โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“อีธอส” ร่วมจัดหาเงินทุน 50 ล้านเหรียญ หนุน “TSPT” พัฒนาเหมืองแร่โพแทช

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 22 ก.ย 2566 เวลา 07.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน (22 ก.ย.66) อีธอส แอสเซส แมเนจเม้นท์ อิงค์ (Ethos) ประกาศความร่วมมือในการจัดหาเงินระยะยาวให้กับ ไทย-สิงค์ โพแทช เทรดดิ้ง (Thai-Sing Potash Trading Pte. Ltd. (สิงค์โปร์) หรือ TSPT ด้วยการจัดหาแหล่งเงินทุนเริ่มต้นที่ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีแรก และจัดหาเงินทุนต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลา 6 ปี โดยความร่วมมือครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจเหมืองแร่โพแทชของไทยที่พร้อมส่งมอบได้ในอีก 3 ปีข้างหน้า เพื่อใช้ประโยชน์ภายประเทศ รวมถึงสร้างรายได้จากการส่งออกแร่ส่วนที่เหลือไปยังผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายปุ๋ยทั่วโลกได้อีกด้วย

โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าปุ๋ยรายใหญ่ที่สุดของโลก ในแต่ละปีประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยมากกว่า 5 ล้านตันจากผู้ผลิตทั้งในเอเชียและยุโรปโดยเฉพาะประเทศเบลารุสและรัสเซีย อย่างไรก็ตามสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนได้ส่งผลกระทบต่อซัพพลายในตลาดโดยเฉพาะจาก 2 ประเทศนี้ และแม้ประเทศไทยสามารถผลิตปุ๋ยใช้งานภายในประเทศ แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย เมื่อเทียบกับความต้องการในประเทศที่มีอย่างมหาศาล

สำหรับการพัฒนาเหมืองแร่โพแทชจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดการการนำเข้าปุ๋ยของประเทศได้อย่างมาก และยังช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ส่วนเกินไปยังตลาดโลก อีกทั้งโครงการนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสการจ้างงานให้กับประเทศ มีการพัฒนาชุมชนผ่านการฝึกอบรมและปฏิบัติงานในด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ลดโอกาสการอพยพของแรงงานเข้าสู่เมืองใหญ่

ด้าน คาลอส แซนโตส ประธานและซีอีโอของ Ethos กล่าวว่า โครงการนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาธุรกิจเหมืองแร่และทรัพยากรธรรมชาติที่มีความสำคัญอย่างมากสำหรับประเทศไทย ภาคอุตสาหกรรม ภาคสังคม ประชาชนและชุมชน

โดยโครงการนี้นอกจากจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศแล้วยังสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชน และยังช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาสิ่งแวดล้อม อาทิเช่น การปลูกป่าและการเพื่อขยายพื้นที่สีเขียวโดยรอบ การบริหารจัดการในการปกป้องดูแลแหล่งน้ำในท้องถิ่น ตลอดจนถึงการปรับปรุงสาธารณูปโภคและถนนหนทางในท้องถิ่นอีกด้วย

ด้าน ไทย-สิงค์ฯ และ เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชั่น (APPC) เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้โครงการนี้เกิดขึ้น โดย ไทย-สิงค์ฯ ได้รับเงินทุนจาก Ethos ซึ่งจัดหาแหล่งเงินทุนจากสัญญาซื้อขายสินค้าล่วงหน้า ทั้งจากบริษัทผู้ซื้อและบริษัทตัวกลางระดับโลก ส่วน เอเชีย แปซิฟิค โปแตซ เป็นผู้พัฒนาโครงการภายใต้สัมปทานจากรัฐบาลไทย ได้ว่าจ้างและ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เป็นผู้รับเหมาแบบครบวงจรและได้รับค่าตอบแทนจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก่ไทย-สิงค์ฯ

“การให้ความเคารพต่อชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียเป็นหัวใจสำคัญของโครงการนี้และ APPC เป็นบริษัทที่เหมาะสมในการเป็นพันธมิตรที่ดำเนินการควบคู่กับการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่น” และต้องขอขอบคุณ โฮเซ ฟอนเซกา กรรมการบริษัท ไทย-สิงค์ฯ ผู้ที่ทำงานร่วมกับเราอย่างใกล้ชิด ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการผลักดันให้ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้น และขอขอบคุณ ป้อม วัฏฏะสิงห์ ผู้อำนวยการของ ไทย-สิงค์ฯ ที่ได้วางแผนงานและจัดหาแหล่งเงินทุนได้อย่างราบรื่น ทำให้เราสามารถบรรลุข้อตกลง และประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้” แซนโตส กล่าวเสริม

ส่วน โฮเซ ฟอนเซกา กรรมการ บริษัท ไทย-สิงค์ โพแทช เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า ประเทศที่กำลังพัฒนาและประเทศอุตสาหกรรมของโลกต่างก็มีความต้องการที่จะเพิ่มกำลังการผลิตปุ๋ยให้มากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตของภาคเกษตรกรรม ซึ่งเหมืองแร่ของ เอเชีย แปซิฟิค โปแตช จะช่วยสนับสนุนความต้องการดังกล่าว ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและในภูมิภาคอื่น อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจระดับภูมิภาคในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาอีกด้วย

ขณะเดียวกันป้อม วัฏฏะสิงห์ ผู้อำนวยการของ ไทย-สิงค์ โพแทช เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า โครงการนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดมิสเตอร์คาลอส แซนโตส (ประธานและซีอีโอของ Ethos) ที่ช่วยวางแผนจนเกิดดีลในครั้งนี้ และยังจัดการเรื่องเงินทุนที่จำเป็นได้จนประสบความสำเร็จทั้งในส่วนของบริษัท เอเซีย แปซิฟิค โปแตซ คอร์ปอเรชัน จำกัด และ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ เชื่อว่าโครงการนี้จะส่งผลดีต่อประเทศไทย อุตสาหกรรม สังคม ชุมชน เกษตรกรของไทย และส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...