‘แมทช์เดย์คัมแบ๊ก’ กับแฟนบอลชุดประวัติศาสตร์!!!
การที่มีแฟนบอลกลับคืนสู่สนามอีกครั้ง ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ยอดเยี่ยมในยุคไวรัสร้ายทำลายทุกสิ่ง
“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ แชมป์เก่าพรีเมียร์ลีกจะเปิดสนามแอนฟิลด์ในการดวลแข้งกับ “หมาป่า” วูล์ฟส์ผู้มาเยือนจากแบล็ค คันทรี ในคืนนี้เวลาดี๊ดีย์ 02.15 น…..จะดึกไปไหน
เขียนเพื่อยืนยันอีกทีกับระบบการ “กระจายตั๋ว” จะเป็นเฉพาะแฟนบอล “เจ้าบ้าน” ที่ได้เข้ามาชมเกมรวมทั้งสิ้น 2,000 ที่นั่งจากจำนวนเต็มคือ 53,394 ที่นั่ง
เป็นหนแรกนับตั้งแต่จบเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก กับแอตเลติโก มาดริด เมื่อ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา
ลิเวอร์พูล เปิดเผยระบบการกระจายตั๋วบอล โดยยอดแฟนบอลเข้าแอนฟิลด์ รวม 2,000 คน มาจากการแรนดอมผู้ถือตั๋วปีของสโมสร
การแบ่งแฟนบอลนั่ง คือ 500 คน นั่งฝั่งเมนสแตนด์(ด้านหลังของซุ้มม้านั่งนักเตะ) และฝั่ง ค็อป เอนด์ (หลังประตู ฝั่งเดอะ ค็อป) อีก 1,500 ใบ
ฝั่งเซอร์เคนนี่ ดัลกลิช สแตนด์ หรือเซนเทเนรี่สแตนด์ เดิม กับ ฝั่งแอนฟิลด์ โรด ไม่มีแฟนบอล
ลิเวอร์พูล ได้ทำข้อเสนอร่วมกับสภาเมือง ด้วยการปิดถนนแอนฟิลด์ โรด ก่อนเกม 4 ชั่วโมง เพื่อเป็นการควบคุมโซน และอนุญาตให้แฟนบอลที่ขับรถมาเองเข้าจอดฟรี
คาดว่าแฟนบอลน่าจะไหลมาทางวอลตัน เบร็ค สตรีท ที่โดยปกติแล้วในแมทช์เดย์ จะปิดถนนโดยรอบก่อนแข่ง 2 ชั่วโมง
วอลตัน เบร็ค จะเป็นสายที่เชื่อมต่อจากใจกลางเมือง อาทิ ถ้าคุณอยู่ตรงแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ ก็ไหลมาไม่ไกลติดอยู่ 4 ไฟแดง ก็จะเห็นสนามอยู่รำไรแล้ว
แฟนบอลเข้าสู่สนามได้แล้ว แต่ยังไม่รู้ว่า รอบขอบสนามจะเป็นอย่างไร เพราะโดยปกติแล้ว “แมทช์เดย์” จะคึกคักไปหมด ทั้ง “ผับ” ที่อ้าแขนรับแฟนฟุตบอลไปกินไปดื่มไปพูดคุยกัน หากใครมีตั๋วก็จะขึ้นไปก่อนเกมสักไม่เกิน 15 นาที
แต่ถ้าใครไม่มีบัตรมีตั๋ว ก็จะอยู่ในนั้นกระทั่งเกมจบ
ขณะเดียวกัน ของขายต่างๆ ที่เป็น “แฟนเมด” หรือ “แฟนซีน” ที่เคยขาย ก็ยังตอบไม่ได้ว่า จะมีขายหรือไม่อย่างไร
ปกติแล้ว ตลอดเส้น “วอลตัน เบร็ค” จะคลาคล่ำ ด้วยร้านขายสินค้ามากมาย
ผมเคยเดินไหลรินเรื่อยไปตามบาทวิถี เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศแมทช์เดย์บนถนนเส้นนี้ ถือเป็นเส้นที่แฟนบอลสัญจรมาทางรถเมล์
เริ่มนับได้จากหัวถนนขายในบ้านของตัวเองอย่าง “Hat scarf or a badge” จอมออกแบบประจำแฟนโซน หนึ่งในร้านที่เป็นหัวหอก ในการยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้องกับการเป็นสินค้าประจำเมือง
จากนั้นก็จะเป็นปั๊มน้ำมัน ก่อนจะถึงหัวมุมซ้าย ร้านกินอาหารขวัญใจแฟนบอลที่จะห่อกลับบ้าน หรือกินที่ร้านก็ได้อย่าง “Georgie porgy cafe” ที่แต่งร้านด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ของสโมสรลิเวอร์พูล แบบยกร้าน
