เปิดชีวิตต้องแลก! ของบรรดา “สัตว์ในคณะละครสัตว์”
ณ ละครสัตว์แห่งหนึ่ง มี “เสือ” ที่กำลังกระโดดผ่านวงแหวนแห่งไฟ “ช้าง” สง่างามกำลังทรงตัวบนแท่นเล็ก ๆ “ลิง” ที่ต้องหอยโหนลอยฟ้าไปมาไม่รู้จบ “ม้าลาย” นับสิบที่ยืนเรียงสองขาต่อกัน และสัตว์อื่น ๆ นับพันที่กำลังแสดงต่อหน้า “ฝูงชน” ที่ตื่นตาตื่นใจอ้าปากค้างแล้วส่งเสียงเชียร์ ผู้คนต่างหลงใหลและเพลินเพลินไปกับสัตว์แสนมหัศจรรย์เหล่านี้ ทว่ากลับน่าเสียดายที่สัตว์เหล่านี้ถูกบังคับให้แสดงกลอันแสนยากลำบากภายใต้ความทรมานของการถูกลงโทษทางร่างกายและจิตใจ มิหนำซ้ำยังต้องถูกบรรทุกในยานพาหนะที่คับแคบและอับชื้นไปทั่วประเทศ บ้างถูกล่ามโซ่หรือขังอยู่ในกรงที่แห้งแล้งและสกปรก และถูกแยกจากครอบครัวและเพื่อนมาตั้งแต่วัยเด็ก ทั้งหมดนี้ก็เพื่อ “ความบันเทิง” ที่ถูกบังคับให้แสดงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เรื่องราวต่อไปนี้คือ เบื้องหลังของ “ละครสัตว์” ที่อาจไม่ได้ดูสนุกสนานและสวยงามเหมือนอย่างเบื้องหน้าที่เห็นกัน แต่กลับแฝงไปด้วยความน่าหดหู่ใจในแบบที่เราไม่คาดคิดและอาจไม่เคยรู้มาก่อน
Circus Midway Scene / Library of Congress
“ละครสัตว์” อุตสาหกรรมความบันเทิงเพื่อมนุษย์
การอยู่ร่วมกันของมนุษย์และสัตว์มีความเป็นมาอันยาวนาน ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์จึงเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันมาจนถึงปัจจุบัน แต่ทว่าก็ไม่ใช่กับมวลหมู่มนุษย์ทั้งหมด เพราะมนุษย์บางกลุ่มได้มีการรวบรวม “สัตว์ป่า” และ “สัตว์แปลก” เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมความบันเทิงของมนุษย์ด้วยกันเอง นำไปสู่การธุรกิจ “ละครสัตว์” อันสะท้อนให้เห็นการลิดรอนสวัสดิภาพโดยธรรมชาติของสัตว์เหล่านั้น
เริ่มแรก “ละครสัตว์” มีบทบาททางประวัติศาสตร์มากมายที่มีการนำสัตว์ต่าง ๆ มาสร้างเอกลักษณ์ เพื่อให้ผู้คนได้มีโอกาสเข้าถึงสัตว์หายากผ่านการกักขังและฝึกฝนพวกมันเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับมนุษย์โดยเฉพาะ โดยคณะละครสัตว์ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา ก่อนที่จะเริ่มลดน้อยถอยไปในช่วงหลัง เนื่องจากมีการวิจัยเผยให้เห็นถึงการลิดรอนสวัสดิภาพสัตว์ในอุตสาหกรรมนี้ จนทำให้สาธารณชนเริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์ในคณะละครสัตว์มากขึ้น ความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้สัตว์เพื่อความบันเทิงจึงเปลี่ยนไป หันมาให้ความสำคัญกับสัตว์ในระดับที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ หลายคนเริ่มไม่เพลิดเพลินกับความบันเทิงของ “สัตว์” ที่ต้องแลกมาด้วยความทรมานและความเจ็บปวด เป็นเหตุให้คณะละครสัตว์หลายแห่งต้องควบรวมกิจการหรือเลิกกิจการไป กระแสความบันเทิงในละครสัตว์จึงค่อย ๆ ลดน้อยลง และเริ่มเปลี่ยนรูปแบบการแสดงให้เข้ากับผู้คนในปัจจุบันมากขึ้น
