โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น “ตระกูลเจ” วิ่งคึก! JMART-SINGER-JMT นำทีมพุ่ง ชี้ “ผลประกอบการ” ครึ่งหลังแจ่ม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 23 ส.ค. 2567 เวลา 08.57 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(23 ส.ค.67) ราคาหุ้นกลุ่มเจมาร์ทขึ้นยกแผง โดยบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART ณ 15:22 น. อยู่ที่ระดับ 14.20 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 5.97% สูงสุดที่ระดับ 14.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 13.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 322.59 ล้านบาท

ด้านบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER ณ เวลา 15:24 น. อยู่ที่ระดับ 8.95 บาท บวก 0.65 บาท หรือ 7.83% สูงสุดที่ระดับ 9.40 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 8.35 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 138.11 ล้านบาท

บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SGC ณ เวลา 15:25 น. อยู่ที่ระดับ 1.35 บาท บวก 0.05 บาท หรือ 3.85% สูงสุดที่ระดับ 1.37 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 1.30 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 91.41 ล้านบาท

บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT ณ เวลา 15:28 น. อยู่ที่ระดับ 15.30 บาท บวก 0.80 บาท หรือ 5.52% สูงสุดที่ระดับ 15.50 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 14.40 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 519.24 ล้านบาท

บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J ณ เวลา 15:27 น. อยู่ที่ระดับ 1.62 บาท บวก 0.06 บาท หรือ 3.85% สูงสุดที่ระดับ 1.64 บาท ต่ำสุดที่ระดับ1.57 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.40 ล้านบาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ASL ระบุในบทวิเคราะห์ว่า หุ้นกลุ่มเจมาร์ท นำโดย JMART, JMT, SINGER, SGCJ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องหลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/67 ที่ออกมาน่าพอใจ ภายใต้เศรษฐกิจชะลอตัว และตลาดคาดหวังแนวโน้มช่วงที่เหลือของปียังเติบโตต่อเนื่อง โดยภาพการลงทุนในระยะถัดไปมีความเห็นต่อ J group ดังนี้

สำหรับ JMART โดยผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว พร้อมรับรู้ผลประกอบการของบริษัทลูกที่เติบโต (JMT J สุกี้ตี๋น้อย) และ turnaround (SINGER SGC) โดยรับ sentiment เชิงบวกจากสัปดาห์หน้า ตลท. จัดงาน Thailand Focus 2024 ซึ่ง JMART ได้เข้าร่วมงานให้ข้อมูลกับนักลงทุนสถาบันและต่างประเทศ รวมถึงในช่วงก่อนการเปิดตัว Iphone มักให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นกว่าตลาด (ตลาดคาดการณ์ IPhone 16 เปิดตัว 10 ก.ย.นี้)

แนะนำ“ซื้อเก็งกำไร” มีราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 15.00 ส่วนระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 13.00 บาท ไม่ควรต่ำกว่าลงมา เพื่อคงโมเมนตัมบวก แนวต้าน Neck line รูปแบบ V-shape ที่ 14.40 บาท

ส่วน JMT แนวโน้มผลประกอบการครึ่งหลังปี 67 เติบโตเทียบครึ่งแรกปีก่อนจาก 1. การจัดเก็บหนี้ที่ดีขึ้น คาดจะจัดเก็บได้ราว 1.5 พันล้านบาท/ไตรมาส (เทียบกับผลงานครึ่งแรกปี 67 เฉลี่ย 1.3 พันล้านบาท ไตรมาส) 2. เดินหน้าซื้อหนี้เข้าพอร์ตเพิ่มเติม เตรียมงบลงทุนซื้อหนี้อีก 2 พันล้านบาทในครึ่งปีหลัง จากครึ่งปีแรกใช้ซื้อหนี้ไปแล้ว 500 ล้านบาท ทำให้มีการบริหารหนี้ในพอร์ตรวม 5.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนที่ 5.1 แสนล้านบาท 3. ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองลดลงจาก Vintage NPL (จากช่วงโควิด-19) ลดลง

โดยรับ sentiment เชิงบวกจาก 1. ลุ้น covered short กลับมา โดยเฉพาะ fund flow จากนักลงทุนต่างชาติ หลังราคาปัจจุบันลดลง 43% นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน 2. โครงการแจกเงินดิจิทัล ที่มีการเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินเป็นเงินสด แก่กลุ่มเปราะบาง หนุนกลุ่ม Domestic play 3. มาตรการควบคุมการซื้อขายในตลาดทุน ช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้นในระยะกลาง-ยาวได้ 4. เตรียมจับมือกับธนาคารพันธมิตรในการจัดตั้ง JV AMC แห่งที่ 2 (หลังจากก่อตั้ง JK AMC ร่วมกับ KBANK)

โดยแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” มีราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 16.60 ส่วนระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 14.50-14.00 บาท ไม่ควรต่ำกว่าลงมา เพื่อคงโมเมนตัมบวก แนวต้าน 15.00 บาท, 16.00 บาท และ 16.60 บาท

