กลยุทธ์สุดลับ ของ Krispy Kreme พร้อมส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปไกลทั่วโลก
#KrispyKreme เข้าตลาดไทยช่วงปี 2010 จนเกิดเป็นปรากฏการณ์คนต่อคิวซื้อ มีคนรับหิ้วไปขายต่อ ทั้งที่ราคาแพงกว่าคู่แข่งที่เข้าตลาดมาก่อน จนมีคนปรามาสว่าเดี๋ยวกระแสหมดก็เจ๊ง แต่นี่ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ก็ยังอยู่ยั้งยืนยงเหนือคำปรามาสนั้นได้ ด้วยกลยุทธ์ดั้งเดิม เป็นโดนัทที่ไม่ต้องมีโฆษณา เพราะสินค้าขายตัวเอง.
1.Sharing the magic มีการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้วงการขนมหวาน Krispy Kreme ทำการติดตั้งกระจกใสบานใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าได้มองเห็นขนมและขั้นตอนการผลิตอย่างใกล้ชิด.
2.ขายด้วยกลิ่น กลิ่นหอมของโดนัทที่โชยออกมานอกร้าน พร้อมป้ายนีออน “ Hot Doughnuts Now” ที่ติดขึ้น เป็นสัญญาณบอกลูกค้าว่า Krispy Kreme พร้อมแล้ว เป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นให้ลูกค้าอยากมาลิ้มลองขนมอบใหม่ร้อน ๆ จากเตา
.
3.สูตรลับยังคงเป็นความลับ โดนัทที่มีชื่อในตลาดโลกมากว่า 80 ปี บ่งบอกถึงคุณภาพที่มีและคุณภาพนี้ยังคงไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ และมีคนรู้สูตรแค่ 6 คนเท่านั้น.Krispy Kreme ได้กรุยทางธุรกิจในต่างประเทศครั้งแรก เมื่อปี ค.ศ. 2001 สาขาแรกที่เปิด คือ #เมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนาดา และได้ขยายธุรกิจมาเรื่อย จนเข้ามาในเอเชีย ซึ่งสาขาแรกในเอเชีย คือ #กรุงโซล เกาหลีใต้ ปี 2004 สำหรับสาขาแรกในประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2010 ที่ห้างสยามพารากอน.
รายได้ของธุรกิจ Krispy Kreme ผ่าน 4 แหล่งหลัก คือ
▪ จากร้านค้าปลีกของบริษัทเอง คิดเป็น 27% ของรายได้
▪ จากร้านขายของชำและร้านสะดวกซื้อ คิดเป็น 40% ของรายได้
▪ จากการผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม คิดเป็น 29% ของรายได้
▪ จากค่าลิขสิทธิ์ แฟรนไชส์ คิดเป็น 4% ของรายได้
.
เพราะกว่าจะประสบความสำเร็จแบบทุกวันนี้ก็ใช้เวลาลองผิดลองถูกอยู่นาน กว่าจะส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปไกลทั่วโลกได้เช่นทุกวันนี้ Krispy Kreme เดินทางผ่านเรื่องราวมามากมาย และยิ่งไม่หยุดพัฒนาแบรนด์พร้อมๆ กับการใช้กลยุทธ์ดั้งเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนตามกาลเวลา
.ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.grin.com/document/64771