โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดอลลาร์สหรัฐกับจุดจบ Exceptionalism.?

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา “สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง” มากสุดรอบกว่า 3 ปี เมื่อเทียบสกุลเงินยูโร ท่ามกลางความกังวลถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บั่นทอนความเชื่อมั่นนโยบายการเงินของประเทศ

มีรายงานว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความคิดจะเลือกและประกาศตั้งประธานเฟดคนใหม่ เพื่อมาแทนที่ “เจอโรม พาวเวลล์” ช่วงเดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้

Asia FXของ InTouch Capital Markets ระบุว่า ตลาดอาจแสดงความไม่พอใจ หากมีการเปลี่ยนประธานเฟดช่วงเร็ว ๆ นี้ ข้อสำคัญหากการตัดสินใจนี้ มีแรงจูงใจทางการเมืองอยู่ อาจทำให้มีความกังวลว่าจะเกิดการเสื่อมจากความเป็นอิสระของเฟด

นั่นหมายถึงอาจลดทอนความน่าเชื่อถือ หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง อาจมีการปรับการคาดการณ์ของอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้มีการประเมินสถานะของสกุลเงินดอลลาร์ใหม่

“ทรัมป์” มีการวิพากษ์วิจารณ์ “พาวเวลล์” ที่ไม่ยอมลดอัตราดอกเบี้ยลง หลังจากประธานเฟดแถลงต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่า การกำหนดนโยบายการเงินจะต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากมาตรการภาษีของทรัมป์ อาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

ขณะนี้ตลาดคาดการณ์ว่า การประชุมของเฟดครั้งต่อไป ช่วงเดือนกรกฎาคมนี้ มีโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยมีความเป็นได้ 25% จากก่อนหน้านี้ 12%

มีการประเมินว่าภายในสิ้นปีนี้ มีความเป็นได้ที่เฟด อาจมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 64% เพิ่มขึ้นจาก 46% ช่วงก่อนหน้านี้

สำหรับมูลค่าดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลง เมื่อเทียบสกุลเงินอื่น ๆ โดยเฉพาะสกุลเงินยูโรกับสกุลเงินปอนด์แข็งค่าขึ้น 0.2% มาอยู่ที่ 1.1687 ดอลลาร์สหรัฐ และ1.369 ดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นมูลค่าสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 และเดือนมกราคม 2565 ตามลำดับ

นอกจากนี้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังอ่อนตัวถึงขีดสุด เมื่อเทียบฟรังก์สวิสนับตั้งแต่ปี 2554 ขณะนี้มีมูลค่าค่าเท่ากับ 0.8033 ฟรังก์ ระหว่างที่ฟรังก์แข็งค่าขึ้นสูงสุดในประวัติการณ์ หลายคนเริ่มกลับมาสนใจนโยบายภาษีทรัมป์ เนื่องจากวันที่ 9 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันครบกำหนดการทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ

โดย JPMorganออกมาเตือนว่าภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ เหล่านี้ อาจถ่วงการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและเพิ่มภาวะเงินเฟ้อ ส่งผลให้มีโอกาสจะเกิดภาวะถดถอยถึง 40%

ทั้งนี้ JPMorgan ประเมินว่า โอกาสจะเกิดผลกระทบทางลบเพิ่มเติมกำลังสูงขึ้น และคาดการณ์ว่าอัตราภาษีนำเข้าต่างๆ ของสหรัฐจะเพิ่มขึ้น

สุดท้ายสหรัฐฯ อาจเผชิญกับจุดจบของการเป็นมหาอำนาจเหนือกฎหมายโลกหรือที่เรียกว่า Exceptionalism ที่เป็นหัวข้อที่ผู้คนเริ่มพูดถึงเป็นอย่างมากหลังสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวลงช่วงเดือนที่ผ่านมา

ขณะที่เหล่าบรรดานักลงทุน..ต่างพากันตั้งคำถามถึงสถานะสกุลเงินสำรองที่โดดเด่นของดอลลาร์และการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหลักในบรรดาสกุลเงินต่าง ๆ ตามมาด้วยเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...