Re-Branding ‘บางโพ’ พลิกตำนานถนนสายไม้ สู่สมรภูมิเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ย้อนกลับไปสัก 30 ปีก่อน “ถนนสายไม้บางโพ” หรือซอยประชานฤมิตร คือย่านที่ไม่เคยหลับใหล เพราะเต็มไปด้วยเสียงเลื่อยไม้และกลิ่นขี้เลื่อยตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง อาชีพช่างไม้ที่นี่เนื้อหอมและขึ้นชื่อเรื่องความประณีตระดับหนึ่งในเมืองไทย แต่เมื่อโลกเปลี่ยนไป พฤติกรรมคนรุ่นใหม่หันไปสั่งเฟอร์นิเจอร์น็อคดาวน์นำเข้าจากต่างประเทศง่าย ๆ แค่คลิกเดียว สัญญาณดิสรัปชันนี้ทำให้เสน่ห์งานคราฟต์ไม้แท้เจอช่วงขาลง ร้านค้าเงียบเหงาจนหลายตึกกลายเป็นตึกร้าง
SPOTLIGHT พาไป 'ย่ำย่าน' บางโพ ในวันนี้ เพื่อแกะสูตรทางรอดของย่านค้าไม้เก่าแก่ที่กำลังลุกขึ้นสู้ใหม่ ผู้ค้ากำลังขยับเปลี่ยนตัวเองสู่ “ย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์” ที่เท่และคูลกว่าเดิม พาไปคุยกับ "คุณกล้วย-สมคิด กอประเสริฐศรี" ประธานประชาคมประชานฤมิตร ลูกเขยบางโพผู้อยู่ในทุกช่วงเปลี่ยนผ่าน และ "คุณอ๋อ อรทัย มณีโชติ" หญิงเก่งสายโฆษณาดีกรี Group Strategy Director จาก Ogilvy ที่ผันตัวมาทำโปรเจกต์อาสาชุบชีวิตย่านบางโพ
การเดินทางของบางโพในรอบนี้ไม่ใช่การขายไม้แบบเดิม ๆ แต่คือการ Re-Branding ครั้งใหญ่ที่ทลายกรอบความคิดเดิมเพื่อความอยู่รอด SPOTLIGHT ชวนอ่านบทความฉบับเต็ม ส่องกลยุทธ์การเชื่อมโลกเก่าของช่างฝีมือเข้ากับไอเดียสุดอินเทรนด์ของคนรุ่นใหม่ ที่ทำให้ย่านนี้กลับมาคึกคักและเข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน
‘ช่างฝีมือวัยเก๋า x นักออกแบบรุ่นใหม่’
จุดเริ่มต้นของการพลิกฟื้นย่านค้าไม้เก่าแก่แห่งนี้ เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มอาสาสมัครขับเคลื่อนชุมชนในนาม Bangpho Creative Common ที่เริ่มต้นลุกขึ้นมา Re-Branding ชุมชนอย่างจริงจัง เนื่องจากมองเห็นสัญญาณอันตรายว่าธุรกิจดั้งเดิมบนถนนสายไม้กำลังเสี่ยงที่จะหายไปตามกาลเวลา ทว่าในความเงียบเหงาคร่าชีวิตเศรษฐกิจนั้น พวกเขากลับมองเห็น "ต้นทุนทางวัฒนธรรม" ชิ้นโบแดงที่ไม่มีใครเหมือน
คุณอ๋อ อรทัย มณีโชติ หนึ่งใน Founder ของกลุ่ม ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของภารกิจกู้ชีพย่านในครั้งนี้ไว้ว่า “จริง ๆ เราเริ่มโปรเจกต์นี้เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในการทำ Re-Branding ชุมชน เพราะว่า เราเห็นปัญหาของถนนสายไม้ที่ธุรกิจมันเงียบเหงามากและกำลังจะตายไป แต่เราเชื่อว่าบางโพมีสตอรี่ที่น่าสนใจมาก ๆ และเป็นแหล่งเรียนรู้ (งานไม้) แหล่งสุดท้ายของประเทศไทยจริง ๆ ที่คงความรู้เรื่องอัตลักษณ์และช่างไม้แบบไทยเอาไว้”
เป้าหมายสำคัญของกลุ่มขับเคลื่อนจึงไม่ใช่แค่การอนุรักษ์ให้อยู่ในพิพิธภัณฑ์ แต่คือการทำให้บางโพก้าวสู่การเป็น "ย่านสร้างสรรค์" ต้นแบบที่จับต้องได้จริง จนนำไปสู่การจัดงานเปิดเมืองครั้งใหญ่อย่าง Bangkok Design Week ในปี 2566 ซึ่งเป็นเสมือนสปอตไลท์ดวงใหญ่ที่ส่องให้คนภายนอกได้เห็นว่า ถนนสายไม้แห่งนี้พร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนแปลง
