จ.เชียงใหม่ วิกฤตหนัก ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่ง ระดับอันตราย ติดอันดับ 1 โลก
บ่ายวันนี้(28 มี.ค.)จังหวัดเชียงใหม่ค่าฝุ่นสูงติดอันดับหนึ่งของโลก ต้นตอสำคัญไฟป่าจากประเทศเพื่อนบ้าน และจุดความร้อนทั่วประเทศ พุ่งสูงกว่า 2,302 จุด กระทบการท่องเที่ยว ซบเซาหลายจังหวัดภาคเหนือ
วันนี้ (28 มี.ค. 69) ปริมาณค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ ฝุ่นpm2.5 ในพื้นที่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และแม่ฮ่องสอน พุ่งสูงระหว่าง 40.3 – 198.3 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินมาตรฐานทุกสถานี (มาตรฐานคือ 37.5) เนื่องจากภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะประกอบกับมีไฟป่าลุกลามต่อเนื่อง และเมื่อดูคุณภาพอากาศในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ยิ่งพบว่า ทั่วทั้งเมืองถูกปกคลุมด้วยฝุ่น โดยเว็บไซต์ IQAir รายงานดัชนีคุณภาพอากาศหลายพื้นที่ใน จ.เชียงใหม่ ติดอันดับ 1 โลกและเป็นเมืองคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของไทยในช่วงบ่ายที่ผ่านมา ซึ่งค่าฝุ่น PM 2.5 ที่พุ่งสูง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
สำหรับตัวเมืองเชียงใหม่ ค่าฝุ่น pm2.5 เฉลี่ยอยู่ที่ 62.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินค่ามาตรฐาน อยู่ในระดับสีส้ม มีผลกระทบต่อสุขภาพ ประชาชนและนักท่องเที่ยวบางส่วนจึงต้องสวมหน้ากากป้องกันฝุ่น ส่วนบรรยากาศท่องเที่ยวจุดสำคัญอย่างบริเวณประตูท่าแพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ค่อนข้างเงียบเหงา มีนักท่องเที่ยวมาถ่ายรูปบางตา
นักท่องเที่ยวชาวเมียนมาบอกว่า ไปม่เคยเห็นฝุ่นควันหนักขนาดนี้ ซึ่งได้รับการแจ้งเตือนผลกระทบจาก Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หลังจากนี้คาดว่าจะมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงฤดูอื่น เนื่องจากกังวลสุขภาพตัวเอง
ส่วนที่จังหวัดเชียงราย นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่วัดห้วยปลากั้ง อำเภอเมืองเชียงราย หลายคนต่างสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันฝุ่นละอองจากหมอกควันไฟ ซึ่งปกคลุมพื้นที่อย่างหนาแน่น ซึ่งเช้านี้ ยังอยู่ระดับสีแดง ซึ่งแม้วันนี้จะเป็นวันหยุดสัปดาห์แต่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวค่อนข้างบางตา ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยเสียเป็นส่วนใหญ่ สอบถามชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า ช่วง 2-3 วันนี้ที่น้ำมันราคาแพงขึ้นและหาเติมยาก ประกอบกับฝุ่นเริ่มกลับมา ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงกว่าร้อยละ 50
