“อนุทิน” ย้ำไม่เปิดด่านแน่นอน ลั่นแผ่นดินไทยจะไม่สูญเสียไปให้ใครแม้แต่กระพี้เดียว
23 พ.ค. 2569 เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส (ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 5 ชั่วโมง) ภารกิจเดินทางเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศสวันที่ 2 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีสวดพระพุทธมนต์ และพิธีทำบุญตักบาตร ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี จัดโดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ร่วมกับชุมชนไทยในฝรั่งเศส ณ วัดพุทธนานาชาติ กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส
โดยพร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายนิกรเดช พลางกูร เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีส ร่วมพิธี
ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง คนไทยที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส และประเทศใกล้เคียง ผู้ประกอบการไทย ต่างออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ พร้อมขอถ่ายรูปกับนายกรัฐมนตรี และคณะอย่างเป็นกันเอง บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น รวมถึงยังได้มีการร้องเพลงชาติไทยร่วมกัน
หลังเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์ นายกรัฐมนตรีได้เดินออกมาเยี่ยมชม ทักทายชุมชนไทยที่มาร่วมกันทำอาหารเพื่อออกโรงทานให้ผู้มาร่วมพิธี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เดินพูดคุยและชิมอาหารทุกซุ้ม เช่น ผัดไทย ไก่ทอด ก๋วยเตี๋ยว ขนมช่อม่วง กล้วยแขก ขนมครกสูตรชาละวัน และเมื่อเดินมาถึงซุ้มส้มตำ นายกรัฐมนตรีได้หยิบครกและสาก ก่อนจะลงมือตำส้มตำไทย จนชุมชนไทยต่างแซวว่า “นายกฯ ท่าทางคล่องแคล่ว ตำแล้วต้องรับผิดชอบด้วย” สร้างเสียงหัวเราะ ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะตักส้มตำให้ชุมชนไทยได้ชิม พร้อมบอกว่า อร่อยจริง ๆ ขอให้ชิม เมื่อชุมชนไทยได้ชิมต่างบอกว่า “อร่อย” และยกนิ้วให้ บางคนบอกอร่อยแต่เผ็ดมาก
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้พูดคุยกับชุมชนไทยว่า เวลาไปต่างแดนถ้าได้เจอคนไทยเยอะ ๆ ก็รู้สึกดีใจอย่างมาก รู้สึกว่าเหมือนอยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกมาต่างประเทศ และดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ของคนไทยทุกคนที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส ที่สำคัญคือ นับญาติกันได้หมด บางคนบอกว่ามาจากเพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ อุทัยธานี กาฬสินธุ์ มุกดาหาร นครศรีธรรมราช
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า วันนี้ได้รับการทักทายจากประชาชนชาว สปป. ลาว ตนดีใจที่ทุกคนมีความห่วงใยบ้านเกิดเมืองนอน มีความห่วงใยสถานการณ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย “รับรองว่าด่านไม่เปิด” ทำให้ชาวชุมชนไทยต่าง ๆ ปรบมือ พร้อมส่งเสียงว่า “แสดงว่าเลือกถูก” ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า “โอ๊ย เลือกถูกตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ แล้ว”
ก่อนที่นายกฯ จะกล่าวต่อว่า “ให้คำยืนยันว่าอธิปไตยของประเทศไทย แผ่นดินไทยจะไม่มีวันสูญเสียไปให้ใคร แม้แต่กระพี้เดียว ไม่เกิดขึ้นแน่นอน เราไม่ได้ไปรุกรานหรือคุกคามคนอื่น แต่เราจะไม่มีวันให้ใครเข้ามาย่ำยีหรือมาคุกคามประเทศไทยเป็นอันขาด เพราะนี่ก็คือแบรนด์ของผมด้วย เป็นสิ่งที่ตนได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยทุกคน สิ่งที่เขาเชื่อใจที่สุดคือ ถ้ารัฐบาลชุดนี้อยู่ ประเทศไทยไม่มีวันเสียเปรียบกัมพูชาแน่นอน ขอให้ทุกคนมั่นใจ จะทำอะไรก็ทำกันไป ไม่ต้องกังวลเลยว่าจะไปยอมอะไรเขาหรือเปล่า ไม่มี ยกเว้นเขายอมเราก่อน และต้องยอมอยู่ในเงื่อนไขของเรา เงื่อนไขของประเทศไทยเท่านั้น ขอให้ทุกคนไว้วางใจและมั่นใจได้” นายอนุทิน กล่าว
