โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หอการค้า หั่น GDP ปี 68 เหลือ 1.7% เซ่นพิษการเมือง-ภาษีสหรัฐ หวั่นข้อพิพาทกัมพูชายืดเยื้อ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2568 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 07.34 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (26 มิ.ย.68) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2568 ลงเหลือ 1.7% จากเดิมที่คาดไว้ 3% โดยให้เหตุผลว่ามีหลายปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังของปี

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ยังเผชิญปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน โดยเฉพาะ มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐ ที่อาจกดดันการส่งออกไทย แม้ในสถานการณ์ที่ดีที่สุดการเติบโตก็ยังมีโอกาสถูกจำกัดในระดับต่ำ

ความสำเร็จของ การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะเป็นปัจจัยชี้ขาดระดับผลกระทบที่ไทยจะต้องเผชิญ ขณะเดียวกัน ไทยยังเผชิญแรงกดดันจาก สินค้าจีนที่ไหลทะลักเข้ามาในประเทศ โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยการนำเข้าสินค้าจากจีนของไทย เพิ่มขึ้น 30%

ขณะที่การส่งออกของจีนไปยังสหรัฐฯ ลดลง 34.5% แต่ส่งออกมายังอาเซียน เพิ่มขึ้น 18.5%

นอกจากนี้ ภาคการผลิตในประเทศยังฟื้นตัวช้ากว่าการส่งออก กำลังการผลิตยังอยู่ในระดับต่ำ ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญกับ การแข่งขันด้านราคาจากสินค้าจีนราคาถูก อย่างหนัก ด้านการลงทุนภาคเอกชน ยังหดตัวต่อเนื่อง

ส่วน สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ส่งผลให้มีการปิดด่านการค้าชายแดนชั่วคราว โดยปัจจุบัน มูลค่าการค้าชายแดนอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาทต่อวัน หากสถานการณ์ยืดเยื้อถึง 1 เดือน จะส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ได้ประเมิณผลกระทบแยกตามกลุ่มจากกรณีไทยไม่สามารถส่งออกสินค้าไปยังกัมพูชาได้ จะกระทบกับ 3 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม มูลค่าส่งออก 32,740 ล้านบาท, ยานพาหนะและชิ้นส่วน – มูลค่าส่งออก 18,570 ล้านบาท และเคมีภัณฑ์และปุ๋ย มูลค่าส่งออก 15,309 ล้านบาท

กลับกันหากไทยไม่สามารถนำเข้าสินค้าจากกัมพูชาได้ จะกระทบกับ 3 กลุ่มสินค้าหลักเช่นกัน ได้แก่ โลหะและเศษโลหะ มูลค่านำเข้า 8,189 ล้านบาท, มันสำปะหลัง มูลค่านำเข้า 7,286 ล้านบาท และ ผลิตภัณฑ์โลหะ มูลค่านำเข้า 4,919 ล้านบาท

นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าภาคการส่งออกจะขยายตัว 2.5% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไป อยู่ที่ 0.5% และหนี้ครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ 87.4% โดยใช้กรณีฐาน (Base Case) เป็นสมมติฐานหลักในการประเมินซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้น 55% ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ คือ สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้าอัตรา 15–20%, ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล–อิหร่านคลี่คลายได้เร็ว

ส่วนความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาไม่ยืดเยื้อและภาครัฐสามารถเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 50% ภายในปีนี้ พร้อมประเด็นนายกรัฐมนตรียังคงอยู่ในตำแหน่งตลอดทั้งปี 2568

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...