เปิด 2 คดีเฮโรอีนซุกเบาะรองนั่ง ก่อนแอร์โฮสเตสไทยถูกจับที่ออสเตรเลีย
วันนี้ (2 ก.ค.2569) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างและการดำเนินงานของเครือข่ายค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ
โดยระบุว่า พฤติกรรมการซุกซ่อนเฮโรอีนไว้ภายใน "เบาะรองนั่ง" นั้น ไม่ใช่วิธีการใหม่ แต่เป็นรูปแบบประทุษกรรมที่กลุ่มขบวนการมักนำมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยการนำยาเสพติดไปยัดไว้ในสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ก่อนจะอาศัยช่องทางการขนส่งผ่านระบบพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ หรือจัดหาตัวกลางที่เป็นผู้เดินทางและบุคลากรสายการบินเพื่อนำออกนอกราชอาณาจักร
คดีแรก ฉะเชิงเทราปลายทางซิดนีย์ มูลค่าพุ่ง 70 ล้านบาท
เมื่อตรวจสอบย้อนหลังไปในรอบปี พบคดีสำคัญอย่างน้อย 2 คดีที่มีความคล้ายคลึงกัน โดยคดีแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้ประสานข้อมูลขยายผลจากการตรวจยึดสิ่งของต้องสงสัยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำไปสู่การเข้าตรวจค้นบ้านพักเป้าหมายแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา
จากการตรวจสอบภายในบ้านพบกล่องพัสดุจำนวน 2 กล่อง บรรจุเบาะรองนั่งรวม 44 ชิ้น ซึ่งมีลักษณะการดัดแปลงยัดไส้ในด้วยเฮโรอีนทุกชิ้น รวมน้ำหนักของกลางกว่า 10 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าภายในประเทศประมาณ 10 ล้านบาท แต่หากหลุดรอดไปถึงนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จะมีมูลค่าทางการตลาดสูงถึง 70 ล้านบาท
จากการสอบสวนผู้ต้องหาในคดีนี้ ให้การรับสารภาพอย่างตรงไปตรงมาว่า ได้รับเงินค่าจ้างจำนวน 50,000 บาท เพื่อทำหน้าที่นำพัสดุยัดไส้ยาเสพติดเหล่านี้ไปฝากส่งต่อกับผู้เดินทางคนอื่น หรือจัดหาเจ้าหน้าที่สายการบินที่มีสิทธิ์นำสัมภาระขึ้นเครื่องบินได้โดยตรง เพื่อเป็นผู้ลำเลียงตัวจริงข้ามพ้นแดนไทยไปยังปลายทางออสเตรเลีย โดยการสืบสวนพบเส้นทางต้นทางเชื่อมโยงมาจากเพชรบูรณ์ ก่อนนำมาพักสินค้าเพื่อรอกระจายออกที่ฉะเชิงเทรา
คดีที่ 2 จ.แพร่ พบเฮโรอีนกว่า 6 กิโลกรัม
อีกหนึ่งคดีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 นำโดย พ.ต.อ.นิวัต ทัศนเกษม ผกก.สภ.เด่นชัย จ.แพร่ นำกำลังเข้าตรวจสอบและตรวจยึดเฮโรอีนน้ำหนักรวมกว่า 6 กิโลกรัม หลังจากได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ประกอบการบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนระหว่างประเทศ ที่สังเกตเห็นความผิดปกติทางกายภาพของเบาะรองนั่งที่ถูกซีลปิดผนึกพลาสติกไว้อย่างแน่นหนาเกินความจำเป็น ผลการตรวจสอบพบยาเสพติดบรรจุอยู่ภายในอย่างมิดชิด
การสืบสวนเชิงลึกพบว่า กล่องพัสดุดังกล่าวถูกส่งมาจาก จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป.ลาว โดยกลุ่มทุนยาเสพติดใช้วิธีติดต่อติดต่อว่าจ้างแรงงานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในลักษณะกลุ่มรับฝากส่งสินค้าไปต่างประเทศ และใช้ระบบโลจิสติกส์เอกชนเป็นตัวกลางในการกระจายสินค้า
ต่อมาตำรวจปราบปรามยาเสพติดร่วมกับ ป.ป.ส. ได้ขยายผลจากกรณีเด่นชัย จนสามารถตามไปตรวจยึดเฮโรอีนเพิ่มเติมได้ที่คลังพักสินค้าในเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ได้ของกลางเพิ่มอีกกว่า 90 กิโลกรัม
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันทางพนักงานสอบสวนยังคงอยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐาน และยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างเป็นทางการว่าเครือข่ายทั้งที่จังหวัดแพร่และฉะเชิงเทรา จะมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับคดีแอร์โฮสเตสรายล่าสุดที่ถูกจับกุม ณ ประเทศออสเตรเลียหรือไม่
อ่านข่าวอื่น :
วันเดย์ทริป ดำน้ำดูปะการัง-เรียนรู้ประวัติศาสตร์ “เกาะลังกาจิว” หมู่เกาะชุมพร
แกะรอย 2 ธุรกิจเสี่ยงนอมินี ย่านหลักสี่ พบพฤติการณ์-เส้นเงินผิดปกติ
ผู้ใช้สิทธิสะท้อนครบ 1 เดือน "ไทยช่วยไทยพลัส" ช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพ