โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI แนะเก็บหุ้น Defensive รับมือ SET มิ.ย.ผันผวน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 02.25 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 02.25 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI เปิดเผยบทวิเคราะห์ล่าสุด ระบุถึงทิศทางตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายน 2568 ว่าจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะการคาดการณ์ว่าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ หลังเกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย (พท.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เกี่ยวกับการทวงคืนกระทรวงมหาดไทย ซึ่งส่งผลให้การทำงานของรัฐบาลไม่มีประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับภาวะชะลอตัว

ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดจากสถานการณ์การค้าโลกยังคงซ้ำเติมภาพรวมเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุน ทำให้ CGSI ประเมินว่า ดัชนี SET ในเดือนมิถุนายนอาจไม่สดใส แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ (TESGX) ซึ่งมีเส้นตายรับสิทธิลดหย่อนภาษีสิ้นสุดในเดือนนี้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจของ CGSI ระบุว่า ความสนใจของประชาชนต่อ TESGX ที่เปิดขายในเดือนพฤษภาคม 2568 ยังอยู่ในระดับต่ำ แม้รัฐบาลจะให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 500,000 บาท อีกทั้งนักลงทุนที่ถือกองทุน LTF เดิมซึ่งมีสินทรัพย์รวม 1.38 แสนล้านบาท ณ วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 สามารถโอนเงินลงทุนไปยัง TESGX ได้ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน แต่ยอดโอนจริงอาจอยู่เพียงหนึ่งในสามของคาดการณ์เดิมที่ประมาณครึ่งหนึ่ง เนื่องจาก TESGX ต้องถือครองขั้นต่ำ 5 ปี จึงมีแนวโน้มว่านักลงทุนจำนวนมากจะชะลอการโอนเงินเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม

ด้านมูลค่าตลาด CGSI ประเมินว่า ดัชนี SET ปรับขึ้นราว 7% จากจุดต่ำสุด จากแรงหนุนของการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้า ทำให้ดัชนีกลับมาอยู่ที่ระดับ P/E ล่วงหน้า 12 เดือน ราว 12 เท่า ซึ่งถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับอดีต แต่ด้วย sentiment เชิงลบจากปัจจัยการเมืองในประเทศจึงยังคงเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปี 2568 ที่ 1,200 จุด เทียบเท่า P/E ปี 2569 ที่ 13.4 เท่า หรืออยู่ที่ระดับ -1SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี

CGSI แนะนำกลยุทธ์การลงทุนเน้นไปยังกลุ่ม Domestic defensive และ High-yield play ที่มีความมั่นคงและผลตอบแทนดี โดยเลือกหุ้นเด่นประจำเดือน ได้แก่ BDMS, CPN, ERW, GULF, MTC และ PR9 พร้อมเตือนว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางการเมืองภายใน อย่างไรก็ตาม การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลอาจเป็นปัจจัยหนุนตลาดในระยะถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...