จังหวัดพะเยา ฝุ่น PM2.5 เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องและยังเกินมาตรฐานเช่นเดียวกัน อันเนื่องจากปัญหาไฟป่ายังเกิดต่อเนื่อง ทำให้ที่กว๊านพะเยาวันนี้ ประชาชนงดมาออกกำลังกาย ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยวที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวไหว้พระขอพรหลวงพ่อพระพุทธชินราช ตั้งแต่เช้า แม้สถานการณ์ฝุ่น pm2.5 อยู่ระดับสีส้ม ลดลงจากเมื่อวานที่อยู่ในระดับสีแดงนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือกับทางวัดที่ขอให้งดเว้นการจุดธูปไหว้พระพุทธชินราชจำลอง ภายในวัด ขณะเดียวกันทางวัดใหญ่ได้พยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากฝุ่นควัน pm2.5 อย่างยั่งยืน
จังหวัดพิษณุโลก บรรยากาศการท่องเที่ยวที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวไหว้พระขอพรหลวงพ่อพระพุทธชินราช ตั้งแต่เช้า แม้สถานการณ์ฝุ่น pm2.5 อยู่ระดับสีส้ม ลดลงจากเมื่อวานที่อยู่ในระดับสีแดงนักท่องเที่ยวให้ความร่วมมือกับทางวัดที่ขอให้งดเว้นการจุดธูปไหว้พระพุทธชินราชจำลอง ภายในวัด ขณะเดียวกันทางวัดใหญ่ได้พยายามเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการปลูกต้นไม้เพิ่มมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากฝุ่นควัน pm2.5 อย่างยั่งยืน
เจาะลึกจุดความร้อน (Hotspot) ต้นตอปัญหา
ข้อมูลจากดาวเทียม Suomi NPP (ระบบ VIIRS) ประจำวันที่ 27 มีนาคม 2569 สะท้อนให้เห็นว่าต้นตอฝุ่นข้ามพรมแดนและในประเทศยังรุนแรง
- ประเทศไทย: พบจุดความร้อน 2,302 จุด หนักสุดในป่าอนุรักษ์ 1,088 จุด และป่าสงวนฯ 837 จุด เฉพาะเชียงใหม่ปาไป 213 จุด
- ประเทศเพื่อนบ้าน: เมียนมา (8,804 จุด), ลาว (4,189 จุด), กัมพูชา (566 จุด), เวียดนาม (522 จุด
12 อำเภอเสี่ยงสูงในเชียงใหม่ กลับไร้ห้องปลอดฝุ่น
เมื่อฝุ่นวิกฤต สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุดคือ “พื้นที่ปลอดภัย” แต่ข้อมูลล่าสุดจากสภาลมหายใจเชียงใหม่ กลับสะท้อนภาพความเหลื่อมล้ำที่น่าเป็นห่วง จาก 25 อำเภอในเชียงใหม่ มีห้องปลอดฝุ่นลงทะเบียนเพียง 13 อำเภอ แต่อีก 12 อำเภอ ได้แก่ เชียงดาว ดอยสะเก็ด แม่แตง สะเมิง พร้าว สันกำแพง ฮอด ดอยเต่า อมก๋อย เวียงแหง แม่ออน และ กัลยาณิวัฒนา กลับไม่มีห้องปลอดฝุ่นเลยแม้แต่แห่งเดียว! ซึ่งอำเภอเหล่านี้ล้วนเป็นพื้นที่สูงและพื้นที่ชายขอบที่เผชิญวิกฤตไฟป่ารุนแรงที่สุด และเข้าถึงการแพทย์ได้ยากลำบากที่สุด
เมื่อดูทั้งจังหวัดรวมกัน ห้องปลอดฝุ่นอาคารสาธารณะทั้งหมด 45 แห่ง มุ้งสู้ฝุ่นทั้งจังหวัด มีเพียง 14 หลัง (กระจุกอยู่ใน 3 อำเภอ คือ เมือง 9 หลัง, แม่อาย 4 หลัง, ไชยปราการ 1 หลัง) ห้องปลอดฝุ่นบ้านเรือน มีเพียง 12 ห้อง ใน 5 อำเภอ ตัวเลขเหล่านี้ยังไม่สะท้อน “ความพร้อมจริง” ทั้งหมด เพราะบางแห่งที่ลงทะเบียนยังไม่มีเครื่องฟอกอากาศ ไม่มีมุ้งสู้ฝุ่น ไม่มีอุปกรณ์กรองอากาศใดเลย เช่น อ.แม่แจ่ม ที่ลงทะเบียน 2 แห่ง แต่เป็นที่เดียวกันลงซ้ำ รองรับรวม 6 คน ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใดเลย ขณะที่ อ.สารภี ดูตัวเลขสูงถึง 3,889 คน แต่ส่วนใหญ่มาจากจำนวนนักเรียนทั้งโรงเรียน ซึ่งอาจไม่ใช่ความจุ “ห้องปลอดฝุ่น” ที่ประชาชนทั่วไปเข้าใช้ได้จริง
