โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

KLINIQ เด้ง 3% ลุยเปิด 5 สาขาใหม่ ดันรายได้ปีนี้พุ่ง 3.5 พันล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 09.06 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 09.06 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 ก.ค.68) ราคาหุ้น บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ KLINIQ ณ เวลา 15:56 น. อยู่ที่ระดับ 22.10 บาท บวก 0.60 บาท หรือ 2.79% สูงสุดที่ระดับ 22.20 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 21.60 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.72 ล้านบาท

นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KLINIQ เปิดเผยว่า บริษัทคงเป้าหมายมีรายได้จากการให้บริการในปี 2568 อยู่ที่ระดับ 3,500 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่มีรายได้จาการให้บริการรวม 3,008 ล้านบาท เนื่องจากสาขาเดิมมีลูกค้าเข้าใช้บริการอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำเบอร์ 1 ของตลาดความสวยความงามของประเทศไทย และมีการขยายสาขาใหม่ในปี 2568 เพิ่มอีก 10 สาขา โดยในช่วงไตรมาส 1/2568 มีรายได้จากการให้บริการรวมแล้ว 819 ล้านบาท

สำหรับแผนการขยายสาขาใหม่ในปี 2568 จำนวน 10 สาขาดังกล่าว ในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทเปิดสาขาใหม่ไปแล้ว 5 สาขา ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเข้ามาใช้บริการ และส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีสาขาบริการรวมกว่า 77 สาขาทั่วประเทศ จาก ณ สิ้นปี 2567 มีสาขาให้บริการรวม 72 สาขา ภายใต้แบรนด์หลัก 5 แบรนด์ ได้แก่

  • THE KLINIQUE,
  • L.A.B.X,
  • L’Clinic
  • THE KLINIQUE SURGERY CENTER ให้บริการด้านศัลยกรรมเฉพาะทาง และ
  • ให้บริการด้าน KLINIQ Wellness Spa

ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568 บริษัทเตรียมเปิดให้บริการสาขาใหม่เพิ่มอีก 5 สาขา เช่น สาขาดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค และเซ็นทรัลสุราษฎร์ธานี เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรต่างประเทศโซนภูมิภาคเอเชีย 2 ราย เพื่อไปเปิดสาขาบริการเพิ่มเติมในต่างประเทศด้วย หากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ส่วนความคืบหน้าการลงทุนโรงพยาบาลศัลยกรรมนั้น ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าลงทุนโครงการโรงพยาบาลศัลยกรรม ทั้งในรูปแบบเช่าพื้นที่ทำโรงพยาบาลศัลยกรรม และรูปแบบก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลศัลยกรรม ขนาดบริการ 10 ห้องผ่าตัด

ด้าน THE KLINIQUE SURGERY CENTER ให้บริการด้านศัลยกรรมเฉพาะทาง ขนาดบริการ 4 ห้องผ่าตัด ปัจจุบันมีอัตราการใช้เตียง 60% (ซึ่งแบ่งเป็นลูกค้าต่างชาติ 10-15% และลูกค้าในประเทศ 85-90%) ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่จะเข้ามาใช้บริการเสริมหน้าอก เสริมจมูก และดูดไขมัน เป็นหลัก

นายแพทย์อภิรุจ กล่าวต่อว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2568 จะฟื้นตัวดีกว่าไตรมาส 2/2568เนื่องจากนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา ทำให้ลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะลูกค้าจากประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และมาเลเซีย ส่วนลูกค้าจีนเริ่มกลับมาใช้บริการมากขึ้น ขณะที่ลูกค้าคนไทยยังมีการเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 คาดว่าจะทำจุดสูงสุด (Peak) ซึ่งเป็นปกติของทุกปี เนื่องจากลูกค้านิยมทำความสวยความงามในช่วงปลายปี ก่อนถึงช่วงเทศกาลปีใหม่

“แนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วงนี้ ในส่วนของบริษัท ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับความสวยความงามได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากความสวยความงาม ถือเป็นปัจจัย 5 ไปแล้ว ลูกค้ายังเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การแข่งขันอุตสาหกรรมความงาม ยังไม่รุนแรงมากนัก เนื่องจากมีทั้งที่เปิดให้บริการใหม่ และที่ปิดบริการไปพอสมควร ดังนั้น KLINIQ ยังคงความเป็นผู้นำด้านความงาม ทั้งในแง่ฝีมือบุคลากร เครื่องมือทางการแพทย์ที่ลงทุนกว่าหลักร้อยล้านบาท นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้ามาเสริมการบริการ เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า” นายแพทย์อภิรุจ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...