เล็งคลอดกม.เฝ้าติดตาม‘ผู้ต้องหาคดีร้ายแรง-ฆ่าข่มขืน’หลังพ้นคุก
“สมศักดิ์” ย้ำเอาจริงแก้ปัญหานักโทษล้นคุก กลางเดือน ก.ย.เริ่มใช้กำไล EM ยันไม่ใช้กับพวกคดีรุนแรง-ปชช.หวาดกลัว เผยเตรียมถกอัยการสูงสุดแก้กฎหมายติดตามนักโทษร้ายแรง 1-2 ปีหลังพ้นคุก
6 กันยายน 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นคุก ว่า ที่นอนของผู้ต้องขังเดิมก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งนั้นรับได้ 2.2 แสนคน ที่นอนแล้วจะไม่แออัด แต่เป็นแบบนอนพื้น ซึ่งเมื่อตนได้เข้ามาทำงานตรงนี้ได้มีนโยบายเพิ่มที่นอน โดยการทำเตียง 2 ชั้นเพิ่ม ซึ่งจะรองรับผู้ต้องขังได้อีก 8 หมื่นคน ซึ่งตรงนี้ตนต้องบริหารนักโทษให้มีไม่เกิน 3 แสนคนทั่วประเทศ จึงมีเรื่องของกำไล EM เข้ามา ซึ่งเรากำลังจะเริ่มทำในกลางเดือนกันยายนนี้
นายสมศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อก่อนกำไล EM มีปริมาณน้อยและได้ยกเลิกสัญญาไปแล้ว และทำใหม่มีจำนวน 3 หมื่นเครื่อง โดยจะใช้กับกลุ่มผู้ต้องขังไม่เด็ดขาด คือกลุ่มที่ศาลยังไม่มีคำสั่งให้จำคุก หรือปล่อยตัวยังไม่เด็ดขาด หรือกลุ่มคดียังไม่สิ้นสุด มีการประกันตัว อาทิ พวกนักโทษทางการเมือง นักโทษที่เกี่ยวกับคดีเช็ค คดีที่ไม่ร้ายแรงมากและเป็นคดีที่ทำให้คนไม่วิตกกังวล โดยในส่วนของกลุ่มที่ได้รับการพักโทษนั้น เราจะมีคณะอนุกรรมการพักโทษ มาทำการพิจารณา หากผู้ต้องขังคนไหนเข้าเงื่อนไข ก็จะนำมาติดกำไลEM และหากจำนวน 3 หมื่นเครื่องไม่พอ และมีการประเมินแล้วว่าผลที่ได้รับออกมาดีมาก ในวันข้างหน้าเราอาจจะจัดหาเพิ่ม โดยมาตรฐานกำไลนี้จะเหมือนของศาลที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องการถอด หากมีการถอดจะถูกเพิ่มโทษและถูกส่งกลับเข้าเรือนจำ ผู้ที่ติดกำไลจะต้องมีการรายงานตัวอยู่เสมอ
“ในส่วนของผู้ต้องหาคดีร้ายแรง เช่น ฆ่าข่มขืน ตรงนี้เราจะไม่มีการลดโทษให้ และจะไม่มีการใช้กำไลกับคดีเหล่านี้ ซึ่งจะต้องออกเป็นกฎหมายให้ชัดเจน โดยผมจะเข้าพบกับท่านอัยการสูงสุด เพราะตอนนี้มีกฎหมายกักกันตัวอยู่ฉบับหนึ่ง ซึ่งต้องหารือรายละเอียดเกี่ยวกับนักโทษที่คดีหนักๆ เราอาจจะต้องติดตามตัวอีกสัก 1-2 ปีด้วย เพื่อให้สังคมช่วยระวังกัน หากอัยการเห็นด้วยกับเรื่องนี้เราก็อาจจะออกเป็นกฎหมายได้” นายสมศักดิ์ กล่าว