“ลิซ่า” แจ้งปมพรรคปชน.ไม่ร่วมลงชื่อกับ “เสรีพิศุทธ์” ไล่ “อนุทิน” เหตุพรรคยันจุดยืนไม่เห็นด้วยให้อำนาจศาลรธน.วินิจฉัยมาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง
วันที่ 23 พฤษภาคม 2569 นางสาวภคมน หนุนอนันต์ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุข้อความว่า “หยุดอนุทิน ทวงคืนเขากระโดง” ขอ "ส้ม" เพียง 50 ชื่อเพื่อจับ "ยักษ์น้ำเงิน" ที่ส้มปล่อยออกมากลับเข้าขวดแต่ส้มไม่ช่วย อยากให้เห็นประโยชน์ของส่วนรวมเหนือนโยบายส่วนตน โดยโฆษกพรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องฮั้ว สว. และกรณีเขากระโดง พรรคประชาชนเดินหน้าตรวจสอบจริงจังอยู่แล้วและทำมาตลอดทั้งการอภิปรายในสภาและแถลงนอกสภา แต่เหตุผลที่เราไม่ร่วมเข้าชื่อกับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เพราะเราไม่เห็นด้วยกับการขยายอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระให้ไปผูกขาดการตีความเรื่องมาตรฐานจริยธรรม
หากเราเห็นผู้มีอำนาจทำเรื่องที่ผิดและบ้านเมืองมีกฎหมายกำหนดบทลงโทษครอบคลุมไว้อยู่แล้ว เราก็เดินหน้าตามช่องทางนั้น ไม่ต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพราะที่ผ่านมาเห็นแล้วว่าการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความมาตรฐานจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญกลายเป็นผู้กำหนดนิยามจริยธรรมตามดุลยพินิจของตัวเอง จนสังคมตั้งคำถามว่าความแน่นอนชัดเจนอยู่ตรงไหน และเสี่ยงถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเล่นงานนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนหรือไม่?
“ถ้าคุณเสรีพิศุทธ์ เห็นปัญหาที่ผ่านมาแต่ยังจะทำแบบเดิม ก็ต้องตั้งคำถามกลับว่าตลอดชีวิตทางการเมือง ท่านเคยทบทวนบ้างหรือไม่ว่าสิ่งที่ทำอยู่เป็นผลดีต่อระบบการเมืองและความเข้มแข็งของประชาธิปไตยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนหรือเปล่า?” โฆษกพรรคประชาชน กล่าว
โฆษกพรรคประชาชน ยังยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่มีฮั้วกับใคร เรายืนบนหลักการนี้มาตลอด ถ้า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยังพอจำได้ ย้อนกลับไปตอนรัฐบาลเศรษฐาและรัฐบาลแพทองธาร พรรคประชาชนก็ถูกตั้งคำถามในลักษณะนี้ แต่เรายึดหลักการนี้เหมือนเดิมว่าเรื่องจริยธรรมควรเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน ไม่ใช่ให้คนไม่กี่คนมาตัดสินตามดุลพินิจที่ไม่แน่นอนของตัวเอง