พบลักลอบขุดเจาะหิน เปิดร่องน้ำรุกพื้นที่ป่าเกาะวังนอก จ.สุราษฎร์ธานี
วันนี้ (6 ก.ย.2569) นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 เปิดเผยรายงานจาก นายอเนตฐา อุ้ยกิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ ว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ย.2569 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกับนักดำน้ำจิตอาสา ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจเก็บขยะใต้ทะเลบริเวณเกาะวังนอก หมู่ที่ 3 ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี
ระหว่างปฏิบัติภารกิจ เจ้าหน้าที่พบการลักลอบนำเครื่องจักรกลหนัก หรือรถแบ็กโฮ เข้ามาขุดเจาะและทำลายแนวหินบริเวณด้านทิศใต้ของเกาะ เพื่อเปิดร่องน้ำให้เรือขนาดใหญ่เข้า-ออก นอกจากนี้ ยังพบการขุดตักหินมาทำเป็นคันดิน และแผ้วถางพื้นที่ป่าในเขตเตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ รวมพื้นที่กว่า 17 ไร่
เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวและสั่งระงับการดำเนินการทันที เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 และอยู่ในพื้นที่เตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยที่ผ่านมาเคยพบการบุกรุกและอยู่ระหว่างดำเนินคดี แต่ยังลักลอบนำเครื่องจักรกลับเข้ามาปรับพื้นที่ซ้ำ
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า หน่วยงานไม่ได้นิ่งนอนใจ ต่อการกระทำที่ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล แม้เกาะวังนอกจะเป็นพื้นที่ห่างไกล และไม่มีหน่วยพิทักษ์อุทยานถาวร เนื่องจากข้อจำกัดด้านสาธารณูปโภค โดยมีเพียงจุดสกัด แต่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
หลังได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว จึงสั่งการให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ ประสานกำลังร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 11 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างละเอียดในวันที่ 8 ก.ย.นี้ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดต่อไป
เกาะวังนอกตั้งอยู่ในท้องที่ ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ จัดอยู่ในเขตป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 และอยู่ในขั้นตอนการเตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติหาดขนอม-หมู่เกาะทะเลใต้ การลักลอบนำเครื่องจักรหนักเข้ามาขุดเจาะหินและปรับพื้นที่ริมทะเล
นอกจากจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายป่าไม้แล้ว ยังเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อแนวปะการัง สัตว์น้ำวัยอ่อน และภูมิทัศน์ทางธรรมชาติอันเปราะบางอย่างรุนแรง
สำหรับการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คณะทำงานบูรณาการทุกหน่วยงานจะลงพื้นที่ตรวจสอบรังวัดแนวเขตอย่างเป็นทางการในวันที่ 8 ก.ย.2569 เพื่อประเมินมูลค่าความเสียหายทางสิ่งแวดล้อม รวบรวมหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรในพื้นที่ เพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
พร้อมทั้งยกระดับมาตรการลาดตระเวนทางเรือและทางบกให้มีความถี่มากขึ้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดการลักลอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ในพื้นที่ห่างไกลลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก
อ่านข่าว :
"นายกฯ" ไม่กังวลเวทีงบฯ 70 เมินโต้ "ศิริกัญญา" ปมรายการคุยกับ ครม.อนุทิน
คพ.ติดตามกำจัดน้ำมันปนเปื้อนดาตาเซนเตอร์ พระราม 9 เร่งสกัดไม่ให้ไหลลงคลอง
"กัน จอมพลัง" ยิ้มรับ "ทนายตั้ม" คัฟเวอร์แต่ง SWAT จ่อยื่น DSI ปมโควตาสลากคนพิการ