนถูกตั้งคำถามว่าเจตนาหลีกเลี่ยง การเปิดเผยข้อมูลต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินหรือไม่ รวมถึงมีลูกหนี้ที่สิ้นสุดระยะเวลาบังคับคดีถึง 17 ราย

นอกจากนี้ ยังมีการวิจารณ์แอปพลิเคชัน "พีซโฟน" (Peace Phone ที่ใช้งบประมาณ 4.58 ล้านบาท แต่ประชาชนไม่สามารถเข้าไปแจ้งเหตุสายสื่อสารได้โดยตรง ต้องส่งอีเมลให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลเข้าระบบ ขณะที่ผู้ใช้ระบบมีเพียงเจ้าหน้าที่และค่ายมือถือ ต่างจากระบบอย่าง Traffy Fondue ที่ใช้งานง่ายและเข้าถึงประชาชนมากกว่า

สส.พรรคประชาชน ตั้งคำถามต่อ กสทช. ในเรื่องการจัดระเบียบสายสื่อสาร โดยเฉพาะสายสื่อสารประเภท "สายตาย" (Single Last Mile) ว่า กสทช.จะนำเรื่องนี้เข้าสู่แผนยุทธศาสตร์เมื่อใด จะออกกฎเกณฑ์บังคับให้ค่ายมือถือ นำสายตายออกจากเสาไฟฟ้าเมื่อใด และจะนำเงินจากกองทุน กทปส. (USO) มาใช้สนับสนุนการแก้ปัญหาสายสื่อสาร ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อประชาชนได้เมื่อใด

ฝ่ายรัฐบาลร่วมกดดัน ปมคอลเซ็นเตอร์-ซิมเถื่อน

กสทช.ในฐานะเรกูเลเตอร์ ต้องบังคับใช้มาตรการอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องประชาชน

ขณะที่ สส.ฝ่ายรัฐบาล อภิปรายในทิศทางกดดัน กสทช.เช่นกัน โดย น.ส.สุชาดา ซางแทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 4 พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ว่า อาชญากรรมทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน อาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่กสทช.กำกับดูแล ไม่ว่าจะเป็นซิมโทรศัพท์ SMS ซิมบ็อกซ์ และสัญญาณตามแนวชายแดน

แม้รัฐบาลจะมีนโยบายออกมา แต่ในทางปฏิบัติยังมีช่องโหว่ เช่น การสวมสิทธิ์ลงทะเบียนซิม และสัญญาณที่เล็ดลอดออกไปตามแนวชายแดน กสทช.ในฐานะ Regulator จึงต้องบังคับใช้มาตรการอย่างจริงจังเพื่อปกป้องประชาชน

น.ส.สุชาดา ตั้งข้อสังเกตถึงเสถียรภาพภายในองค์กรที่มีเพียง "รักษาการเลขาธิการ" มานานถึง 6-7 ปี ตลอดจนข้อถกเถียงด้านจริยธรรมและความขัดแย้งในบอร์ด ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการรับมือภัยคุกคามทางเทคโนโลยี

อาคารใหม่ 2.6 พันล้าน ถูกชี้เป็นงบสูญเปล่า

ด้าน นางปทิตา ตันติรัตนานนท์ สส.สุรินทร์ เขต 8 พรรคภูมิใจไทย หยิบยกปัญหาอาคารสำนักงานแห่งใหม่ของ กสทช. ซึ่งมีงบประมาณกว่า 2,643 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2562 และควรเสร็จในปี 2565 แต่ปัจจุบันก่อสร้างได้เพียง 75.98% และยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา ทำให้อาคารถูกทิ้งร้างและสูญเสียงบประมาณอย่างไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงสำนักงาน กสทช.ในเชียงใหม่และเชียงราย ที่ไม่เป็นไปตามสัญญา จึงเรียกร้องให้สอบสวนหาผู้รับผิดชอบ

ซักหนักงบเดินทางต่างประเทศ จี้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบ

ต้องมีเพดานการเบิกจ่าย และต้องรายงานผลความสำเร็จของการเดินทางทุกครั้ง

ประเด็นการเดินทางต่างประเทศของ กสทช.ก็ถูกหยิบมาวิพากษ์อย่างหนัก โดย สตง.ตรวจพบว่าไม่มีการเปรียบเทียบราคาตั๋วโดยสาร และมีรายงานว่าประธาน กสทช.ใช้งบเดินทางไปต่างประเทศสูงถึง 45.8 ล้านบาท จากการเดินทาง 15 ครั้ง รวม 121 วัน บางกรณีเบิกเกินเพดานที่กำหนด และได้รับสิทธิประโยชน์เกินระเบียบ ซึ่งถูกมองว่าขัดต่อหลักธรรมาภิบาล

นางปทิตา เสนอให้รัฐสภาตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบเฉพาะกิจ เพื่อสำรวจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณของ กสทช.อย่างเป็นระบบ

