โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั้ง 3 คนรู้จักกัน! 'DSI'เผย'นอมินีไชน่าเรลเวย์'ปฏิเสธข้อกล่าวหา

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 เม.ย. 2568 เวลา 17.00 น.

โฆษก DSI เผยนอมินีคนไทย ทั้ง 3 คนรู้จักกัน แต่อยู่ระหว่างขยายผลรู้จักคนจีนหรือไม่ ส่วนปมเงินในบริษัทไชน่าเรลเวย์ กว่า 2,800 ล้าน เป็นเงินที่กู้ยืมจากบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจจีนเพื่อลงทุน

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ที่ห้องสำนักงานรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 8 ศูนย์ราชการฯ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ 3 กรรมการคนไทยของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบด้วย นายประจวบ ศิริเขตร , นายมานัส ศรีอนันท์ และนายโสภณ มีชัย ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ว่า เบื้องต้นคนไทยทั้งหมดให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยบอกว่าไม่ได้เป็นนอมินีถือหุ้นแทน แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบปากคำ ส่วนก่อนหน้านี้เหตุใดทั้งหมดจึงไม่เดินทางเข้ามอบตัวนั้น ตนยังไม่มีข้อมูล เพราะเพิ่งแจ้งข้อกล่าวหา แต่มีความเป็นไปได้ว่าทั้ง 3 ราย น่าจะเห็นข่าวเรื่องหมายจับศาลอาญา วานนี้ (20 เม.ย.) จึงเข้ามาพร้อมกับทนายความ โดยที่เห็นในตอนนี้ พบว่าผู้ต้องหา 1 ราย จะมีทนายความประกบ 1 รายเช่นกัน

ส่วนทั้งหมดจะชี้แจงหักล้างข้อมูลการสอบสวนของดีเอสไออย่างไรในเรื่องคดีนอมินี ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบปากคำ โดยผู้ต้องหาจะให้การอย่างไรก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือสามารถหักล้างข้อกล่าวหาได้หรือไม่ หากหักล้างได้ ก็จะเป็นประเด็นเฉพาะของแต่ละราย แต่หากหักล้างข้อกล่าวหาไม่ได้ ก็ต้องสั่งฟ้อง นอกจากนี้ ต้องมีการสอบสวนประเด็นความเกี่ยวข้องระหว่าง นายชวนหลิง จาง กับ 3 กรรมการชาวไทยด้วยว่าจะให้การสอดคล้องกันมากน้อยเพียงใด ซึ่งตอนนี้ทั้ง 3 คนไทย ยอมรับว่ามีบางคนรู้จักกันมาก่อน คือ นายประจวบ และนายโสภณ ขณะที่พบว่าบางรายในนี้มีการประกอบธุรกิจส่วนตัวพบว่าเดิมทำธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องแก้ว

ส่วนประเด็นที่ต้องสอบสวนปากคำ 3 กรรมการชาวไทย บริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ นั้น พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ยึดตามองค์ประกอบของความผิด พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ตั้งแต่เรื่องทุน การดำเนินกิจการ อำนาจในการดำเนินกิจการ ผู้ชักชวนเข้ามาในบริษัท เพราะจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าทั้ง 3 คน เป็นเพียงพนักงานภายในบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ โดยจะต้องมีการขยายผลต่อ

พ.ต.ต.วรณัน ยังบอกด้วยว่า ส่วนของ นายชวนหลิง จาง ที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจของประเทศจีน เราได้รับการยืนยันแล้วว่านายจาง เป็นเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจตามที่แจ้งจริง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า 3 กรรมการคนไทยของบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ ก่อนจะเดินทางเข้ามอบตัวกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ทั้งหมดได้กบดานอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเชื่อได้ว่ามีการอาศัยอยู่ด้วยกันในพื้นที่ ก่อนตัดสินใจเข้ามอบตัวตามหมายจับศาลอาญา ส่วนจะได้รับการประกันตัวชั่วคราวหรือไม่ ตามหลักแล้วต้องดูหลังสอบปากคำว่าผู้ต้องหามีการยื่นขอประกันตัวชั่วคราวหรือไม่ แล้วจึงจะพิจารณาได้ว่าจะอนุญาตประกันตัวหรือไม่ อย่างไร

ส่วนกรณีที่ตรวจพบเงินหมุนเวียนของบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 2,800 ล้านบาท นั้น พ.ต.ต.วรณัน ระบุว่า เงินจำนวนดังกล่าวมาจากงบดุลที่ตรวจสอบระหว่างปี 61 - 68 โดยทางบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ได้กู้ยืมระยะยาวมาจากบริษัทในเครือรัฐวิสาหกิจของประเทศจีน ผ่านธนาคารของต่างประเทศ โดยโอนเงินตรงเข้ามายังบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อนำมาใช้ลงทุนและดำเนินกิจการในไทย

ส่วนหุ้นชาวจีน 49% ในบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด จากเงินเริ่มต้น 22 ล้านบาท แล้วเพิ่มเป็น 47 ล้านบาท นั้น จะต้องไปทำการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ว่าเป็นเงินที่มาจากผู้ถือหุ้นในบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เอ็นจิเนียริ่ง กรุ๊ป คัมปะนีลิมิเต็ด จำกัด หรือไม่ หรือมีที่มาที่ไปของเงินจากที่ใด

ส่วน 3 นอมินีคนไทยที่ถือหุ้นในบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์10 (ประเทศไทย) จำกัด 51% แล้วมีการชำระค่าหุ้น 25% รวมกว่า 20 ล้านบาท นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบเส้นทางการเงินเช่นกัน

- 006

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...