โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

น้ำมันแพงแต่ 'โรงกลั่นขาดทุน' หลังค่าขนส่งน้ำมันพุ่ง 10 เท่า กัดกินกำไร

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โรงกลั่นน้ำมันในเอเชียและยุโรปกำลังเผชิญแรงกดดันหนัก หลังต้นทุนขนส่งน้ำมันดิบพุ่ง “สูงกว่า 10 เท่า” จากระดับปกติ รวมถึงเบี้ยประกันภัยความเสี่ยงภัยสงครามก็เพิ่มสูงขึ้นตาม ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง จนต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบ “เพิ่มขึ้นเร็วกว่า” ราคาขายน้ำมันสำเร็จรูปหน้าโรงกลั่น ส่งผลให้ค่าการกลั่น “พลิกติดลบ” แม้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกยังอยู่ในระดับสูงก็ตาม

ข้อมูลจากกลุ่มตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSEG) ระบุว่า ค่าการกลั่นอ้างอิงในเมืองรอตเทอร์ดาม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญของยุโรป ลดลงแตะ “ติดลบ 10.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล” เมื่อวันที่ 5 ต.ค. ขณะที่ค่าการกลั่นอ้างอิงของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานของเอเชีย โดนผลกระทบก่อน โดย “ร่วงต่ำกว่าติดลบ 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล” เมื่อวันที่ 10 ก.ย.

ปัจจัยสำคัญมาจาก ค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงตั้งแต่เดือนก.ย. หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง โดยปัจจุบันต้นทุนขนส่งน้ำมันดิบด้วยเรือบรรทุกขนาดใหญ่มาก (VLCC) ในเส้นทางตะวันออกกลางสู่เอเชียและยุโรป รวมถึงแอฟริกาสู่ยุโรป อยู่ที่ราว 20-40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงกว่าระดับปกติมากกว่า 10 เท่า

แม้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปจะปรับตัวสูงขึ้นหลังช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้น และส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปกับราคาน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลในสหรัฐและยุโรปที่เข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ “ต้นทุนขนส่งที่พุ่งขึ้น” กลับกัดกินกำไรของโรงกลั่นอย่างหนัก

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้โรงกลั่นยุโรปหันมาซื้อน้ำมันดิบจากแหล่งใกล้เคียงเพื่อลดค่าขนส่ง โดยสถาบันมอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า น้ำมันดิบเบรนท์จากทะเลเหนือมีความได้เปรียบด้านต้นทุนราว 10-15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับน้ำมันดิบที่ต้องขนส่งจากระยะไกล

อย่างไรก็ตาม ความต้องการน้ำมันดิบจากแหล่งใกล้เคียงที่เพิ่มขึ้น กลับผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาดซื้อขาย Spot พุ่งทะลุ 154 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงต้นเดือนต.ค. สูงกว่าราคาตลาดล่วงหน้าถึง 50% ยิ่งซ้ำเติมต้นทุนโรงกลั่นยุโรป

ขณะที่โรงกลั่นในเอเชียซึ่งพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ต้องแบกรับต้นทุนมหาศาลจากการขนส่งผ่านเส้นทางอ้อมที่ยาวขึ้น

สวนทางกับโรงกลั่นในสหรัฐที่ยังรักษาค่าการกลั่นได้สูงกว่า 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากมีระบบท่อส่งน้ำมันภายในทวีปอเมริกาเหนือ ช่วยลดผลกระทบจากค่าระวางเรือที่พุ่งสูง

อย่างไรก็ตาม ค่าระวางเรือบรรทุกน้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันดีเซล ที่ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน กำลังทำให้โอกาสในการทำกำไรจากส่วนต่างราคาระหว่างตลาดลดน้อยลง แม้โรงกลั่นในสหรัฐจะมีต้นทุนการกลั่นต่ำกว่าก็ตาม

สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เตือนว่า โรงกลั่นทั่วโลกกำลังเผชิญทางเลือกที่ยากลำบาก ระหว่างยอมรับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เปลี่ยนไปใช้น้ำมันดิบชนิดอื่นที่ให้ผลผลิตต่ำกว่า หรือปรับลดกำลังการกลั่น เพื่อหยุดสภาวะยิ่งกลั่นยิ่งขาดทุน ซึ่งอาจทำให้อุปทานน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกตึงตัวมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ค่าการกลั่นอ้างอิงที่ติดลบไม่ได้หมายความว่าโรงกลั่นทุกแห่งกำลังขาดทุน เนื่องจากแต่ละโรงกลั่นมีต้นทุนจัดหาน้ำมันดิบ แหล่งวัตถุดิบ และสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกัน โดยโรงกลั่นบางแห่งอาจยังสามารถรักษากำไรได้ จากราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับสต็อกต้นทุนน้ำมันเดิมยังพอมีอยู่

อ้างอิง: nikkei

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...