กว่า 40 ประเทศทั่วโลกได้เริ่มมีข้อบังคับควบคุมการใช้งานสัตว์ในละครสัตว์ แต่ในขณะเดียวกันยังมีประเทศอื่นอีกจำนวนมากที่ไม่มีคำสั่งห้ามใช้สัตว์ในละครสัตว์ สัตว์หลายพันตัวจึงยังคงถูกนำมาใช้ในละครสัตว์กระทั่งทุกวันนี้ แม้จะมีเสียงคัดค้านจากสาธารณชนก็ตาม
Back Door Scene at the American Circus / Library of Congress
เบื้องหน้าบิดเบือน เบื้องหลังโหดร้าย ปราศจากสวัสดิภาพ
ภาพเบื้องหน้าอันสวยงามตระการตาและจับใจใครหลายคน แท้จริงแล้วมีเบื้องหลังอันโหดร้ายที่เกินกว่าจะคาดคิดได้ จากผลการศึกษาที่จัดทำโดย AAP (Animal Advocacy and Protection) ศูนย์ช่วยเหลือและการคุ้มครองสัตว์ พบว่า สัตว์จำนวนไม่น้อยกว่า 89% ที่พวกเขาช่วยเหลือจากละครสัตว์ในยุโรปต้องทนทุกข์ทรมานจากการบาดเจ็บทั้งทางร่างกายและจิตใจ การวิเคราะห์สุขภาพของอดีตสัตว์ในละครสัตว์จำนวน 73 ตัวที่ได้รับการช่วยเหลือระหว่างปี 2015 - 2021 พบว่า เกือบครึ่งหนึ่งมีอาการบาดเจ็บภายนอกอย่างรุนแรง นอกจากนี้ สัตว์บางตัวยังล้มตายเนื่องจากทุกข์ทรมานจากบาดแผลฉกรรจ์ที่รักษาไม่หาย โดยบาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่แค่ทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสภาวะจิตใจ จนเกิดการทำร้ายตัวเองและล้มตายในที่สุด จากเบื้องหลังความโหดร้าย เช่น
- การฝึกซ้อมสุดโหด
ก่อนการแสดงใด ๆ สัตว์ทุกตัวจะต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างทรหดเป็นเวลานานหลายเดือนหรือเนิ่นนานนับหลายปีด้วยรูปแบบการฝึกที่ไม่เหมาะสม และอาจมีการใช้กำลังเชิงลบร่วมด้วย โดยเจ้าของละครสัตว์และผู้ฝึกซ้อมมักอ้างว่า การแสดงละครสัตว์เป็นการช่วยอนุรักษ์และมีบทบาททางการศึกษาสำหรับเด็ก แต่การแสดงละครสัตว์นั้นห่างไกลจากธรรมชาติของสัตว์ ตั้งแต่เครื่องแต่งกายไปจนถึงรูปแบบการแสดง ตัวอย่างเช่น ม้าจะไม่เดินสองขาหรือยกขาไว้บนหลังม้าตัวอื่น ช้างจะไม่ยืนทรงตัวบนแท่นขนาดเล็ก แม้ว่าการแสดงละครสัคว์จะทำให้สัตว์เหล่านี้ดูเป็นสัตว์ฉลาด แต่ก็ไม่ควรเป็นเหตุผลที่จะใช้ประโยชน์จากพวกมันเพื่อความบันเทิงใด ๆ อย่างไร้มนุษยธรรม
อาร์เชล ฮันด์ลีย์ (Archele Hundley) และ บ็อบ ทอม (Bob Tom) อดีตพนักงานคณะละครสัตว์แห่งหนึ่งได้เผยการฝึกซ้อมด้วยเทคนิคที่ไม่เหมาะสมไว้ว่า คณะละครสัตว์มีการทารุณกรรมสัตว์เป็นประจำ ในกรณีของช้าง ช้างมักถูกทุบตีและช็อตด้วยอุปกรณ์ไฟฟ้าเป็นเวลากว่า 30 นาที และมักถูกล่ามโซ่ทุกครั้งที่ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ รวมถึงถูกบังคับให้แสดงขณะป่วยหรือได้รับบาดเจ็บอยู่ ไม่เพียงเท่านี้กับสัตว์ตัวอื่นต่างก็ถูกใช้กำลังจากผู้ฝึกซ้อมเช่นเดียวกัน ทั้งการควบคุมด้วยโซ่ที่คอหรือการใช้เชือกรัดตามอวัยวะต่าง ๆ การตีด้วยตะขอเหล็ก ฟาดด้วยแส้และไม้ หรือการงดอาหารและน้ำ
