โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ให้ MBTI เป็นจุดเริ่มต้น ของการ ‘รู้จักตัวเอง’ แล้วเดินทางต่อด้วย 4 วิธีสร้าง Self-awareness เพื่อให้เรารู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

เธอๆ ไทป์อะไรอะ

เราเป็น INFP นะ แล้วเธอล่ะ?

เราเป็น ENTJ แหละ แล้วเธอ…

เชื่อว่าใครหลายคนคงคุ้นเคยกับการทำ Personality Test หรือ ‘แบบทดสอบบุคลิกภาพ’ เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Chronotype บุคลิกตามนาฬิกาชีวิต ที่เชื่อว่าร่างกายมนุษย์เรามีการทำงานที่แตกต่างกัน ผ่านการทำแบบทดสอบโดยเปรียบเทียบกับพฤติกรรมการนอนของสัตว์ 4 ชนิดว่าร่างกายของเราตื่นตัวในช่วงไหน และคล้ายกับสัตว์ชนิดใดมากที่สุด

แบบทดสอบ DISC - 4 อักษรสะท้อนตัวตน ที่มักเป็นที่นิยมในองค์กรเพื่อหาคนที่เหมาะสมกับลักษณะงานและทัศนคติการทำงานในออฟฟิศ หรือแม้แต่ Big 5 - 5 อย่างบอกความเป็นเรา ที่ทำให้เรารู้ว่าเราเป็นคนแบบไหน รวมถึงแบบทดสอบที่เป็นที่นิยมมากที่สุดอย่าง MBTI (Myers-Briggs Type Indicator) ที่จำแนกกลุ่มคนออกเป็น 16 ไทป์ โดยดูจากวิธีคิด พลังงาน และการใช้ชีวิต เพื่อให้เราพัฒนาตัวเราเองและทำความเข้าใจผู้อื่นไปพร้อมๆ กัน

โดยเฉพาะในปัจจุบันที่การเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือหาตัวเองเป็นเรื่องที่ง่ายดาย แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบทดสอบใดๆ ต่างล้วนทำให้เรารู้จักตัวเราเองมากขึ้น ว่าเราเป็นคนแบบไหน มีนาฬิกาชีวิตเป็นแบบใด ทว่าลึกๆ แล้วเรากลับ ‘เข้าใจ’ ตัวเราเองน้อยลง ว่าความต้องการในชีวิตของเราจริงๆ คืออะไรกันแน่

การที่เรามองเห็นตัวเองมากขึ้น แต่กลับเข้าใจตัวเองน้อยลง เพราะเราไม่สามารถแยกแยะความรู้สึกซับซ้อนที่อยู่ในจิตใจเราได้ และมักเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับคนอื่นอยู่ตลอดเวลา และเอาความสำเร็จหรือมาตรฐานของคนอื่นมาเป็นเป้าหมายในชีวิตของตัวเราเอง

เมื่อเราเอาความสุขของคนอื่นมาเป็นบรรทัดฐาน เราจะไม่ได้ยินเสียงของหัวใจตัวเอง เราจึงไม่อาจเข้าใจได้ว่าสิ่งที่ต้องการจริงๆ ของเราคืออะไร เพราะเราเลือกที่จะไล่ตามความสำเร็จที่คนในสังคมพยายามสร้างขึ้นมา

อีกอย่างที่สำคัญคือการที่เราต้องยอมรับข้อบกพร่องและข้อผิดพลาดของตัวเองให้ได้ การตั้งคำถาม ใช้เวลาอยู่กับความคิด การรับรู้ปัญหาของตัวเองและแก้ไขสิ่งนั้น จะทำให้เราเติบโตและเกิดความเข้าใจตัวเองมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น การมี Self-awareness การเข้าใจหรือการตระหนักรู้ในตัวเอง นอกจากจะช่วยให้เราได้รู้จักและเข้าใจตัวเองในแต่ละช่วงเวลาจริงๆ แล้ว การมี Self-awareness ยังช่วยให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ตัวเองและมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีให้กับคนรอบข้างอีกด้วย Thairath Plus ชวนทุกคนมาสำรวจแนวทางในการตระหนักรู้และฝึกเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น

4 วิธีสร้าง Self-awareness ให้เราได้รู้จักและเข้าใจตัวเอง

โมเดลที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายอย่างทฤษฎี The Johari Window เป็นโมเดลทางจิตวิทยาที่คิดค้นโดยนักจิตวิทยาชาวอเมริกัน อย่าง โจเซฟ ลุฟต์ (Joseph Luft) และ แฮร์ริงตัน อิงแฮม (Harrington Ingham) ทฤษฎีนี้เปรียบเทียบว่าตัวตนและการรับรู้ของเราแบ่งเป็น 4 ส่วน ซึ่งแบ่งตามระดับการรับรู้ของตัวเราเองและการรับรู้ของผู้อื่น

1. Open Self - สิ่งที่เรารู้และคนอื่นก็รับรู้ด้วย

คือพื้นที่ที่ตัวเราก็รู้และคนอื่นก็รู้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล พฤติกรรม ทัศนคติ ทักษะ หรือความรู้สึกที่เราแสดงออกไปให้คนรอบข้างได้เห็น และคนอื่นก็รับรู้ได้ตรงกับสิ่งที่เราเป็น ในส่วนนี้เป็นเหมือนพื้นที่ปลอดภัยในการสื่อสารและการซื่อสัตย์กับตัวเองให้กับคนที่เราไว้ใจได้ ยิ่งเรามีความสัมพันธ์ที่ดีและไว้ใจใครมากเท่าไหร่ พื้นที่เปิดเผยระหว่างเรากับคนๆ นั้นก็จะยิ่งขยายใหญ่ขึ้น การมีพื้นที่นี้ขนาดใหญ่นี้เองที่ช่วยให้เราเปิดใจให้กว้างขึ้น เรียนรู้ความหลากหลาย และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. Hidden Self - สิ่งที่คนอื่นไม่รู้ แต่เรารู้ได้