จากนั้นได้มีประชาชนสอบถามว่า สร้างรั้วบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาแล้วหรือยัง นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบว่า สร้างแล้ว แต่ไม่มีประโยชน์เท่ากับเราดำรงสถานะของเรา ให้คนไม่กล้ารุกล้ำเข้ามา รั้วเอาปืนยิงตู้มก็พังหมดแล้ว มันเป็นเพียงสัญลักษณ์ แต่เราก็สร้าง สร้างในเขตที่เราคิดว่าจะไม่ทำให้เกิดการขนส่งของผิดกฎหมาย ไม่เกิดการลักลอบเข้าเมือง ลักลอบนำของเถื่อนหรืออาวุธเข้ามา แต่ไม่ใช่การสร้างรั้วตลอดแนว 2,000-3,000 กิโลเมตร
การสร้างรั้วระหว่างแนวที่สำคัญที่มีผลทางยุทธศาสตร์ ในขณะเดียวกันการมีรั้วอย่างเดียวไม่พอ เหมือนบ้านทุกบ้านที่มีรั้ว แต่ขโมยยังเข้าได้ แต่ให้มั่นใจว่าเมื่อเดินเข้ามาแล้ว จะนอนออกไปไม่ได้ เขาจะไม่เข้ามา ประเทศไทยจะทำให้ทุกคนได้เห็น รั้วแบบเป็นโครงสร้างก็มี แต่รั้วที่เป็นความน่าสะพรึงกลัวสำหรับผู้ที่คิดไม่ดีกับประเทศไทย และข้ามเข้ามา ก็เห็นดีกัน ขอให้มั่นใจว่าเราทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความปลอดภัยของประเทศไทยและคนไทยทุกคน ย้ำว่าเรามีปัญหากับรัฐบาลของเขา กับระบบการปกครองการบริหารของเขา และเราไม่ได้มีปัญหากับประชาชนของเขา เราไม่มีปัญหากับระบอบการบริหารของเขา ปล่อยให้เป็นเรื่องของรัฐบาลจัดการกัน และไม่ใช่เรื่องของการจะไปจงเกลียดจงชัง หรือการแกล้งประชาชนของเขา
นอกจากนี้ยังเปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ได้หารือกับผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ในประเด็นที่ว่า หากกัมพูชาร้องขอให้ไปสำรวจวัดที่เป็นมรดกโลกที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา ยูเนสโกต้องมาสำรวจเขตแดนในฝั่งไทยด้วย เพื่อให้ข้อมูลมีความชัดเจนและครบถ้วน นายกรัฐมนตรี ยังเผยถึงการเดินทางมาครั้งนี้ว่า เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมความสัมพันธ์ในโอกาสรอบ 170 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย-ฝรั่งเศส เป็นครั้งแรกที่มีรองนายกรัฐมนตรีถึง 4 ท่าน
ซึ่งวันจันทร์นี้ (25 พ.ค.2569) จะได้การหารือระหว่างอาหารค่ำ กับ นายเอมานูว์แอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แบบวงเล็กมากๆ การพบปะครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ และเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับไทยที่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ พร้อมจะฝากฝังประธานาธิบดีฝรั่งเศส ให้ช่วยดูแลคนไทยในฝรั่งเศสด้วย
ช่วงท้ายนายกรัฐมนตรี ยังชวนคนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศกลับไปเยี่ยมเมืองไทย ซึ่งจะได้เห็นเมืองไทยในบริบทที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น น่าอยู่และมีคุณภาพชีวิตมากขึ้นด้วย และฝากคนไทยในฝรั่งเศสเป็นผู้แทนเป็นทูตของประเทศไทย เผยแพร่วัฒนธรรมไทย ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความเป็นไทย ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในสายตานานาชาติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“อนุทิน” ลงพื้นที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – หมอชิต ส่งประชาชนกลับบ้านสงกรานต์
“อนุทิน” ยืนยันผลักดัน 23 นโยบาย ภายในเทอมนี้ หวังรัฐบาลอยู่ครบ 4 ปี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “อนุทิน” ย้ำไม่เปิดด่านแน่นอน ลั่นแผ่นดินไทยจะไม่สูญเสียไปให้ใครแม้แต่กระพี้เดียว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com