ดร. เทมเพิล แกรนดิน (Dr. Temple Grandin) นักพฤติกรรมสัตว์กล่าวไว้ว่า “ด้วยความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้พวกสัตว์เลือกที่จะจดจำประสบการณ์ความโหดร้ายเหล่านี้ พร้อมกับเลือกที่จะต่อต้านความโหดร้ายนี้ในครั้งต่อไป ซึ่งทำให้ผู้ฝึกซ้อมจัดการได้ยากขึ้น และนำไปสู่การทรมานที่มากขึ้นกว่าเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
หากจะต้องขึ้นแสดงหลังจากการฝึกซ้อมอันแสนทรหด ร่องรอยหรือบาดแผลเปื้อนเลือดที่ได้ผ่านการฝึกซ้อมจะถูกปกปิดและบิดเบือนความจริงด้วยการแต่งแต้มสีสันลงไป เพื่อไม่ให้เบื้องหลังความทรมานนี้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
Tom Driggers / Flickr
การเดินทางที่ยาวนานเกือบครึ่งหนึ่งของชีวิต
การฝึกซ้อมสัตว์ด้วยการใช้กำลังเชิงลบหรือการทารุณกรรมไม่ใช่วิธีเดียวในการทรมานที่สัตว์ต้องเผชิญ เพราะการเดินทางเพื่อออกทัวร์ละครสัตว์แต่ละครั้ง ก็ส่งผลกระทบกับสัตว์อย่างแสนสาหัสเช่นเดียวกัน สัตว์ในคณะละครสัตว์ต้องใช้เวลาประมาณ 11 เดือนต่อปี หรือ 23 ชั่วโมงต่อวัน ในการเดินทางจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง หรือรัฐหนึ่งไปอีกรัฐหนึ่ง ขณะเดินทาง พวกมันจะถูกล่ามโซ่อยู่ถูกกักขังอยู่ภายในกรงที่ขนาดเทียบเท่ากับตัวของสัตว์นั้น ๆ ซึ่งคิดเป็น 96% ของทั้งชีวิตที่สัตว์ในคณะละครต้องใช้ชีวิตภายใต้กรงขังที่คับแคบและถูกจำกัดพื้นที่ในการเคลื่อนไหว สัตว์หลายตัวต้องอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด มิหนำซ้ำยังถูกบังคับให้กิน นอน และขับถ่ายในบริเวณเดียวกัน นอกจากนี้ การต้องทนทุกข์ทรมานในยานพาหนะเป็นเวลานานหลายพันชั่วโมง ทำให้สัตว์ขาดการเคลื่อนไหวร่างกายที่เหมาะสม ทำให้พวกมันมักประสบกับโรคข้อเสื่อมและความผิดปกติของเท้า นำมาสู่สาเหตุของความทรมานจนเกิดการล้มตาย โดยเฉพาะกับช้างที่มีน้ำหนักตัวมหาศาล
มีการเปิดเผยข้อมูลการเดินทางของช้างในคณะละครสัตว์แห่งหนึ่งพบว่า ช้างต้องอยู่ในยานพาหนะเป็นเวลา 19 ชั่วโมงครึ่งสำหรับการเดินทาง 5 ชั่วโมง แม้กระทั่งช้างที่ป่วยหนักก็ยังต้องอาศัยในยานพาหนะเกือบ 18 ชั่วโมงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตัวอย่างเหตุการณ์ที่น่าเศร้าจากการเดินทางเป็นเวลานานเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนปี 1997 ที่มีช้างวัย 8 ปีล้มตาย เนื่องจากอุณหภูมิภายในรถพ่วงที่ร้อนจัดประมาณ 