ความท้าทายที่สุดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของที่นี่ คือการทลายกรอบโครงสร้างธุรกิจดั้งเดิม เนื่องจากร้านค้าส่วนใหญ่บนถนนสายไม้ขับเคลื่อนด้วยผู้ประกอบการรุ่นเก๋าที่เป็นผู้สูงอายุ ทำให้อาจจะก้าวตามเทรนด์ความต้องการของตลาดโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ทัน
“เราเชื่อว่าสิ่งที่เราทำได้คือการเชื่อมโลกใหม่กับโลกเก่า ด้วยถนนสายไม้ ธุรกิจหรือผู้ประกอบการมักจะเป็นรุ่นสูงอายุ เรื่องผลิตภัณฑ์ หรือรูปแบบ อาจจะปรับตัวตามโลกไม่ทัน และยังไม่มี Gen ใหม่มาสืบต่อ เราเชื่อว่าเราเป็นคนที่ Connect ช่างไม้บางโพ กับพวกนักออกแบบรุ่นใหม่ เพื่อให้ถนนสายไม้ไม่ได้เป็นแค่ถนนที่ผลิตแต่ OEM ตามสั่งอย่างเดียว แต่เรามีความต้องการที่จะยกระดับสินค้าบนถนนสายไม้ให้ดูโมเดิร์น” คุณอ๋อกล่าว
การหยิบเอาความเชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ของช่างรุ่นใหญ่ มาผสมผสานกับไอเดียสดใหม่ของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ จึงกลายเป็นสูตรลับสำคัญที่ช่วยสลัดภาพจำเฟอร์นิเจอร์ไม้เชย ๆ สู่ชิ้นงานดีไซน์ร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง และนับเป็นก้าวแรกที่พิสูจน์ว่า เมื่องานคราฟต์ยอมปรับตัวรับคนรุ่นใหม่ สมรภูมิเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของบางโพก็เปิดฉากขึ้นได้อย่างทรงพลัง
ถนนเส้นเก่าสู่ห้องเรียนของสายดีไซน์ทุกระดับ
หากจะหาใครสักคนที่มองเห็นภาพความเปลี่ยนแปลงของบางโพได้อย่างชัดเจนที่สุด คงต้องไปพูดคุยกับ คุณกล้วย-สมคิด กอประเสริฐศรี ประธานประชาคมประชานฤมิตร และเจ้าของร้าน "บ้านอินคำ" อดีตพนักงานปูนซีเมนต์ไทยที่กลายมาเป็นลูกเขยบางโพ และปักหลักใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่บนถนนสายไม้แห่งนี้มายาวนานกว่า 30 ปี จนเข้าใจอินไซด์รอบด้าน
คุณกล้วยเล่าให้ฟังว่า ในอดีตซอยประชานฤมิตรเคยร่วมมือกันจัดงานโปรโมทย่านในชื่อ "งานถนนสายไม้" ต่อเนื่องกันมานานนับ 10 ปี (ตั้งแต่ปี 2542 - 2551) แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป บริบททางเศรษฐกิจเปลี่ยนรูปแบบ การจัดอีเวนต์ใหญ่แบบดั้งเดิมเริ่มไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค มีต้นทุนที่สูงขึ้นจนไม่คุ้มทุน ทำให้งานเทศกาลนี้ต้องหยุดยาวไปเกือบสองทศวรรษ จนกระทั่งได้รับการจุดประกายจุดเปลี่ยนสำคัญจากตัวกลางและพี่เลี้ยงผู้เชี่ยวชาญ
"ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม อาจารย์เจนณรงค์ ทาคูมิ ซาก้า ท่านมีโอกาสได้มาลงพื้นที่และเห็นศักยภาพของถนนสายไม้ ว่าด้วยเหตุว่าอัตลักษณ์งานช่างไม้ เรามีผสมผสานกันอยู่หลายแขนง ในนี้มีช่างประกอบการรวมกันเป็น 10 แขนง ไม่ว่าจะเป็นงานไม้ งานโลหะ งานกระจก ท่านก็เลยชวนพวกเรา เริ่มทำเป็นแหล่งเรียนรู้ เปิดตัวเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างเป็นทางการ" คุณกล้วยกล่าวถึงจุดเริ่มต้นในพฤศจิกายนปี 2563 ที่เริ่มเปิดบ้านรับนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตามมาด้วยสถาบันชั้นนำทั่วประเทศ
