โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ลุยต่อ! “สนธิญา” จ่อส่งเอกสาร ป.ป.ช. เพิ่ม ปม “พีระพันธุ์” ถือหุ้นบริษัทเอกชนส่อขัด รธน.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 01 พ.ค. 2568 เวลา 13.36 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (2 พ.ค.68) เวลา 10:30 น. นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ และผู้ติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ เตรียมเดินทางเข้ายื่นเอกสารเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

1.ในประเด็นเกี่ยวกับ นายพีระพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พบว่าเขาเป็นกรรมการบริษัทและถือหุ้นในบริษัท รพีโสภาค รวมถึงบริษัทอื่น ๆ รวมทั้งหมด 4 บริษัท ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบกับพระราชบัญญัติหุ้นส่วนและหุ้นของคณะรัฐมนตรี รวมถึงพระราชบัญญัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการขัดกันแห่งผลประโยชน์

นอกจากนี้ ยังพบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากงบการเงินในรอบบัญชีวันที่ 1 มิถุนายน 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2567 จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งแสดงว่า นางโสภาพรรณ สาลีรัฐวิภาค มารดาของนายพีระพันธุ์เสียชีวิต และหุ้นที่เป็นมรดกไม่ได้มีการจัดการปันทรัพย์มรดกแต่อย่างใด ซึ่งเป็นการยึดถือหุ้นเพื่อประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่ได้จัดการในระยะเวลาเกิน 5 ปี จึงถือเป็นการครอบครองทรัพย์สินในลักษณะปรปักษ์ เพราะหุ้นถือเป็นสังหาริมทรัพย์ชนิดหนึ่ง

อีกทั้งยังพบว่ามีการกู้ยืมเพื่อการลงทุนรวม 14 ล้านบาท ในขณะที่นายพีระพันธุ์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา และยังคงสถานะกรรมการบริษัทบางแห่งก่อนจะลาออกในรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร

โดยการกระทำดังกล่าวอาจฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 167 และยังต้องตรวจสอบว่ามีการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จหรือไม่ รวมถึงการเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์สาธารณะ ซึ่งเป็นการกระทำที่อาจถือเป็นจริยธรรมร้ายแรงตามข้อกำหนดจริยธรรมของคณะรัฐมนตรี พ.ศ. 2561 หรือไม่ โดยเอกสารที่ได้ยื่นไปแล้วที่เลขรับที่ 13824 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 จะถูกนำไปพิจารณาต่อไป

2.ยื่นเอกสารเพิ่มเติมเพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนและตรวจสอบข้อเท็จจริงตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 234(1) ประกอบมาตรา 235 วรรคหนึ่ง โดยเกี่ยวข้องกับการกระทำที่อาจฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 และข้อกำหนดต่าง ๆ ที่กล่าวถึงในข้อที่ 7, 8, 11, 17, 22 และ 27 ซึ่งได้ขอให้ ป.ป.ช. พิจารณาและไต่สวนตามขั้นตอนต่อไป.

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลการถือหุ้นพบว่า นายพีระพันธุ์ เป็นกรรมการและถือหุ้นในบริษัทเอกชน 4 แห่ง ดังนี้

1.บริษัท วีพี แอโร่เทค จำกัด (VP AEROTECH COMPANY LIMITED) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2532 ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 80,000,000 บาท ประกอบกิจการการเช่าและการดำเนินการเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของ ตนเองหรือเช่าจากผู้อื่นที่ไม่ใช่เพื่อเป็นที่พักอาศัย

โดย นายพีระพันธุ์ ถือหุ้นจำนวน 588,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73.58 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด บริษัทมีคณะกรรมการ 3 คน ได้แก่ พลโท เจียรนัย วงศ์สอาด นายสยาม บางกุลธรรม และร้อยเอก พีระภัฏ บุญเจริญ ทั้งนี้ บริษัทมีสถานะทางทะเบียนเป็นกิจการที่ยังดำเนินการอยู่ ตามข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

