โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อุตุนิยมวิทยาโลก ฟันธง เอลนีโญลากยาวต่อเนื่องถึง ก.พ. 70

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 22 นาทีที่แล้ว • The Bangkok Insight

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก คาดการณ์มั่นใจเกือบ 100% ปรากฏการณ์เอลนีโญจะคงอยู่ต่อเนื่องยาวนานไปจนถึง ก.พ. 2570 ล่าสุดก่อตัวอย่างสมบูรณ์ในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) แถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์เอลนีโญ ปี 2569-2570 โดยมีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้

ปรากฏการณ์เอลนีโญ

ความแน่นอนและระดับความรุนแรง

WMO คาดการณ์ด้วยความมั่นใจสูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 100% ว่าปรากฏการณ์เอลนีโญจะคงอยู่ต่อเนื่องยาวนานไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570

ขณะนี้เอลนีโญได้ก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้วในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อน โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างต่อเนื่อง และพบว่าอุณหภูมิใต้ผิวน้ำ (Subsurface ocean temperatures) ในบางพื้นที่สูงกว่าปกติถึงกว่า 8 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนก.ค.และต้นเดือนส.ค. ซึ่งเป็นมวลน้ำอุ่นมหาศาลที่จะเป็นเชื้อเพลิงหลักในการขับเคลื่อนความรุนแรงของเอลนีโญในครั้งนี้

คาดว่าเอลนีโญครั้งนี้จะเป็นปรากฏการณ์ที่รุนแรงมาก (Very strong) (มีค่าอุณหภูมิผิดปกติสูงกว่า +2 องศาเซลเซียส) โดยค่าเฉลี่ยของแบบจำลองคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ +3.6 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเฝ้าติดตามมาด้วยระเบียบวิธีเดียวกันในรอบกว่า 4 ทศวรรษ โดยคาดว่าจะแตะจุดสูงสุดในช่วงปลายปี 2569 ผลกระทบจะยังคงปรากฏและส่งผลต่อเนื่องยาวนานไปหลังจากนั้น (อาจยาวไปจนถึงปี 2570 หรือ 2571 ในบางประเทศ)

ความเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อน (Climate Change)

โดยนิยามแล้ว เอลนีโญเป็นความผันแปรทางภูมิอากาศตามธรรมชาติ ไม่ได้มีข้อพิสูจน์ว่าเชื่อมโยงหรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยตรง อย่างไรก็ตาม ภาวะโลกร้อนจะเติมพลังงานความร้อนเข้ามาในระบบมากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีโอกาสสูงที่จะเพิ่มขึ้นและอาจทุบสถิติปี 2567 ซึ่งเคยเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์

ผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศตามภูมิภาคต่าง ๆ (ช่วงเดือนก.ย. - พ.ค.)

พื้นที่ที่จะแห้งแล้งกว่าปกติ: ได้แก่ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้, อนุทวีปอินเดีย, ออสเตรเลีย, ตอนเหนือของอเมริกาใต้, อเมริกากลาง และแคริบเบียน

พื้นที่ที่จะเปียกชื้นหรือฝนตกหนักกว่าปกติ: ได้แก่ แถบจะงอยแอฟริกา (Greater Horn of Africa) และบางส่วนของอเมริกาใต้

อุณหภูมิ: คาดว่าพื้นที่บนแผ่นดินส่วนใหญ่ทั่วโลกจะมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ
ผลกระทบและตัวอย่างการรับมือของแต่ละประเทศ

เอลนีโญจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อหลายภาคส่วน เช่น เกษตรกรรม การค้า ประมง สาธารณสุข พลังงาน การคมนาคมขนส่ง แหล่งน้ำ และการจัดการภัยพิบัติ

บราซิล: จะเผชิญสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยทางเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือจะเผชิญภัยแล้ง (ส่งผลกระทบต่อพืชผลเกษตรและการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ) ขณะที่ทางใต้มีความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมหนัก

ปานามา: ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติเพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยแล้ง และเริ่มจำกัดการใช้น้ำในการเดินเรือผ่านคลองปานามาเพื่อความยั่งยืนของแหล่งน้ำ

เปรู: ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินครอบคลุมพื้นที่ 40% ของประเทศเพื่อเตรียมรับมืออุทกภัยและดินถล่ม

อินเดีย: จัดการประชุมทบทวนการเตรียมพร้อมระดับสูงระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข แหล่งน้ำ และพลังงาน

สิงคโปร์: ยกระดับมาตรการป้องกันความร้อนสุดขั้วสำหรับแรงงานกลางแจ้งและจัดทำแผนตอบสนองต่อคลื่นความร้อนระดับชาติ

แทนซาเนีย: เริ่มแคมเปญสร้างความตระหนักรู้ทั่วประเทศให้ครอบคลุมภาคการเกษตร ความมั่นคงทางอาหาร การขนส่ง และผู้จัดการภัยพิบัติ

ข้อเสนอแนะและการดำเนินการของ WMO

WMO เน้นย้ำว่า เอลนีโญไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ภัยพิบัติเสมอไป หากแต่ละประเทศใช้ข้อมูลพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมอย่างทันท่วงที เช่น การปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ทนแล้ง หรือการบริหารจัดการปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำล่วงหน้าเพื่อรองรับการขาดแคลนพลังงาน

ปัจจุบัน WMO กำลังร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ในเครือข่ายสหประชาชาติ (เช่น FAO) เพื่อนำมาตรการช่วยเหลือล่วงหน้า (Anticipatory action) ไปปรับใช้ เช่น การสนับสนุนเงินช่วยเหลือเกษตรกร การแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ทนแล้ง และมาตรการปกป้องฝูงสัตว์เลี้ยง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...