โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

WHAUP กำไรปี 68 แตะ 1.17 พันลบ. รับดีมานด์ดาต้าเซ็นเตอร์-โซลาร์หนุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติจำนวน 4,153 ล้านบาท มีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) 1,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และมีกำไรสุทธิซึ่งรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1,016 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักของการเติบโตมาจากการรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charge) จากกลุ่มลูกค้า Data Center และ รวมถึงรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างโดดเด่น

นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) ในปี 2568 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 2,647 ล้านบาท เติบโต 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรู้รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charge) จากกลุ่มลูกค้าใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ที่ได้เซ็นสัญญาไปในช่วงปีที่ผ่านมา ทั้งนี้บริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำจากลูกค้า Data Center อย่างต่อเนื่องในปี 2569 นี้ ทั้งจากสัญญาเดิมที่ได้เซ็นไปในปีก่อน และสัญญาใหม่ที่คาดว่าจะเซ็นเพิ่มในปีนี้ พร้อมทั้งจะรับรู้รายได้จากการจำหน่ายน้ำเพิ่มเติมเมื่อลูกค้ากลุ่ม Data Center เหล่านี้เปิดดำเนินงานในอนาคต ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนของธุรกิจน้ำในประเทศเวียดนามยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Duong River ในปี 2568 จำนวน 92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปี 2567

สำหรับแผนธุรกิจด้านสาธารณูปโภค บริษัทยังคงเน้นการขยายฐานการให้บริการน้ำครบวงจร เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และสอดคล้องกับการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในระยะถัดไป ควบคู่กับการพัฒนา Smart Water Platform และโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย รวมทั้งยกระดับมาตรฐาน ESG ผ่านแนวคิด Water Positive เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านธุรกิจพลังงาน ในส่วนของธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในปี 2568 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากสัญญา Private PPA ทั้งสิ้น 507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ โดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มีการลงนามในสัญญาโครงการ Solar Private PPA สะสมทั้งสิ้น 350 เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นจากโรงไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ราว 1,026 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วจำนวน 715 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา จำนวน 311 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อจัดหาพลังงานไฟฟ้าสะอาดกับลูกค้ากลุ่ม Data Center หลายรายในปีที่ผ่านมา

นส่วนของส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้าในปี 2568 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรปกติจำนวน 762 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า SPP ที่ลดลงจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากการชำระเงินส่วนต่างจากการตรึงราคาค่าก๊าซธรรมชาติในอดีต ทำให้มีต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2568 รวมถึงในปี 2568 โรงไฟฟ้า SPP มีค่าใช้จ่ายทางภาษีเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในปี 2567 กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP มีการรับรู้รายได้ชดเชยจากการประกันภัย

สำหรับแผนธุรกิจด้านพลังงาน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง รองรับอานิสงส์ Direct PPA และแนวโน้มเปิดเสรีไฟฟ้า พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาใช้ในการพยากรณ์และบริหารจัดการระบบไฟฟ้า เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ลูกค้า และสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อหาโอกาสการลงทุนขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน

จากผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา ล่าสุด คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เพื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรารวม 0.2525 บาทต่อหุ้น ซึ่งเมื่อหักการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวด 9 เดือนแรกปี 2568 ในอัตรา 0.060 บาทต่อหุ้นที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปแล้ว คงเหลือเป็นเงินปันผลที่จะจ่ายเพิ่มเติมอีกในอัตรา 0.1925 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 28 เมษายน 2569 และกำหนดการจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ตามลำดับ

นายอัครินทร์ กล่าวปิดท้ายว่า จากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ส่งผลให้ในปี 2568 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับรางวัล Highly Commended Sustainability Awards จาก SET Awards 2025 และยังได้รับการประเมิน SET ESG Rating ปี 2568 ระดับ AAA ซึ่งเป็นเรตติ้งระดับสูงสุด สะท้อนถึงบทบาทการเป็นองค์กรที่ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวทางการพัฒนาสู่ความยั่งยืนในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนการลงทุนในธุรกิจน้ำและพลังงานสะอาด เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว สอดรับกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตามกรอบของ ESG ภายใต้พันธกิจ “WHA: SHAPE THE FUTURE FOR THAILAND”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...