2.บริษัท พี แอนด์ เอส แลนด์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (P & S HOLDING LIMITED) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2532 ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 5,000,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ ซื้อ ขาย เช่า ให้เช่าที่ดินและสังหาริมทรัพย์เช่าและให้เช่ารถยนต์ขายฝาก จำนอง แลกเปลี่ยนและจัดหาที่ดิน

โดย นายพีระพันธุ์ ถือหุ้นในบริษัทจำนวน 46,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 93 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ซึ่งบริษัทมีคณะกรรมการจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ นางสาวกนกวรรณ ลิ้มสุวรรณ และ พลโท เจียรนัย วงศ์สะอาด

3.บริษัท รพีโสภาค จำกัด (RABHISOBHAGA COMPANY LIMITED) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556 ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 3,000,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์

โดย นายพีระพันธุ์ ถือหุ้นในบริษัทจำนวน 22,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73.33 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด บริษัทฯ มีคณะกรรมการจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค และ นางโสภาพรรณ สาลีรัฐวิภาค

4.บริษัท โสภา คอลเล็คชั่นส์ จำกัด (SOPA COLLECTIONS COMPANY LIMITED) จดทะเบียนจัดตั้งเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561 ด้วยทุนจดทะเบียนจำนวน 1,000,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจการผลิตเครื่องประดับจากอัญมณีและโลหะมีค่า

โดย นายพีระพันธุ์ ถือหุ้นในบริษัทจำนวน 1,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 10 ของทุนจดทะเบียนทั้งหมด บริษัทนี้มีคณะกรรมการ 1 ท่าน ได้แก่ นางสาวภัทรพรรณ สาลีรัฐวิภาค

แหล่งข่าวในแวดวงด้านกฎหมายให้ข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นนี้ การยื่นเรื่องของนายสนธิญา จะเปิดช่องให้มีการตีความใน 2 ประเด็นหลัก เริ่มจากประเด็นการขัดกับบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ เพราะแม้ข้อเท็จจริงนายพีระพันธุ์ ได้ทำสัญญาโอนสิทธิบริหารหุ้นให้นิติบุคคลจัดการ แต่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์หุ้นจริง ยังถือหุ้นอยู่ตามข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และยังมีสถานะเป็นกรรมการในบางบริษัท ซึ่งมีอำนาจลงนามและบริหารกิจการอยู่จริง ซึ่งขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 วรรคสาม ที่ห้ามรัฐมนตรียุ่งเกี่ยวกับบริษัทเอกชน

นอกจากนี้ หากเทียบเคียงกับกรณีของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในการตีความวัตถุประสงค์การจัดตั้งนิติบุคคลในหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว มีหนึ่งข้อที่มีการระบุเกี่ยวกับการประกอบกิจการหนังสือพิมพ์และสื่อมวลชน อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) และมาตรา 160(6) ที่ระบุชัดเจนว่า ห้ามรัฐมนตรี หรือผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ถือหุ้นในกิจการสื่อมวลชนโดยเด็ดขาด

ข้อนี้ถือเป็นความผิดสำเร็จตั้งแต่วันยื่นสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ แม้จะลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว ก็ไม่ลบล้างความผิด และ กกต.สามารถดำเนินการสอบสวนเอาผิดย้อนหลังได้ เพราะศาลรัฐธรรมนูญได้เคยมีคำวินิจฉัยในเรื่องนี้ไว้แล้ว

ส่วนอีกประเด็นคือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและการบริหารจัดการที่อาจขัดต่อกฎหมาย เนื่องจากในรายชื่อคณะกรรมการบริษัทที่นายพีระพันธุ์ถือหุ้นมีชื่อของ พล.ท.เจียรนัย วงศ์สะอาด ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ทำให้เกิดข้อสงสัยในเรื่องนี้ และเป็นที่มาที่มีการยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อให้นายพีระพันธุ์ได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเรื่องนี้ย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพรัฐบาลที่อาจตามมาซึ่งการร้องเรียนให้ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่ของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในการแต่งตั้งบุคคลเข้ามาเป็นรัฐมนตรีตามที่เคยมีคดีตัวอย่างมาแล้วก่อนหน้านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...