โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจ'ลุงวิน'ซ่อนเงินไว้ทั่วบ้าน ซื้อทอง6บ.เซอร์ไพรส์เมีย

แนวหน้า

เผยแพร่ 21 ต.ค. 2565 เวลา 17.00 น.

เปิดใจ ลุงวินจยย. แอบซุกเงินเมียทั่วบ้าน 1.9 แสนบาท ได้เวลาทำเซอร์ไพรส์ซื้อทอง 6 บาทให้เมีย

22 ต.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีโลกโซเชียลต่างแชร์เรื่องราว ของผู้ใช้ TikTok @podjanee_990 ที่ได้โพสต์คลิปของลุงวิน จยย.คนหนึ่ง แบกถุงใบใหญ่สีขาวที่ภายในบรรจุเงินเดินเข้าร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม เพื่อซื้อทอง โดยระบุข้อความว่า “ไม่เท่าไหร่หรอก แค่ต้องแบกให้พนักงานนับเท่านั้นเอง #เกือบ 2 แสน ร้องกันทั้งร้าน”

โดยในคลิป ลุงวิน จยย.คนดังกล่าว ซึ่งเป็นพ่อสามีของผู้โพสต์เอง ซึ่งกำลังแบกถุงใส่เงินใบใหญ่ ซึ่งภายในมีเหรียญ 5 เหรียญ 10 และ ธนบัตรชนิดราคาต่างๆ รวมแล้วเกือบ 2 แสนบาท เข้าไปร้านทอง ก่อนที่พนักงานจะหยิบเงินออกมานับใช้เวลานานกว่า 2 ชม. จากนั้นลุงวิน จยย. ก็ได้เลือกซื้อทองเป็นสร้อยข้อมือเส้นโต หนัก 5 บาท และแหวนทองคำอีก 1 วง หนัก 1 บาท รวม 6 บาท เดินทางกลับบ้านสมใจ

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ไป ก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ทั้งชื่นชมในความประหยัดอดออมของลุงวิน จยย. ที่มีเงินเก็บจำนวนมาก แต่ขณะที่บางคอมเม้นต์ตั้งขอสงสัยว่าอาจจะเป็นการทำคอนเทนต์ของผู้โพสต์

ล่าสุดทีมข่าวได้ติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์ ทราบชื่อคือ นางสาวพจนีย์ แก้วนพเจริญ อายุ 35 ปี เป็นผู้ถ่ายคลิป พร้อมกับเดินทางไปที่บ้าน หมู่ที่ 7 สายใน ต.โพหัก อ.บางแพ จ.ราชบุรี และ ยังพบกับ ลุงวิน จยย. คือ นายประจิม คงแตง อายุ 59 ปี พร้อมกับเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่า เป็นการเข้าไปซื้อทองเพื่อที่จะทำเซอร์ไพรส์เมีย คือ นางขจัด คงแตง อายุ 58 ปี ที่อยู่ครองรักกันมากว่า 39 ปี ด้วยการอดออมเก็บเงินที่ได้จากการรับจ้างขี่วิน จยย.รับส่งผู้โดยสารมาตลอด 5 ปี

นายประจิม ลุงวิน จยย. เล่าต่อว่า ตนทำอาชีพขับวิน จยย. มากว่า 20 ปี แล้ว โดยก่อนหน้าทำหลากหลายอาชีพ รับจ้างทุกรูปแบบเพื่อแลกกับเงิน อีกทั้งยังมีความยากลำบาก จากนั้น มาพบรัก นางขจัดและตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน ซึ่งก็ได้ประกอบอาชีพรับจ้าง ส่วนเวลาว่างก็มาช่วยพี่ชายขับวิน จยย.ส่งผู้โดยสาร สมัยนั้น ได้เที่ยวละ 5 – 10 บาท วันหนึ่งได้ประมาณ 300 – 400 บาท จนมีลูกค้าประจำด้วยการที่ตนบริการดี จึงหันมารับจ้างวิ่งวิน จยย. เลี้ยงชีพ จากวันละ 300-400 บาท ขึ้นมาเป็นวันละ 300 – 1000 โดยรายได้ ต่อเดือนตนก็จะให้ภรรยาเดือนละ 6,000 บาท เป็นค่าไฟฟ้าและข้าวสาร ส่วนรายจ่ายอื่นๆ ภรรยาเป็นผู้ออก

