ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวในหลายเมือง หลังเหตุประท้วงรุนแรง
วันนี้ (20 ต.ค.2569) การประท้วงในหลายประเทศยุโรปยังคงตึงเครียด โดยสาธารณรัฐแอลเบเนีย เผชิญการชุมนุมต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ขณะที่ประเทศอิตาลี เตรียมส่งทหาร 500 นายเข้าดูแลความสงบในเมืองมิลาน ส่วนสาธารณรัฐฝรั่งเศสประกาศมาตรการจำกัดการชุมนุมและเคอร์ฟิวในบางพื้นที่ หลังเกิดเหตุจลาจล
เหตุจลาจลระหว่างการประท้วงใหญ่ในสาธารณรัฐฝรั่งเศส เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ร้านค้าและธุรกิจจำนวนมากได้รับความเสียหาย โดยสมาคมผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบการร้านค้าฝรั่งเศสประเมินว่า อาจมีธุรกิจได้รับผลกระทบเกือบ 3,000 แห่ง กระทบทั้งเจ้าของกิจการ พนักงาน และครอบครัว
ผู้ประกอบการเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทั้งเจ้าของร้านและลูกจ้าง พร้อมหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยสะท้อนว่าธุรกิจที่สร้างมาตลอดหลายปีอาจถูกทำลายลงได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน การประท้วงยังดำเนินต่อในหลายพื้นที่ รวมถึงบริเวณพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ในกรุงปารีส ซึ่งต้องปิดให้บริการตลอดทั้งวัน หลังผู้ประท้วงรวมตัวปิดทางเข้าออก โดยนักศึกษาด้านศิลปะที่เข้าร่วมการชุมนุมแสดงความกังวลต่อแผนลดงบประมาณด้านวัฒนธรรม และเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับพิพิธภัณฑ์และหน่วยงานด้านวัฒนธรรมมากขึ้น
ด้านนักท่องเที่ยวบางส่วนแสดงความผิดหวังที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ขณะที่บางส่วนเข้าใจถึงความไม่พอใจของประชาชนและมองว่าการออกมาเรียกร้องเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน
ฝรั่งเศสประกาศเคอร์ฟิวหลายพื้นที่หลังประท้วงรุนแรง
จากสถานการณ์ความรุนแรงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ทำให้ เซบาสเตียง เลอกอร์นู นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ประกาศเคอร์ฟิวในหลายเมือง โดยในกรุงปารีสมีการกำหนดเวลาห้ามประท้วงในบางจุด ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และเพิ่มกำลังตำรวจตรวจตราความเรียบร้อย ส่วนเมืองนีซและลีลล์มีคำสั่งห้ามผู้เยาว์ออกนอกเคหสถานในเวลากลางคืนเป็นเวลา 2 วัน
เลอกอร์นูยังกล่าวหากลุ่มฝ่ายซ้ายจัดว่า เป็นต้นเหตุของความไม่สงบ ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีหน้า ขณะที่ฌอง-ลุก เมลองชง ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคฝ่ายซ้ายจัด เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงหลักฐานตามที่กล่าวหาหรือกล่าวขอโทษ
นอกจากนี้ สหภาพแรงงานหลายกลุ่มในฝรั่งเศสประกาศเตรียมนัดหยุดงานทั่วประเทศอีกครั้งในวันที่ 5 พ.ค.นี้
อิตาลีจ่อส่งทหารลงพื้นที่มิลานเฝ้าระวังประท้วงรอบใหม่
ที่สาธารณรัฐอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมรัฐมนตรีหลายกระทรวง เพื่อหารือเกี่ยวกับเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้น ระหว่างการประท้วงแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาค่าครองชีพพุ่งสูงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในเมืองธุรกิจสำคัญทางตอนเหนือของประเทศ ทั้งมิลาน โบโลญญา เบรสเซีย แบร์กาโม และตูริน
ตำรวจอิตาลีระบุว่า สามารถควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องกับเหตุจลาจลได้อย่างน้อย 271 คน โดยมีเยาวชนรวมอยู่ด้วย ขณะที่รองนายกรัฐมนตรีระบุว่า รัฐบาลเตรียมส่งทหาร 500 นายเข้าดูแลความสงบเรียบร้อยในเมืองมิลาน
ขณะเดียวกัน ร้านค้าหลายแห่งในใจกลางเมืองมิลานปิดให้บริการเร็วกว่าปกติ พร้อมปิดหน้าต่างด้วยแผ่นไม้และเคลื่อนย้ายสินค้าออกจากชั้นวาง เนื่องจากผู้ประกอบการกังวลว่าอาจเกิดเหตุรุนแรงขึ้นอีก
ชาวแอลเบเนียเดินหน้าประท้วงไล่รัฐบาลวันที่ 7
ส่วนในกรุงติรานา เมืองหลวงของสาธารณรัฐแอลเบเนีย การประท้วงดำเนินต่อเนื่องเป็นคืนที่ 7 โดยผู้ชุมนุมบางส่วนแสดงความไม่พอใจต่อปัญหาในระบบการศึกษา และเรียกร้องให้เอดี รามา นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง
อย่างไรก็ตาม การชุมนุมบางจุดเกิดการเผชิญหน้ากับตำรวจจนสถานการณ์ตึงเครียด มีรายงานการเผาทำลายอาคารหน่วยงานรัฐและขว้างปาสิ่งของ รวมถึงระเบิดขวด
ด้านผู้นำแอลเบเนียกล่าวหากลุ่มเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุประท้วงรุนแรงว่าถูกปลูกฝังด้วยอุดมการณ์ที่ไม่ดีและไม่ได้ต้องการสันติภาพอย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าพร้อมเจรจากับทุกฝ่ายทุกที่ทุกเวลา แต่หากใครใช้ความรุนแรงเพื่อกดดันรัฐบาลจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
อ่านข่าว :
สภาพอากาศวันนี้ "ตะวันออก-ใต้" ฝนตกหนักมาก เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
ใครได้ประโยชน์จากวิกฤตฝรั่งเศส ? มาครงเสียแต้ม-ขวาจัดลุ้นคว้าชัยเลือกตั้ง
ขสมก. เตรียมเช่ารถเมล์ EV เพิ่ม 800 คัน ดึง "ข้อตกลงคุณธรรม" สกัดทุจริต