การรวมกลุ่มผู้ประกอบการที่กระจายตัวอยู่หลากแขนงในซอยให้กลายเป็น "ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้" ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ที่เข้ามาเป็นพี่เลี้ยงคอยแนะแนวทางการจัดอีเวนต์สร้างสรรค์และงานจัดแสดงศิลปะ (Installation Arts) จนทำให้บางโพสามารถสร้างกระแสการรับรู้สู่สังคมยุคใหม่ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้อย่างมีทิศทาง
ไม่ใช่แค่เปิดให้คนนอกเข้ามาเดินดูเทคนิคการทำไม้เท่านั้น แต่โมเดลเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของบางโพได้ยกระดับไปอีกขั้นด้วยการเปิดพื้นที่สู่หลักสูตรกิจกรรมเวิร์กชอป (Workshop) อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อต่อยอดทักษะฝีมือช่างให้กลายเป็นรายได้และสร้างประสบการณ์ร่วมที่จับต้องได้จริง
“สำหรับ Workshop เราเกิดขึ้นในปี 2024 เปิดโอกาสให้คนเข้ามาดูวิธีการทำงานไม้ ว่าที่บางโพ เขาทำกันอย่างไร ในขณะเดียวกันก็มีผู้ที่สนใจอยากจะเรียนรู้ ประกอบกับบางท่านมีประสบการณ์ อยากมาได้สกิล ต่อยอดการทำงาน”
"บางโพ โก้ได้อีก" สะท้อนผ่าน 4 กิจกรรม ‘ไม้ มู หม่ำ มอง’
ผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงย่านตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ได้ชุบชีวิตตึกร้างรอบแยกบางโพให้กลับมาคึกคักด้วยแกลอรีและร้านค้าของคนรุ่นใหม่ โดยคุณอ๋อสะท้อนถึงจุดเปลี่ยนสำคัญนี้ว่า “เราทำมา 3 ปี เราเริ่มเห็นจุดเปลี่ยนว่าเมื่อก่อนนี้ จะมีเฉพาะถนนสายไม้ที่คึกคักใช่ไหมคะ แต่ก่อนแถวย่านบางโพมีแต่ตึกร้างเต็มไปหมด พอผ่านมา 3 ปี เริ่มมีแกลอรีเข้ามา มีร้านใหม่ ๆ เข้ามา เราเห็นว่าจริง ๆ ย่านนี้มี potential ที่จะขยายและสร้างมูลค่าบนธุรกิจสร้างสรรค์ได้มากขึ้น”
ล่าสุดจึงเกิดความร่วมมือกับ ททท. จัดกิจกรรม Bangpho City Walk ตอน "บางโพ โก้ จริงๆ" พาทุกคนไปย่ำย่านสัมผัสเสน่ห์ "ไม้-มู-หม่ำ-มอง" ชมฝีมือช่างแท้ ๆ ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์สไตล์ไทย-จีน-ไหหลำ ลิ้มรสเมนูเด็ดอย่างวิเศษไก่ย่าง และทำ Art Toy Workshop จากไม้กลับบ้าน
ความโก้ของระบบนิเวศใหม่นี้ สะท้อนภาพชัดเจน ขยายตัวออกมาไกลจากถนนสายไม้ เพราะเพียงแค่เดินลงจาก MRT บางโพ ก็จะเจอกับร้านรวงสุดชิค หนึ่งในนั้นคือ POLL.Projects คอมมูนิตี้สเปซที่เปิดให้ ผู้คนได้มานั่งเล่น ดื่มมัทฉะ และเสพศิลปะ โดยหยิบเอาวัตถุดิบและสตอรี่ของถนนสายไม้มาดีไซน์เป็นงานคราฟต์ร่วมสมัยและจัดเวิร์กชอปสุดเก๋ ดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้หลั่งไหลเข้ามาเติมเต็มความมีชีวิตชีวา และสร้างมูลค่าเพิ่มให้ชุมชนได้อย่างน่ารักและลงตัว