ส่วนการเก็บเงิน นายประจิม ลุงวิน จยย. เล่าว่า จากการที่ตนเองเคยผ่านความยากจนมาก่อน จนมีความคิดที่จะเก็บเงินออมไว้ โดยย้อนหลังไปเมื่อ 5 ปีก่อน ขณะนั้นตนมีเริ่มมีรายได้ดี มีลูกค้าที่มากขึ้นและมีลูกค้าประจำ วิ่งวิน จยย. ไปส่งทั้งที่ จ.สมุทรปราการ - กรุงเทพมหานคร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หรือ จะเป็นที่ จ.กาญจนบุรี พอได้เงินมาก็จะเก็บออมไว้ ด้วยการนำ 5 เหรียญ 10 และ ธนบัติใบละ 20 , 50 , 100 , 500 และ 1000 บาท มาแยกใส่ถุงซิปไว้ ถุงละ 500 บาท จะรวมๆกัน 4-5 วัน เมื่อครบ 500 บาท ก็จะนำไปซ่อนไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้าน ไม่ว่าจะเป็นที่หัวนอนในสลิ้นชัก โต๊ะทำงานและตู้เก็บของเพื่อไม่ให้ภรรยาและลูกหลานรู้ที่ซ่อน ซึ่งก็ทำมาตลอด 5 ปี จนกระทั่งจะไปซื้อทอง ภรรยา หรือทุกคนในบ้านก็ยังไม่รู้ว่าตนซ่อนเงินเอาไว้

จนมาปีนี้ ที่วัดใกล้บ้านจะมีงานกฐิน ตนอยากเซอร์ไพรส์เมียที่อดทนกัดฟันสู้กันมา ใช้ชีวิตร่วมกันมากว่า 39 ปี จึงมีความคิดว่า จะนำเงินที่ซุกไว้ตลอด 5 ปี ออกมาซื้อทองให้เมียใส่ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 19 ต.ค.65 ที่ผ่านมา ตนได้นำเงินที่ซุกซ่อนไว้ตามมุมต่างๆในบ้านออกมานับ ซึ่งภรรยาเดินออกมาเจอขณะที่ตนเอง นับเงินอยู่ ถึงกับตกใจไม่คิดว่าจะมีเงินเก็บซุกซ่อนได้เยอะขนาดนี้ นำมานับรวมๆ กันได้ประมาณ ยอดรวม 195,000 บาทเศษ ตนบอกทางภรรยาไปว่า จะนำเงินไปซื้อทองแต่ไม่ได้บอกว่าจะซื้อให้ภรรยาใส่ จากนั้นได้เช็คไปที่ร้านทองในจังหวัดนครปฐม ว่าราคาทองขณะนี้เท่าไร่ พอทราบราคาแล้วจึงพากันไปซื้อทองที่ร้าน

เมื่อไปถึงหนี้ร้าน ตนก็ลงไปที่ร้านเข้าไปสอบถามกับทางร้านว่ารับเหรียญและแบงก์ 20 , 50 บาทหรือไม่ ทางร้านบอกว่ารับแต่ขอไม่รับเหรียญบาท เนื่องจากพนักงานนับไม่ทัน จากนั้นตนก็เดินกลับมาที่รถ เพื่อกลับมานำเงินที่ใส่ไว้ในถุงผ้าแบกขึ้นบ่าตามที่ปรากฎในคลิป ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าลูกสะใภ้เป็นคนถ่ายคลิปเอาไว้ เมื่อไปถึงร้าน พนักงานก็ช่วยกันนับแต่มีเสียงร้องตกใจของพนักงาน ไม่คิดว่าลุงจะเอามาจริง และก็ไม่คิดว่าจะเป็นเหมือนในข่าว ซึ่งทางร้านก็ช่วยกันนับใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงจึงนับเสร็จ ตนก็เลือกซื้อสร้อยข้อมือทองคำหนัก 5 บาทและแหวะทองคำหนัก 1 บาท รวมหนัก 6 บาท ก่อนจะเดินทางกลับยังบ้านพักฃ