ส่วน SINGER ปรับธุรกิจใหม่ โดยโฟกัสในเรื่อง แคมเปญ Locked Phone ที่ประสบความสำเร็จทั้งยอดสินเชื่อที่เติบโต และ NPLs ที่อยู่ในระดับต่ำ จึงนำไปสู่การขยายธุรกิจไปยังกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ผ่านพาร์ทเนอร์ของ SG Finance+ ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 4,000 ราย นอกจากนี้ยังขยายเครือข่ายผ่าน Multi-Channel Network (MCN) and Affiliate เพื่อทำการตลาดรูปแบบใหม่ร่วมกับพาร์ทเนอร์ต่างๆ เพื่อขายสินค้าของ SINGER (ปัจจุบันมีร้าน SINGER 110 สาขา และร้านเติมใจ 30 สาขาทั่วประเทศ)

โดยมองครึ่งหลังปี 67 ยอดขายโต 25% เทียบครึ่งแรกปี 67 ตามการขยายช่องทางการขายผ่าน SG Finance+ ในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น (ปัจจุบันใน้โมเดลธุรกิจ Locked phone แล้วประสบความสำเร็จ) และหา offline partner มากขึ้น ส่วนเป้าลดต้นทุน 10% เทียบครึ่งแรกปีนี้จากการ lean process อีกครั้ง

โดยแนะนำ“ซื้อเก็งกำไร” มีราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 9.50 บาท ส่วนระยะสั้นเน้นยืนแนวรับ 8.40-8.20 บาท ไม่ควรต่ำกว่าลงมา เพื่อคงโมเมนตัมบวก แนวต้าน 8.70 บาท ,9.00 บาท และ 9.50 บาท

ด้าน SGC ผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว โดยมีสินเชื่อโทรศัพท์มือถือ SG Finance+ เป็นผลิตภัณฑ์เรือธงที่จะเข้ามาสนับสนุนแผนการเติบโตของกลุ่มบริษัทในช่วงต่อจากนี้ โดยตั้งเป้าสินเชื่อเติบโตแตะ 100,000 สัญญา/เดือน ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ได้ปรับลดสัดส่วนสินเชื่อ C4C ลงเพื่อควบคุมคุณภาพสินเชื่อ และลดแรงกดดันจากการตั้งสำรอง ส่งผลให้แนวโน้มครึ่งหลังปี 67 เติบโตเทียบครึ่งแรกปีนี้

โดยในเดือนก.ค.67 มียอดปล่อยสินเชื่อ Locked Phone 33,000 สัญญา/เดือน มากกว่าเป้า 30,000 สัญญา สนับสนุน 7 เดือนแรกปีนี้มีสินเชือสะสมกว่า 60,000 สัญญา (คิดเป็น 0.4% ของพอร์ทสินเชื่อรวม) พร้อมเติบโตในเดือน ส.ค.รับตลาดสมาร์ทโฟนกำลังเข้าไฮซีซั่น โดยบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับร้าน Dealer ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เช่น Advice, Power Buy, AIS Buddy เป็นต้น เพื่อเข้าร่วมโครงการ SG Finance+ รวมถึงจับมือร้านค้าพันธมิตรเจ้าของแบรนด์มือถือ (Brand Shop) เพิ่ม เช่น Oppo Brand Shop, Vivo Brand Shop, True shop และ Xiaomi Shop เป็นต้น ซึ่งจะทำให้บริษัทมีร้านค้าพันธมิตรรวมกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศภายในปี 67

ด้านผู้บริหารให้ข้อมูลว่าในเดือนที่ผ่านมามีโทรศัพท์ที่ถูก locked ราว 1 พันกว่าเครื่อง คิดเป็น 3%+/- ของจำนวนเครื่องทั้งหมด และหลังจาก locked ไปแล้ว มีการกลับมาจ่ายเงินราว 70-80%

แนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” มีราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 1.60 ส่วนระยะสั้นเน้นยืนแนว 1.30 ไม่ควรต่ำกว่าลงมา เพื่อคงโมเมนตัมบวก แนวรับถัดไป 1.24/1.20 ส่วนแนวต้าน 1.40/1.50/1.60

ส่วน J ประสบความสำเร็จในการเปิดศูนย์การค้า JAS Green Village ประเวศ เป็นแห่งที่ 7 ในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สนับสนุนกำไรเติบโตก้าวกระโดด และคาดจะเปิดอีก 1 แห่งภายในไตรมาส 3 ปีนี้ ที่รามคำแหง ขณะที่ปัจจุบันมี Occ Rate เฉลี่ยกว่า 90% และพยายามควบคุมค่าใช้จ่าย พร้อมกับการรักษากระแสเงินสดให้เพียงพอต่อการดำเนินงาน

โดยผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ทั้งปี 67 จะเติบโตก้าวกระโดดหรือไม่น้อยกว่า 30% จากปีก่อน ที่มีรายได้ 581.10 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 192.6 ล้านบาท

แนะนำ“ซื้อเก็งกำไร” มีราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่ 1.80 บาท ส่วนระยะสั้นเน้นยืนแนว 1.52* ไม่ควรต่ำกว่าลงมา เพื่อคงโมเมน ตัมบวก ส่วนแนวต้าน 1.65 บาท และ 1.80 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...