โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KTXเก็งหุ้นไทย Q3/69 มีสิทธิพุ่งทะลุ1,705จุด อุตสาหกรรมธีมAIยังแกร่ง-เม็ดเงินไหลเข้าเอเชีย

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

นายณัฐวุฒิ จันทนะจุลพงศ์ นักกลยุทธ์ลงทุนอาวุโส บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง (KTX)ประเมินภาพรวมการลงทุนในช่วงไตรมาส3/69ให้เป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ที่1,705จุด หรือมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกราว7%จากปัจจัยพื้นฐานโครงสร้างเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้น ทั้งการส่งออก กำไรบริษัทจดทะเบียน และกระแสเงินทุนต่างชาติ ที่สนับสนุนการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย

พร้อมคาดว่าเมื่อความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ลดลง เงินดอลลาร์จะทยอยอ่อนค่า หนุนให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่เอเชียอีกครั้ง ขณะที่ธีมการเติบโตของภูมิภาคยังได้รับแรงหนุนจากอุตสาหกรรมAIและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกสำคัญ

แนะนำลงทุนADVANC, GULFและWHAต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน พร้อมเพิ่มKBANKและASKเพื่อรับธีมการลงทุนด้านAI InfrastructureและการลงทุนในData Centerที่กำลังเติบโต

สำหรับมุมมองการลงทุนKTXยังคงให้น้ำหนัก ตลาดหุ้นเอเชียมากกว่าสหรัฐฯแม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลาย หลังคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง0-1ครั้งในปีนี้ ต่ำกว่าที่ตลาดเคยกังวล เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศเริ่มชะลอตัว ขณะที่รายได้ครัวเรือนลดลงแต่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง ทำให้เฟดต้องให้น้ำหนักกับการประคองเศรษฐกิจมากกว่าการเร่งขึ้นดอกเบี้ย

อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงไตรมาส3คือ สภาพคล่องในตลาดการเงินโลกจากการระดมทุนของภาครัฐและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะCrowding Out(ปรากฏการณ์ที่การเพิ่มขึ้นของการใช้จ่ายหรือการลงทุนของภาครัฐส่งผลให้การบริโภคหรือการลงทุนของภาคเอกชนลดลง)ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์บางประเภทเข้าสู่การลงทุนใหม่ สร้างแรงขายต่อสินทรัพย์เสี่ยง

อย่างไรก็ตามแนะนำนักลงทุนประเมินการลงทุนด้วย2มุมมองทั้งระยะสั้น (Short-term)และระยะยาว (Long-term)โดยระยะสั้นยังต้องติดตามความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่หากมองภาพระยะยาว ประเมินว่าความเสี่ยงด้านพลังงานเริ่มคลี่คลาย หลังซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาน้ำมันให้ตลาดเอเชีย กลุ่มโอเปกพลัสทยอยเพิ่มกำลังการผลิต และมีโอกาสที่น้ำมันอิหร่านจะกลับเข้าสู่ตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัวบริเวณ70-80ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบดังกล่าวมากกว่าปรับขึ้นรุนแรง

นายศุภพล ตั้งวิเชียร นักวิเคราะห์ตลาดหุ้นต่างประเทศ KTXเปิดเผยว่าเริ่มมีสัญญาณหมุนเม็ดเงินลงทุนทั่วโลกกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชียหลังบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ เร่งลงทุนด้านAIส่งผลให้เม็ดเงินไหลสู่อุตสาหกรรมต้นน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปประมวลผล (Semiconductor) ในเอเชีย สะท้อนว่าการลงทุนด้านAIยังไม่จบ และยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของตลาดหุ้นเอเชียในไตรมาส3/69

แม้ระยะสั้นจะเกิดการปรับน้ำหนักการลดลงไปกลุ่มอุตสาหกรรมอื่น (Sector Rotation) เช่น ไปยังกลุ่มHealthcare, IndustrialและFinancialแต่คาดว่าเมื่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ทยอยประกาศผลประกอบการในช่วงกลางถึงปลายเดือนนี้ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตจากธุรกิจCloudและAIจะเป็นปัจจัยหนุนให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

KTXแนะใช้กลยุทธ์เลือกลงทุนแบบรายตัว(Selective Buy) เน้นหุ้นหรือดัชนีที่มีแนวโน้มกำไรเติบโต ได้รับประโยชน์จากการลงทุนด้านAIและยังมีมูลค่าที่เหมาะสม ได้แก่TAIWAN19ซึ่งเป็ฯ DRที่อ้างอิงกองทุนYuanta/P-shares Taiwan Top50ETFเนื่องจากไต้หวันเป็นห่วงโซ่อุปทานหลักของNVIDIAและอุตสาหกรรมAIโลก โดยเฉพาะTSMCผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์แบบรับจ้างรายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลประกอบการในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม2569และมีโอกาสรายงานกำไรที่เติบโตแข็งแกร่ง พร้อมทั้งอาจปรับเพิ่มประมาณการรายได้ในระยะถัดไป

นอกจากนี้ยัง แนะนำNIKKEI80ที่เป็นDRอ้างอิงดัชนีNikkei 225ของญี่ปุ่น เนื่องจากโครงสร้างตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านAIทั่วโลก

ขณะที่นายพีรพล สุรัตนวนิช นักกลยุทธ์ลงทุน บลจ.เอ็กซ์สปริง (XSpring AM)ระบุว่ารัฐบาลญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เดินหน้าลงทุนด้วยเม็ดเงินขนาดใหญ่ ในอุตสาหกรรมAIเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ในช่วง5-10ปีข้างหน้า เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและความเป็นผู้นำโดยรัฐบาลญี่ปุ่นเดินหน้าสนับสนุนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์อย่างต่อเนื่องทั้งการลงทุนในโรงงานผลิตชิปรุ่นใหม่ การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง และการต่อยอดนวัตกรรมด้านวัสดุและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่งผลให้ญี่ปุ่นยังคงมีความได้เปรียบในธุรกิจต้นน้ำ ตั้งแต่เครื่องจักรผลิตชิป วัสดุ ไปจนถึงการทดสอบเซมิคอนดักเตอร์

XSpringAMจึงแนะนำกองทุนX-JPTOPTECHลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีชั้นนำของญี่ปุ่น20บริษัทครอบคลุมผู้นำในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ และระบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากการเติบโตของAIปัจจุบันสามารถให้ผลตอบแทนช่วง1เดือน อยู่ที่ราว12% และมีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year to Date)อยู่ที่ประมาณ35.3%

นอกจากนี้ การเติบโตของAIจะเกิดขึ้นไม่ได้หากขาดโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูล (Data Center)และระบบประมวลผลAIเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี2569-2573สหรัฐฯ มีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและสาธารณูปโภค ทั้งนี้คาดว่าจะลงทุนคิดเป็นมูลค่าราว1.3ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว แนะนำ กองทุน X-VOLT ลงทุนในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำครอบคลุมโครงข่ายพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เพื่อรับอานิสงส์จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมAIในระยะยาวซึ่งสามารถให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (Year to Date)อยู่ที่ประมาณ35.4

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...