ลุงวิน จยย. เล่าต่อว่า หลังจากมาถึงบ้าน ตนก็นำทองมอบให้ภรรยา และ บอกว่าตนตั้งใจเก็บเงินซื้อให้เอาไว้ใส่ไปออกงานจะได้มีหน้ามีตากับเขาบ้าง แต่ภรรยาก็ปฏิเสธกลับ บอกกับสามีว่า“ขอบใจนะที่ซื้อให้ แต่แกทำงานเหนื่อยมาตลอดขับรถตากแดดตากฝน เก็บหอมรอมริบกว่าจะซื้อมาได้ขนาดนี้ ฉันมีทองใส่อยู่ แค่นี้ก็ดีแล้ว ทองที่ซื้อมาให้นี้ก็ยกให้กลับไปเก็บเอาไว้ แค่ทุกวันนี้ครอบครัวมีความสุข ครอบครัวสมบูรณ์ มีลูก มีสะใภ้และมีหลาน ที่สำคัญ แค่รักและซื่อสัตย์อยู่กันแบบนี้ไปจนแก่เท่าก็เหมือนถูกรางวัลที่ 1 แล้ว”

นางสาวพจนีย์ แก้วนพเจริญ เจ้าของคลิป เล่าว่า ตนเองก็ไม่เคยทราบเลยว่า พ่อเก็บเงินเอาไว้มากขนาดนี้ ซึ่งตนเห็นก็ยังตกใจ ตอนที่พ่อกับแม่กำลังช่วยกันนับเงินตนก็เอามือถือขึ้นมาถ่ายไว้ จนเมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้พากันเดินทางไปที่ร้านทอง ตนก็จะเอามือถือมาบันทึกภาพพ่อเอาไว้ตลอดทาง จนมาถึงหน้าร้าน พ่อได้แบกถุงเงิน ตนก็ถ่ายบันทึกภาพไว้ตลอด ประกอบกับทางคุณพ่อเป็นคนที่ชอบทำอะไรตลกๆ เป็นคนอารมณ์ดี จึงได้ถ่ายคลิปเอาไว้อย่างที่ปรากฏในภาพ หลังจากเดินทางกลับมาบ้าน ตนก็นำคลิปมาตัดต่อและโพสต์ลงใน TikTok เมื่อโพสต์เสร็จตนก็นอนพัก จนรุ่งเช้ามีเสียงเตือนที่โทรศัพท์ ตนก็เข้ามาดูใน TikTok พบว่ามีคนดูจำนวนมากและมีการแชร์จำนวนมากเช่นกัน และมีทางสื่อมวลชนมาขอนำคลิปไปนำเสนอจนกลายเป็นกระแสในโลกโซเชียล ตนก็ตกใจมากไม่คิดว่าจะดังขนาดนี้ มีคนเข้ามาคอมเมนท์กันจำนวนมาก และมีคนที่ตั้งข้อสงสัยว่าตนทำคอนเทนต์หรือเปล่า ซึ่ง ตนก็ขอบตอบว่า ภาพที่เห็นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง คุณพ่อเป็นคนชอบทำอะไรตลกๆ อารมณ์ดี ตนก็เลยนำกล้องจากโทรศัพท์มือถือมาบันทึกเก็บเอาไว้ให้พ่อได้ดูว่า ครั้งหนึ่งได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้

อย่างไรก็ดี ลุงวิน จยย. กล่าวยืนยันว่า หลังจากนี้ก็ยังคงเก็บต่อไป ก็ยังคงต้องซ่อนเงินเมียต่อไปและจะนำเงินไปซื้อทองเก็บเอาไว้อีก ส่วนทองที่ซื้อมาครั้งนี้ตนได้ให้ภรรยาเป็นคนเก็บรักษาดูแล ไม่ได้นำติดตัวไปด้วย เพราะอาจจะเกิดอันตรายขึ้นได้ ส่วนมิจฉาชีพที่จะมาคิดดักปล้น ให้ล้มเลิกเลยเพราะเวลาออกไปทำงานรับส่งลูกค้าจะไม่พกของมีค่าออกไป

-009

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...