สภาลมหายใจเชียงใหม่ เสนอ 5 เรื่องเร่งด่วน ทวงคืนลมหายใจให้ประชาชน
การจัดการห้องปลอดฝุ่นต้องใช้ทั้งงบประมาณและกำลังคน แต่มีหลายเรื่องที่เริ่มได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ สภาลมหายใจเขียงใหม่มีข้อเสนอต่อจังหวัดเชียงใหม่ ดังนี้
1. ประกาศจุดห้องปลอดฝุ่นให้เป็นสาธารณะ เนื่องจากตอนนี้ข้อมูลอยู่ในระบบที่ต้องค้นหาเอง ถ้าจังหวัดทำแผนที่ง่ายๆ กระจายผ่าน LINE กลุ่มชุมชน กลุ่มหมู่บ้าน กลุ่มผู้ปกครอง คนจะรู้ทันทีว่าใกล้บ้านมีจุดไหนบ้าง
2. ชวนภาคเอกชนร่วมเป็นพื้นที่ปลอดฝุ่น อย่างกรณีที่ อ.สารภี เราเห็นแล้วว่ามีร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านทำเล็บ ลงทะเบียนเป็นห้องปลอดฝุ่น ถ้ามีกลไกจากจังหวัดสนับสนุน ร้านกาแฟ ห้างสรรพสินค้า co-working space โรงแรม ที่มีเครื่องฟอกอากาศอยู่แล้ว ก็ร่วมเป็นจุดปลอดฝุ่นได้ทันที ไม่ต้องรองบสร้างใหม่
3. แจกหน้ากาก N95 เชิงรุก หลายคนได้รับ SMS แจ้งเตือนฝุ่นแล้ว รู้ว่าฝุ่นมา แต่ไม่รู้จะหาหน้ากากที่ไหน จังหวัดสามารถตั้งจุดแจกหน้ากากในที่ที่คนใช้ชีวิตประจำวัน ตลาดสด ป้ายรถ ศูนย์บริการสาธารณสุข ร้านสะดวกซื้อ ให้หน้ากากหาได้ง่ายเท่ากับซื้อน้ำดื่ม
4. ทำแผนที่รวมทั้งห้องปลอดฝุ่นและจุดรับหน้ากาก โดย mapping เดียว เปิดดูปุ๊บรู้เลย ทั้งจุดหลบฝุ่นและจุดรับอุปกรณ์ป้องกัน ส่งต่อกันได้ทาง LINE ในชุมชน
5. เร่งขยายไปยัง 12 อำเภอที่ยังไม่มี อย่างอำเภออมก๋อย สะเมิง เวียงแหง กัลยาณิวัฒนา เชียงดาว ล้วนเป็นพื้นที่สูงที่ฝุ่นหนักแต่การเข้าถึงบริการสาธารณสุขยากที่สุด ที่นี่คือที่ที่ต้องการห้องปลอดฝุ่นมากที่สุด แต่กลับยังไม่มีเลย
ออกบ้านเวลาไหน เซฟปอดได้มากที่สุด?
กรมควบคุมมลพิษแจ้งเตือนสถาการณ์ฝุ่น PM 2.5 สูงอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 27 มี.ค. 69 – 2 เม.ย. 69ประชาชนในพื้นที่ ควรงดการทำกิจกรรมกลางแจ้งหากมีความจำเป็นต้องออกจากอาคารควรสวมใส่หน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นและเช็กค่าฝุ่นก่อนผ่าน แอปฯ Air4thai ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง แต่หากจำเป็นต้องออกบ้าน ต้องรู้จังหวะเวลา
- ช่วงอันตราย (หลีกเลี่ยงเด็ดขาด): 06:00 – 10:00 น. และ 21:00 – 02:00 น. อากาศเย็นกดทับฝุ่นไว้ใกล้พื้นดิน หนาแน่นสุดๆ
- ช่วงนาทีทอง (ฝุ่นเบาบางสุด): 14:00 – 16:00 น. อากาศร้อนยกตัว ช่วยพัดพาฝุ่นกระจายขึ้นชั้นบรรยากาศด้านบน
คำแนะนำ: เช็กค่าฝุ่นผ่านแอปฯ Air4Thai ทุกครั้ง สวมหน้ากาก N95 ให้แนบสนิทใบหน้า และสร้าง Safe Zone ในบ้านด้วยการปิดหน้าต่างและเปิดเครื่องฟอกอากาศเพื่อป้องกันตัวเองและคนรอบข้าง