คือพื้นที่ที่ตัวเรารู้แต่คนอื่นไม่อาจรับรู้ได้ ทั้งความลับ ความกลัว ความอ่อนแอ หรือความรู้สึกส่วนลึกที่เราตั้งใจปิดไว้และไม่อยากเปิดเผยให้ใครได้เห็น เพื่อป้องกันใจตัวเองและปกป้องตัวเองจากการถูกตัดสิน หรือรักษาภาพลักษณ์ให้ตัวเอง การเก็บซ่อนข้อมูลไว้ในพื้นที่นี้มากเกินไปอาจทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยว อึดอัด และสร้างกำแพงความสัมพันธ์ การจะลดขนาดพื้นที่ในส่วนนี้ได้ เราต้องกล้าที่จะเปราะบางบ้างในบางที และกล้าที่จะเปิดเผยตัวเองและแบ่งปันความรู้สึกกับคนที่ไว้ใจได้ดูบ้าง

3. Blind Self - สิ่งที่เราไม่รู้ แต่คนอื่นรับรู้ได้

คือพื้นที่ในส่วนที่ตัวเราไม่รู้แต่คนอื่นรู้ได้ ทั้งนิสัย ข้อบกพร่อง หรือแม้แต่จุดเด่นบางอย่างที่เราแสดงออกไปโดยไม่รู้ตัว แต่คนรอบข้างกลับสังเกตเห็นได้ พื้นที่นี้เป็นจุดบอดหรืออาจเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาตัวเอง การที่เราจะลดขนาดพื้นที่ในตรงนี้ได้ เราต้องลดทิฐิในตัวเราเองและเปิดใจ เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้สะท้อนมุมมองใหม่ๆ โดยเฉพาะจากคนที่เราไว้ใจได้ จะช่วยให้เรามองเห็นในส่วนที่เราอาจมองข้ามไปได้

4. Unknown Self - สิ่งที่ทั้งเราและคนอื่นไม่อาจรู้ได้

พื้นที่สุดท้ายคือส่วนที่ทั้งตัวเราก็ไม่รู้และคนอื่นก็ไม่รู้เช่นกัน อาจเป็นศักยภาพที่แอบซ่อนอยู่ หรือพรสวรรค์ที่ยังไม่ถูกค้นพบ หรือปมในอดีตที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจที่ยังไม่เคยถูกกระตุ้นให้แสดงออกมา แม้พื้นที่นี้อาจจะยังไม่ถูกค้นพบ แต่การที่เราพาตัวเองออกไปสำรวจโลกใบใหม่ ออกไปใช้ชีวิต หรือต้องเผชิญกับสถานการณ์ใหม่ๆ ความท้าทายใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ การขยายพื้นที่ปลอดภัยให้ขยายใหญ่ขึ้น เมื่อเราได้ลงมือทำสิ่งใหม่ๆ เราและคนรอบข้างอาจจะค้นพบตัวเองในอีกเวอร์ชันหนึ่ง ที่เราอาจไม่เคยคาดคิดและจินตนาการมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีนี้คือการพยายามขยายพื้นที่ปลอดภัยให้กว้างขึ้น ด้วยการเปิดใจรับฟังผู้อื่นและกล้าที่จะสื่อสารความรู้สึกของตัวเองให้กับคนที่ไว้ใจได้ เพื่อลดความกดดันและเพิ่มความสบายใจของเรามากขึ้น

เราทุกคนสามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปได้

จากงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร National Library of Medicine ที่ศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างระดับและพัฒนาการของลักษณะบุคลิกภาพ พบว่า บุคลิกภาพของเราเปลี่ยนแปลงไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเราได้รับบทบาททางสังคมใหม่ๆ อย่างการเริ่มทำงาน การมีครอบครัว หรือการผ่านวิกฤตชีวิต ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมใหม่จะส่งผลต่อจิตใจและพฤติกรรมของเราโดยปริยาย การที่เราในวันนี้ คิดหรือรู้สึกไม่เหมือนตัวเราเมื่อปีที่ผ่านมา อาจเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าเรามีศักยภาพมากพอที่จะพัฒนา ปรับตัว และเติบโตขึ้นอยู่เสมอ

ท้ายที่สุดแล้ว แบบทดสอบบุคลิกภาพถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ช่วยให้เราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น แต่ถ้าเราได้ทำความเข้าใจและตระหนักรู้ในตัวเองไปพร้อมๆ กัน ผ่านเรื่องราวของตัวเอง ผ่านการลงมือทำ การเผชิญหน้ากับความท้าทาย และการทบทวนตัวเองในแต่ละวัน นอกเหนือจากการทำแบบทดสอบเหล่านั้นเพียงอย่างเดียว จะยิ่งทำให้เราพัฒนา เปลี่ยนแปลง และเติบโตขึ้นเป็นเราในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมได้

การกล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่ต่างไปจากเดิม และการสะสมประสบการณ์ จะเป็นสิ่งที่ช่วยกำหนดและพัฒนาตัวตนของเราในทุกๆ วันเอง

บทความต้นฉบับได้ที่ : ให้ MBTI เป็นจุดเริ่มต้น ของการ ‘รู้จักตัวเอง’ แล้วเดินทางต่อด้วย 4 วิธีสร้าง Self-awareness เพื่อให้เรารู้จักและเข้าใจตัวเองมากขึ้นกว่าเดิม

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...