ไม่ว่าจะเป็นถ้วยแชมป์จำลองทั้งเอฟเอ คัพ และแชมเปี้ยนส์ลีก หรือจะเป็นโปสเตอร์ กรอบรูปต่างๆ ประดับประดาเต็มร้าน และเริ่มเจาะพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้นกว้างขึ้น
ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่พนักงานของสโมสรลิเวอร์พูล ออกมากินกันเยอะมากๆ เพราะเดินข้ามถนนมาก็เจอแล้ว อาหารอร่อย, ให้เยอะ และคนในร้านก็เป็นมิตรอย่างมาก
ตัวผมเคยไปกินร้านนี้หลายครั้ง หนหลังสุดคือเดือนสิงหาคม 2019 นัดเปิดสนามก่อนจะเป็นแชมป์ของ ลิเวอร์พูล
ก่อนหน้านั้นเมื่อปี 2018 แวะเข้าไปกินชีส เบอร์เกอร์ ที่อร่อยแบบสุดขั้วของที่นี่ ผมเอากล้องไปถ่ายภาพถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่วางอยู่ตรงใกล้ๆ กับกุ๊กที่ทำอาหาร
สักพักพอผมมานั่งที่โต๊ะ เค้าเดินมาเสิร์ฟชีสเบอร์เกอร์ก่อนจะเอาถ้วยใบเท่าของจริงมาวางให้ที่โต๊ะ แล้วบอกว่า“กินให้อร่อยนะเพื่อน”….. ทำให้คนจากแดนไกลอย่างเรารู้สึกประทับใจมากๆ
ไม่รู้เหมือนกันว่าจะโดนพิษโควิดไปขนาดไหน
พอผ่านร้านนี้ โดยปกติแล้ว จะมีร้านขายอยู่บนถนนเส้นนี้อีกเพียบ เฉพาะฝั่งตรงข้ามสนามก็ 8 ร้านที่ขายอยู่ริมทางขณะที่ฝั่งเดียวกับสนามก็มีอีก 4 เจ้าใหญ่
เงินหมุนตรงนี้หายไปจากระบบยาวนานถึง 8 เดือนแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และที่หนักกว่าก็คือ ไม่มีแฟนบอลจากแดนไกลซึ่งเป็น “เส้นเลือดใหญ่” อุดหนุนเลย
มีอยู่พักใหญ่ๆ ที่สโมสรได้ทำผ้าพันคอ “แมทช์เดย์” ออกมาจำหน่าย หลังจากเห็นไอเดียจาก “แฟนซีน” แต่หลังจากถูกต่อต้านจากแฟนบอลเจ้าถิ่น เพราะไม่ต้องการเห็นโลโก้คู่แข่งอยู่ในผ้าพันคอเดียวกัน ก็ทำให้ สโมสรแทบจะไม่ผลิตแมทช์เดย์ออกขาย
ทำให้มีแต่หนังสือแมทช์เดย์ ออกมาอย่างเดียว
แต่ในส่วนของแฟนซีนยังคงทำจำหน่ายต่อไป แต่เชื่อว่า พวกเขาคงไม่ได้ทำผ้าพันคอแมทช์เดย์ หรือ Half and Half ออกมาจำหน่าย เพราะแฟนบอลที่เข้าชมทั้งหมดนั้นอาจจะไม่สนใจซื้อในแบบนี้
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ชีวิตชีวาในสนามอาจจะเพิ่มขึ้น และชีวิตชีวานอกสนามก็น่าจะมีมากขึ้น
ธุรกิจฟุตบอล ที่ใครก็บอกว่า “ไม่มีวันตาย” แต่ตอนนี้นอนจมกองเลือดกันอยู่ เพราะเงินหายไปหมด จะค่อยๆ ขยับมาอีกครั้ง แม้มันอาจจะไม่เปรี้ยงปร้างหวือหวา จนกว่าคนแดนไกลอย่างเราท่านจะกลับไปท่องที่นั่นกันอีกที
สำคัญที่สุดเลยก็คือ แฟนบอลทั้ง 2,000 คนนี้ถือเป็นแฟนบอลชุดประวัติศาสตร์ของสโมสร ไม่เพียงแต่ได้เข้าชมครั้งแรกในยุคของโควิดครองโลก
แต่เป็นผู้ชมในแอนฟิลด์ชุดแรก
นับตั้งแต่ ลิเวอร์พูล ฟุตบอล คลับ ครองแชมป์ลีกได้ครั้งแรกในรอบ 30 ปี…………
บี แหลมสิงห์
นอกสนามยังไม่แน่ว่าจะมีบรรยากาศแบบร้าน “EVERPOOL” ฝั่งถนนแอนฟิลด์ หรือไม่
“Georgie porgy cafe” ร้านอาหารอร่อยริมทาง ราคาหลักร้อย ตกแต่งหลักล้าน
Hat scarf or a badge ร้านขายของที่ระลึกที่ออกแบบโดยแฟนบอล