โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สวนนงนุช” โชว์ความสำเร็จระดับโลก ปลอก “มะพร้าวทะเล” หายาก 9 ลูก พบเมล็ดแฝดมูลค่าทะลุล้าน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 15.04 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา นำทีมผู้เชี่ยวชาญดำเนินการปลอกผล “มะพร้าวทะเล” (Coco de Mer) พืชหายากระดับโลก จำนวน 9 ลูก ปรากฏว่า 1 ในนั้นให้ผลเป็นเมล็ดแฝด ส่งผลให้มีเมล็ดรวมทั้งสิ้น 10 เมล็ด โดยแต่ละเมล็ดมีมูลค่ากว่า 100,000 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมของการเก็บเมล็ดในครั้งนี้มากกว่า 1 ล้านบาท นับเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นได้ยาก สะท้อนถึงภารกิจด้านการอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากที่ไทยมีบทบาทโดดเด่นในระดับนานาชาติ

สวนนงนุชพัทยาในฐานะสวนพฤกษศาสตร์ระดับนานาชาติ ได้รวบรวมพันธุ์ไม้จากทั่วโลกกว่า 18,000 ชนิด โดย “มะพร้าวทะเล” ถือเป็นพืชหายากที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน ปัจจุบันสามารถขยายพันธุ์จนมีต้นกล้าแล้วกว่า 229 ต้น นับเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญของวงการพฤกษศาสตร์ไทย

ทั้งนี้ “มะพร้าวทะเล” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “มะพร้าวแฝด” เป็นพืชตระกูลปาล์มที่หายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก พบได้เฉพาะในหมู่เกาะเซเชลส์ มหาสมุทรอินเดีย และได้รับการบันทึกในกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดว่าเป็นพืชที่มีเมล็ดใหญ่ที่สุดในโลก โดยในธรรมชาติ มะพร้าวทะเลใช้เวลาถึง 60 ปีจึงจะเริ่มออกผล และต้องรออีก 7 ปีให้ผลสุกเต็มที่ จากนั้นต้องเพาะต่ออีก 2 ปีจึงจะเกิดต้นอ่อน

นายกัมพลกล่าวอีกว่า ด้วยการดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมงานสวนนงนุชพัทยา สามารถเร่งวงจรชีวิตของมะพร้าวทะเลให้เริ่มออกผลภายในเวลาไม่เกิน 30 ปี และในบางกรณีสามารถให้เมล็ดมากกว่า 1 เมล็ด ซึ่งในครั้งนี้ที่พบเมล็ดแฝดถือเป็นปรากฏการณ์หายาก สะท้อนถึงความสำเร็จของภารกิจฟื้นฟูและอนุรักษ์พันธุ์พืชหายากของไทยอย่างแท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...