120 องศาฟาเรนไฮต์ หลังจากที่คณะละครสัตว์จอดรถทิ้งไว้ในนิวเม็กซิโก และในปี 2004 สิงโตตัวหนึ่งต้องตายลงหลังจากถูกกักขังไว้เป็นเวลา 6 ชั่วโมงในตู้บรรทุกสัตว์ของคณะละครสัตว์ จากการเดินทางจากแอริโซนาผ่านทะเลทรายโมฮาวีไปยังแคลิฟอร์เนีย ด้วยอุณหภูมิในที่ถูกบันทึกไว้ที่ 109 องศาฟาเรนไฮต์ โดยไม่ได้รับน้ำหรือการระบายอากาศที่เพียงพอการพลัดพรากจากธรรมชาติจึงมีพฤติกรรมผิดธรรมชาติ
สัตว์ที่ใช้ในละครสัตว์ส่วนใหญ่ถูกจับมาจากถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติตั้งแต่เด็ก การพลัดพรากถิ่นส่งผลให้สัตว์ทุกตัวมีคุณภาพชีวิตที่แตกต่างไปจากธรรมชาติเดิมของมัน ทำให้ไม่มีโอกาสที่จะแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติของสายพันธุ์หรือมีปฏิสัมพันธ์กับสมาชิกสายพันธุ์อื่นในแบบที่ควรจะเป็น แต่กลับต้องเผชิญกับการถูกกักขัง การอยู่รวมกันอย่างแน่นหนาของสัตว์ต่าง ๆ ทำให้มีพฤติกรรมผิดธรรมชาติแบบเหมารวม เช่น การส่ายหัวซ้ำ ๆ การโยกตัว และการเว้นจังหวะ ซึ่งเป็นรูปแบบพฤติกรรมการเคลื่อนไหวในท่าทางที่ซ้ำเดิม อันเป็นผลมาจากความเครียด ความเบื่อหน่าย และภาวะซึมเศร้าที่รุนแรง
นอกจากนี้ ละครสัตว์ยังเต็มไปด้วยเสียงและแสงที่ไม่เป็นธรรมชาติ ดนตรี เสียงเชียร์ และเสียงหัวเราะ ซึ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับสัตว์เป็นอย่างมาก โดยอาจทำลายโครงสร้างอันละเอียดอ่อนของหูชั้นกลางและหูชั้นในของสัตว์ได้ และสัตว์เหล่านี้ยังต้องใช้ชีวิตส่วนใหญ่ติดกับถนนซึ่งล้วนมีมลพิษรอบด้าน และแตกต่างจากถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติของพวกมัน อันนำมาสู่ความเครียดและวิตกกังวล ทำให้มีความเสี่ยงที่สัตว์จะหลบหนีและทำอันตรายต่อผู้คนรวมถึงทรัพย์สินโดยรอบได้
Robert / Flickr
ความเครียดและความทรมานกำลังฆ่าสัตว์! จุดระเบิดของ “สัตว์” ผู้ถูกกระทำเสมอมา
มีเหตุการณ์หลายร้อยเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการโจมตีหรืออาละวาดของสัตว์จากการหลบหนีจากคณะละครสัตว์ อันเนื่องมาจากความเครียดและความทรมานที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งมักส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน การบาดเจ็บ และเสียชีวิตของทั้งมนุษย์และตัวสัตว์เอง
ตัวอย่างเหตุการณ์อันโด่งดังเกิดขึ้นในปี 1994 ที่ช้างตัวหนึ่งหนีออกมาจากที่คุมขัง มันสังหารผู้ดูแลคนหนึ่ง และทำร้ายผู้ชมหลายสิบคนขณะที่กำลังวิ่งอาละวาด กระทั่งถูกตำรวจยิงมากกว่า 87 นัดก่อนจะล้มลงในที่สุด โดยก่อนหน้านี้ ช้างเชือกดังกล่าวเคยสร้างความเสียหายมูลค่าราว 10,000 เหรียญสหรัฐระหว่างการแสดงละครสัตว์และโจมตีผู้ฝึกซ้อม ทำให้ซี่โครงของเขาหักถึงสองซี่ ต่อมาในปี 2004 เสือตัวหนึ่งก็หลบหนีจากคณะละครสัตว์ โดยวิ่งผ่านถนน Jackie Robinson Parkway ที่เต็มไปด้วยรถที่พลุกพล่านจนเกิดอุบัติเหตุส่งผลให้ผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายคน ตลอดจนในช่วงไม่กี่ปีต่อมา ก็มีสัตว์ที่หลบหนีออกจากคณะละครสัตว์ โดยบางตัวต้องถูกรถยนต์ชนจนล้มตายขณะวิ่งผ่านพื้นที่ชุมชนที่พวกมันถูกนำตัวมาให้ใช้ชีวิตและแสดง
ความเป็นไปได้ในการกลับคืนสู่ “ธรรมชาติ”
สำหรับสัตว์ในละครสัตว์นั้นแทบจะไม่มีความเป็นไปได้ในการคืนสัตว์สู่ธรรมชาติ โดยเฉพาะสัตว์ที่หมดสภาพการใช้งาน หรือไม่สามารถทำกำไรให้กับคณะละครสัตว์ได้อีกต่อไป หรือด้วยเหตุผลอื่น พวกสัตว์มักจะถูกนำไปขายต่อในสถานที่ที่รับซื้อหรือรับฆ่าสัตว์ เนื่องจากสัตว์เหล่านี้ไม่กลัวมนุษย์และไม่พยายามหนี ดังนั้นการดำรงอยู่ของสัตว์ในละครสัตว์บางตัวจึงมักจะจบลงในลักษณะที่เจ็บปวดและไร้มนุษยธรรมด้วยการถูกฆ่าอย่างน่าสงสาร หรือบางครั้งก็จบลงด้วยการขายเป็นสัตว์เลี้ยงแปลกใหม่
ดร. คริส เดรเปอร์ (Dr. Chris Draper) หัวหน้าฝ่ายสวัสดิภาพสัตว์และการกักขังสัตว์แห่ง Born Free กล่าว “การปล่อยสู่ธรรมชาติไม่ได้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสัตว์ทั้งหมด” เพราะสัตว์ในละครสัตว์ที่ต้องอยู่ในกรงมาตลอดทั้งชีวิตแทบจะไม่ได้เรียนรู้ทักษะการเอาชีวิตรอดที่สำคัญ และมักคุ้นเคยกับการสัมผัสของมนุษย์มากเกินไป การกลับคืนสู่สภาพเดิมจึงเป็นไปได้ยาก และมีความเสี่ยงต่อการถูกลักลอบล่าสัตว์ เพราะพวกมันไม่พร้อมสำหรับการอาศัยในป่า
เคธี่ มัวร์ (Katie Moore) รองประธานฝ่ายอนุรักษ์และสวัสดิภาพสัตว์ของกองทุนระหว่างประเทศเพื่อสวัสดิภาพสัตว์ให้ข้อมูลเสริมว่า “ในหลายกรณี การปล่อยสัตว์ที่โตเต็มวัยที่ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้การเอาชีวิตรอดในป่ากลับคืนสู่ธรรมชาตินั้นมีความเป็นไปได้น้อยมาก แย่ยิ่งกว่า หากสัตว์เหล่านี้ได้รับบาดเจ็บหรือถูกจับมาตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งยังต้องระมัดระวังอย่างมากในการนำโรคมาสู่ประชากรป่า แต่สำหรับสัตว์บางชนิด ถ้าดำเนินการอย่างมีหลักการและรอบคอบเพียงพอ ก็อาจทำการคืนสู่ธรรมชาติได้”
การปล่อยสัตว์คืนสู่ป่านั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงความต้องการของแต่ละสายพันธุ์อย่างระมัดระวัง สัตว์ต้องใช้เวลาในการปรับตัวและพัฒนาให้เข้ากับสภาพแวดล้อม เพื่อให้สัญชาตญาณกลับมาและคืนสู่ธรรมชาติได้อีกครั้ง ทั้งนี้ อาจมีความเป็นไปได้มากขึ้น สำหรับสัตว์ที่ได้รับช่วยเหลือและรักษาโดยองค์กรพิทักษ์สัตว์ต่าง ๆ ที่ผ่านการดูแลอย่างเหมาะสมและได้รับการพิจารณาว่าเห็นสมควรในการปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติได้
