โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BAFS แย้ม Q2 โตต่อ รับน้ำมันอากาศยานพุ่ง-รัฐกระตุ้นท่องเที่ยว ดันรายได้ปีนี้ 3.8 พันล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 02.01 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจของบริษัทผ่านงาน Opportunity Day จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 29 พ.ค.68 ว่ามีรายได้รวมอยู่ที่ 967.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน 866.76 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 143.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.94% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 82.86 ล้านบาท

จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินอย่างต่อเนื่องของธุรกิจการบินที่เข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ทำให้ไตรมาสนี้รายได้รวมของกลุ่มธุรกิจ Aviation เพิ่มขึ้น 13% โดยมีปริมาณเติมน้ำมันอากาศยาน เพิ่มขึ้น 13% เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจ Utilities ที่รายได้รวมเพิ่มขึ้น 7% โดยเพิ่มขึ้นจากปริมาณขนส่งน้ำมันรวมทุกผลิตภัณฑ์ของโครงการระบบท่อส่งน้ำมันภาคเหนือ (NFPT) เพิ่มขึ้น 24% จากการทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้น และ กลุ่มธุรกิจ Power เพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามปริมาณการขายไฟฟ้า

สำหรับภาพรวมธุรกิจในไตรมาส 2/2568 แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าปริมาณน้ำมันอากาศยานจะขยายตัวราว 6% จากไตรมาสก่อนหน้า สอดคล้องกับการฟื้นตัวของภาคการเดินทางทางอากาศ แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณชะลอตัวบางส่วนในตลาดจีนและเอเชียตะวันออก จากปัจจัยด้านจำนวนเที่ยวบินและอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (load factor) ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ตลาดยุโรปและเอเชียใต้ยังคงเติบโตได้ดี

ส่วนในด้านนโยบายของภาครัฐและภาคเอกชน มีความพยายามร่วมกันในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อดึงเที่ยวบินและผู้โดยสารกลับมา ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของธุรกิจบริการน้ำมันอากาศยานในระยะถัดไป

ด้าน AOT อยู่ระหว่างพิจารณาการขยายศักยภาพของสนามบินดอนเมืองด้วยโครงการ Terminal 3 ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวจาก 29.75 ล้านคนต่อปี เป็น 30-50 ล้านคนต่อปีภายในปี 2573

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ กล่าวอีกว่า BAFS ได้เตรียมความพร้อมในด้านโครงสร้างพื้นฐาน โดยปัจจุบันมีขีดความสามารถในการจัดเก็บน้ำมันอากาศยานที่ดอนเมืองสูงสุดถึง 21 ล้านลิตร รองรับปริมาณน้ำมันจากเดิม 3 ล้านลิตร/วัน เป็น 6 ล้านลิตร/วัน และสามารถจัดเก็บได้มากกว่า 3.5 วัน ซึ่งเกินกว่ามาตรฐานสากล พร้อมทั้งมีระบบท่อส่งน้ำมัน 2 เส้นทาง (redundancy) เสริมความมั่นคงในการให้บริการ

การลงทุนเพิ่มเติมของ BAFS ที่ดอนเมืองคาดว่าจะมีเพียงเล็กน้อย ได้แก่ การขยายจำนวนรถขนส่งน้ำมัน เพิ่มอุปกรณ์ และพัฒนาระบบ IT ภายใต้โครงการ i-Smart

ในส่วนของสนามบินอู่ตะเภา BAFS (ถือหุ้น 76%) และ OR (ถือหุ้น 45%) กำลังร่วมพัฒนาโครงการระบบให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานครบวงจรภายใต้โครงการ EEC โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 2,200 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มสร้างผลตอบแทนเมื่อสนามบินเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์และมีปริมาณน้ำมันเพียงพอ

สำหรับธุรกิจผลิตและประกอบรถเติมน้ำมันอากาศยานของ BAFS INTECH มีอัตรากำไร (margin) อยู่ในระดับที่น่าพอใจใกล้เคียงกับอุตสาหกรรม แม้ต้องเผชิญการแข่งขันจากผู้ผลิตจีนที่มีต้นทุนต่ำ แต่ BAFS INTECH สามารถรักษาความได้เปรียบในงานที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะและมาตรฐานความปลอดภัยสูง เช่น โครงการสนามบินในกัมพูชา โดยเน้นการควบคุมต้นทุนอุปกรณ์และการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการท่อส่งน้ำมัน Link Line ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท BPT (BAFS ถือหุ้น 76%) คาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยในไตรมาส 1/2568 มีอัตราการเติบโตของปริมาณขนส่งผ่านท่อประมาณ 24% จากปีก่อนหน้า

โดยโครงการได้รับความสนใจจากผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ ซึ่งเริ่มทยอยใช้บริการแล้ว เนื่องจากต้นทุนการขนส่งผ่านท่อถูกกว่าทางรถ 20-25% และช่วยลดภาระการจัดการคลังในพื้นที่ห่างไกล โดยในระหว่างรอการเพิ่มทุนจากนักลงทุนที่สนใจใช้บริการ BAFS ยังคงให้การสนับสนุนทางการเงินเพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไป คาดว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการเพิ่มทุนภายในปลายปีนี้

.ล.ณัฐสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย บริษัทคาดว่ารายได้ทั้งกลุ่มในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 3,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 9% จากปีก่อน โดยแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2568 ยังคงมีมุมมองเชิงบวก

ในส่วนของการต่ออายุสัมปทานบริการเติมน้ำมันในสนามบินสุวรรณภูมิ กระบวนการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการศึกษาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีรายละเอียดของหลักเกณฑ์หรือการเปิดให้เข้าร่วมประมูล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...