เปิดปมคดี 63,000 ล้าน-กองทุน USO ไม่สะท้อนในงบการเงิน

ขณะที่ นพ.อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย อภิปรายถึงความเสี่ยงทางคดีความของ กสทช. โดยระบุว่า กสทช.ถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายรวมกว่า 63,000 ล้านบาท เช่น คดีในศาลปกครองสูงสุด 36,000 ล้านบาท และคดีที่เกี่ยวข้องกับกองทุน กทปส.อีก 22,000 ล้านบาท แต่กลับไม่ได้แสดงเป็นหนี้สินในงบการเงินอย่างชัดเจน สะท้อนปัญหาการใช้อำนาจทางปกครองและการบริหารสัญญา

นอกจากนี้ ยังตั้งคำถามถึงกองทุน USO ที่มีงบประมาณมหาศาล จึงไม่ถูกนำมาแสดงรวมในงบการเงินของ กสทช. ทำให้งบการเงินไม่สะท้อนสถานะที่แท้จริง พร้อมชี้ถึงความผิดปกติหลายรายการ ทั้งค่าใบอนุญาตที่พุ่งจาก 158 ล้านบาทเป็น 431 ล้านบาท การจัดสรรงบประมาณผิดฝาผิดตัว และปัญหางบเหลื่อมปีจำนวนมาก

จากรายงานประจำปี สู่คำถามใหญ่ต่ออนาคต กสทช.

การอภิปรายครั้งนี้จึงสะท้อนแรงกดดันต่อ กสทช. จากทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลในหลายมิติ ตั้งแต่ประสิทธิภาพการใช้เงิน ความโปร่งใส การกำกับตลาดโทรคมนาคม การคุ้มครองผู้บริโภค การรับมือภัยดิจิทัล ไปจนถึงอนาคตของทีวีดิจิทัลและ OTT

สส.หลายคนมองตรงกันว่า แม้ กสทช.เป็นองค์กรที่ถือครองอำนาจและงบประมาณสูง แต่ผลงานยังไม่ตอบโจทย์ประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิจฉาชีพออนไลน์ สายสื่อสารอันตราย ค่าบริการโทรคมนาคม และแพลตฟอร์ม OTT กลายเป็นปัญหาใกล้ตัวประชาชนมากขึ้นทุกวัน

และจุดที่ถูกพูดถึงในการอภิปราย ครั้งนี้คือข้อเสนอให้ทบทวนโครงสร้าง กสทช.ทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงปรับปรุงรายงานหรือชี้แจงงบประมาณรายปี

บช.น. เปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด“ เครือข่ายผิวสีค้ายาเสพติดโคเคนในกรุงเทพ

อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน แจงเอาผิดโรงกลั่น ใบขนส่งน้ำมันไม่ถูกต้อง

ฝรั่งเศส ทูลเกล้าฯ ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ ชั้น กร็องตอฟีซีเย แด่ “เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

สุดท้าย “รัฐธรรมมนูญใหม่” จะเป็นแบบไหน

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักประดาน้ำ-อาสาสมัครกู้ภัย ระดมค้นหา 2 เด็กชาย จมน้ำหายขณะเล่นน้ำเจ้าพระยา

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

WHO ยกระดับความเสี่ยง "อีโบลา" ในดีอาร์ คองโก เป็น "สูงมาก"

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำรวจจุดตัดทางรถไฟ หลังเหตุรถไฟชนรถเมล์ ครบ 1 สัปดาห์ พบยังมีรถฝ่าฝืนกฎ

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว การเมือง อื่น ๆ

ปลัด กทม. ลงนามประกาศให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ-สก. อย่างเป็นทางการ 28 มิ.ย. 2569

Thai PBS

นายกฯ นำทีมร่วมงานผ้าไทย “ราชพัสตราสู่สากล” เตรียมถกวงเล็ก “มาครง” ดันเศรษฐกิจประเทศ

เดลินิวส์

‘อนุทิน’แจ้ง‘ยูเนสโก’ กัมพูชาร้องขอสำรวจโบราณสถานมรดกโลกต้องตรวจสอบ 2 ฝั่ง

เดลินิวส์

“ลิซ่า” แจ้งปมพรรคปชน.ไม่ร่วมลงชื่อกับ “เสรีพิศุทธ์” ไล่ “อนุทิน” เหตุพรรคยันจุดยืนไม่เห็นด้วยให้อำนาจศาลรธน.วินิจฉัยมาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง

WeR NEWS

“อนุทิน” ย้ำไม่เปิดด่านแน่นอน ลั่นแผ่นดินไทยจะไม่สูญเสียไปให้ใครแม้แต่กระพี้เดียว

PPTV HD 36

“รักชนก” ซัดเดือด “อ.เชน” ปมพูดคอร์รัปชัน ลั่นคิดแบบนี้อีก 100 ปีก็แก้ไม่ได้

สยามรัฐ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...