Maria / Pixabay
มิติใหม่ของละครสัตว์ที่ปลอดสัตว์
ด้วยความกังวลด้านสวัสดิภาพสัตว์ของสาธารณชน หลายคนจึงสนับสนุนการห้ามใช้ "สัตว์ป่า" หรือ "สัตว์แปลก" ในละครสัตว์ เป็นเหตุให้มีการแสดงละครสัตว์แบบปลอดสัตว์จำนวนเพิ่มมากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อภูมิทัศน์ของสาธารณชนที่เปลี่ยนแปลงไป อันพิสูจน์ให้เห็นว่าละครสัตว์แบบเดิมอาจไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว
ในปัจจุบัน “ละครสัตว์ปลอดสัตว์” จะเน้นไปที่การแสดงความสามารถที่น่าประทับใจของมนุษย์ในการลอกเลียนแบบสัตว์ทั้งการแต่งกายและลักษณะท่าทางของสัตว์ต่าง ๆ อย่างคณะละครสัตว์ Cirque Du Soleil หรือการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่าง Circus Roncalli คณะละครสัตว์เก่าแก่จากเยอรมนี ที่ได้เล็งเห็นถึงปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ในคณะละครสัตว์ จึงนำเทคโนโลยีโฮโลแกรม 3 มิติเข้ามาใช้ โดยพวกเขาสร้างภาพสัตว์ต่าง ๆ มากมายแทนการใช้สัตว์จริงจากเครื่องโปรเจ็กเตอร์ที่ครอบคลุมพื้นที่เวทีการแสดงที่กว้างถึง 32 เมตร และลึกลงไป 5 เมตร สามารถทำให้ผู้ชมบนอัฒจันทร์รับชมได้แบบ 360 องศา และได้เห็นรูปแบบการโชว์ที่ต่างออกไปจากเดิมที่จะไม่มีสัตว์ตัวไหนถูกนำมาคุมขังและถูกบังคับให้ทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ธรรมชาติของพวกมัน
นับเป็นความโชคดีที่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้มีการห้ามการใช้สัตว์ในคณะละครสัตว์กันมากขึ้น และหวังว่าการใช้ประโยชน์จากสัตว์ใด ๆ เพื่อความบันเทิงของมนุษย์นี้จะหมดไป เพราะสัตว์ทุกตัวทุกชีวิตสมควรได้รับ “สวัสดิภาพสัตว์” ที่ดี
ที่มา : บทความ “Do Circuses Still Abuse Animals?” โดย Rachel Graham
บทความ “Traveling Exotic Animal Acts” โดย mspca.org
บทความ “Animals in Circuses and the Laws Governing Them” โดย Anastasia Niedrich
บทความ “Animals in Captivity” โดย bornfreeusa.org
บทความ “9 out of 10 animals rescued from EU circuses suffer from trauma” โดย aap.eu
บทความ “Can captive animals ever truly return to the wild?” โดย Zoe Cormier
บทความ “Circuses” โดย Animal Liberation
บทความ “The scientific evidence of the effects of captivity and transport on animals and their use in traveling circuses” โดย Animal Defenders International
บทความ "Animals Have No Home In The Circus” โดย Michael Schwartz
บทความ “Circuses Are No Fun for Animals” โดย Lorraine Murray
บทความ “Animal Cruelty in Circuses” โดย Doris Lin
เรื่อง : ณัฐธิดา คำทำนอง