โรงไฟฟ้าขยะอ่อนนุช ผลิตพลังงานสะอาด ลดปริมาณขยะ 1,000 ตันต่อวัน แก้ปัญหากลิ่น-มลพิษ
โรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอ่อนนุช อยู่ภายใต้การบริหารของบริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด ซึ่งรับสัมปทานจากกรุงเทพมหานครเป็นเวลา 20 ปี เปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ รองรับขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน รับขยะจาก 25 เขตในกรุงเทพฯ มีกำลังการกำจัดขยะ 1,600 ตันต่อวัน
นายเหอ หนิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวสกาย เอ็นเนอร์จี (แบงค็อก) จำกัด กล่าวว่า การจัดการขยะเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของเมืองขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่มีปริมาณขยะเฉลี่ยประมาณ 10,000 ตันต่อวัน การนำเทคโนโลยีการกำจัดขยะ เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้ามาใช้ จึงเป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการมูลฝอย และสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะด้วยการเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า
ใช้เทคโนโลยีเผาไหม้ขยะเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า
สำหรับโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอ่อนนุช ออกแบบให้รองรับปริมาณขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน โดยใช้เทคโนโลยีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า (Waste-to-Energy) เริ่มตั้งแต่การรับขยะเข้าสู่บ่อพักขยะภายในอาคารระบบปิด ซึ่งมีความจุรองรับขยะได้ประมาณ 24,000 ตัน โดยขยะจะถูกพักไว้ประมาณ 3-5 วัน เพื่อลดความชื้นให้เหลือ 35% ก่อนใช้เครนคีบขยะเข้าสู่เตาเผาแบบตะกรับ (Stoker Type)
เตาเผาขยะจะควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 850-1,100 องศาเซลเซียส ความร้อนจากกระบวนการเผาไหม้ จะถูกนำไปต้มน้ำให้กลายเป็นไอน้ำแรงดันสูง เพื่อขับเคลื่อนกังหันไอน้ำและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ประมาณ 35 เมกะวัตต์ ไฟฟ้าที่ผลิตได้จะใช้ภายในโรงงานก่อน และทำสัญญาขายไฟให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 30 เมกะวัตต์
ควบคุมกลิ่นขยะไม่ให้ออกนอกโรงงานรบกวนชุมชน
ส่วนระบบบริหารจัดการกลิ่นและควบคุมสิ่งแวดล้อมภายในโรงงาน ออกแบบบ่อพักขยะให้เป็นระบบปิด (Closed System) ติดตั้งเทคโนโลยีห้องบ่อพักขยะแรงดันลบ (Negative Pressure System) ซึ่งควบคุมให้ความดันอากาศภายในอาคารต่ำกว่าความดันอากาศภายนอก ทำให้อากาศไหลเข้าสู่ภายในแทนการไหลออกสู่ภายนอก
อากาศภายในบ่อพักขยะจะถูกดูดเข้าสู่ระบบเตาเผา เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการเผาไหม้ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของกลิ่นจากบ่อพักขยะสู่พื้นที่โดยรอบ
นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยี E-nose หรือจมูกอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Nose) มาใช้ในการตรวจจับและเฝ้าระวังกลิ่น โดยใช้ชุดเซนเซอร์ (Sensor Array) ตรวจจับสารระเหยในอากาศและแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัลในรูปแบบ Odor Fingerprint ก่อนนำไปประมวลผลร่วมกับ AI เพื่อวิเคราะห์และจำแนกลักษณะกลิ่น ช่วยให้สามารถติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังกลิ่นภายในพื้นที่บ่อพักขยะได้อย่างต่อเนื่อง ลดโอกาสเกิดผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ
กากของเสียจากการเผาไหม้นำไปฝังกลบ
ในกระบวนการเผาไหม้ขยะ สามารถเผาขยะได้มากถึง 85% จะเหลือขยะที่ไม่สามารถเผาได้แล้วเรียกว่าเถ้าหนักประมาณ 15% เมื่อได้เถ้าหนักออกมาแล้ว จะนำไปตรวจสอบสารอันตราย และส่งเข้าสู่กระบวนการฝังกลบโดยโรงงานฝังกลบที่จ.ชลบุรี และตลอดเส้นทางการขนส่งเถ้าหนัก จะมีการตรวจสอบให้ถึงจุดหมายปลายทางโดยไม่ตกหล่น และอนาคตจะพัฒนาให้มีการรีไซเคิลได้มากขึ้น โดยนำไปผลิตเป็นอิฐปูพื้น
ส่วนเถ้าเบา หรือผงถ่านจากกระบวนการเผาไหม้ จะถูกดักจับด้วยผงถ่านกัมมันต์ (Activated Carbon) และตกอยู่ในถุงกรองที่มีความละเอียดสูง จัดส่งให้หน่วยงานผู้ได้รับอนุญาตนำไปกำจัดต่อไป
รับผิดชอบคุณภาพอากาศ – เสียง-น้ำเสีย
โรงกำจัดขยะอ่อนนุช ยังต้องดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการควบคุมไอเสียให้เป็นไปตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านคุณภาพอากาศ โดยติดตั้งระบบติดตามตรวจวัดคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง ที่ปลายปล่องระบายอากาศความสูง 80 เมตร พร้อมติดตั้งจอมอนิเตอร์ ให้ประชาชนได้ติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศด้วย
ส่วนระดับเสียงมีการควบคุมให้เป็นตามมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ ติดตั้งอุปกรณ์ลดเสียงไว้ที่เครื่องจักร ที่คาดว่าจะเกิดเสียงดังในการทำงาน และ ปลูกต้นไม้สูงริมรั้วใช้เป็นแนวกั้นเสียงโดยเฉพาะบริเวณใกล้ที่พักอาศัยของประชาชน
และมีระบบบำบัดน้ำเสีย จากน้ำชะขยะ โดยผ่านกระบวนการบำบัดที่ได้มาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษ นำกลับมาหมุนเวียนใช้ในกิจกรรมต่างๆ โดยไม่ปล่อยออกสู่ภายนอก
อ่านข่าว :
อุตฯ สระแก้ว เร่งตรวจกองดินปนเปื้อนสายไฟ 40 ตัน สงสัยเป็นขยะพิษอันตราย
นักวิชาการกางตัวเลขบ้านค่าไฟ 2,000 ขึ้นไปร่วม "โซลาร์ประชาชน" คุ้มสุด