โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ซาบีดา’ จับมือ ‘ประเสริฐ’ ดันชุดไทยเข้าหลักสูตร เล็งเปิดพิพิธภัณฑ์ให้เด็กเข้าฟรี

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 3.30 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘ซาบีดา’ บุกกระทรวงศึกษาฯ หารือ ‘ประเสริฐ’ ผลักดันชุดไทยพระราชนิยมและผ้าไทยสู่การเรียนรู้ของเยาวชน ชู 5 แนวทางความร่วมมือ ทั้งประวัติศาสตร์ ช่างฝีมือ ภาษาและวัฒนธรรมชาติพันธุ์ รวมถึงการซ่อมเครื่องดนตรีไทย เสนอเปิดพิพิธภัณฑ์ให้นักเรียนเข้าชมฟรี พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมสองกระทรวงขับเคลื่อนโดยไม่เพิ่มภาระเรียน

5 พฤศจิกายน 2569 - เวลา 10.00 น. น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมคณะ เดินทางไปยังกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหารือกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ถึงแนวทางความร่วมมือในการนำองค์ความรู้ด้านผ้าไทย ชุดไทย ศิลปหัตถกรรม ประวัติศาสตร์ และความหลากหลายทางวัฒนธรรม มาบูรณาการกับการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน พร้อมต่อยอดสู่การสร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชน

การหารือครั้งนี้มีนายปารเมศ โพธารากุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ที่ประชุมได้เสนอแนวทางความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงศึกษาธิการรวม 5 ด้าน โดยประเด็นสำคัญคือการผลักดันองค์ความรู้เรื่องผ้าไทยและชุดไทยเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ของนักเรียน ผ่านหลักสูตรเดิม สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยไม่เพิ่มเวลาเรียน

แนวทางดังกล่าวจะมีการจัดทำชุดองค์ความรู้กลางเกี่ยวกับผ้าไทยและชุดไทยที่ถูกต้อง มีแหล่งอ้างอิงชัดเจน โดยกระทรวงวัฒนธรรมประสานผู้เชี่ยวชาญและชุมชนผู้ผลิตผ้า ส่วนกระทรวงศึกษาธิการนำข้อมูลไปพัฒนาสื่อการเรียนรู้และหนังสืออ่านเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย รวมถึงร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา

นอกจากนี้ ยังเสนอให้นำองค์ความรู้จากหนังสือ Thai Textiles Trend Book ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเป็นบรรณาธิการบริหาร มาใช้ประกอบการเรียนรู้เรื่องสี วัสดุ ลวดลาย และการออกแบบ เพื่อให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปสร้างสรรค์ผลงานร่วมสมัยที่ยังคงเอกลักษณ์ท้องถิ่น

อีกประเด็นที่ได้รับความสำคัญคือการส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย ภายใต้แนวคิด “พิพิธภัณฑ์คือห้องเรียน” โดยใช้พิพิธภัณฑ์ โบราณสถาน และชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ศึกษาจากหลักฐานและสถานที่จริง เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์และความเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ที่ประชุมยังเสนอให้พิจารณาลดข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม โดยมีข้อเสนอให้นักเรียนสามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง

ส่วนการพัฒนาทักษะอาชีพด้านช่างฝีมือไทย ที่ประชุมเสนอให้ใช้สถานศึกษาอาชีวศึกษาและเครือข่ายฝึกอาชีพที่มีอยู่ พัฒนาเป็นศูนย์หรือเครือข่ายฝึกทักษะด้านผ้าไทย ชุดไทย และศิลปหัตถกรรม โดยเฉพาะการผลิตบุคลากรด้านช่างตัดเย็บซึ่งยังขาดแคลน

แนวทางนี้จะเชื่อมโยงครูช่าง นักออกแบบ ผู้ประกอบการ และผู้ซื้อเข้าด้วยกัน เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การควบคุมคุณภาพ การคำนวณต้นทุน ไปจนถึงการทดลองตลาด พร้อมพัฒนาทักษะภาษาและการตลาดดิจิทัล เพื่อเพิ่มโอกาสการมีงานทำและสร้างรายได้ในอนาคต โดยคำนึงถึงการให้เครดิตและแบ่งปันผลประโยชน์แก่เจ้าของภูมิปัญญาอย่างเหมาะสม

ขณะเดียวกัน ทั้งสองกระทรวงยังหารือถึงการส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบทวิภาษาหรือพหุภาษาโดยใช้ภาษาแม่เป็นฐาน เพื่อช่วยให้เด็กในชุมชนชาติพันธุ์สามารถเรียนรู้ภาษาไทยได้อย่างมั่นคง ควบคู่กับการอนุรักษ์ภาษาแม่และอัตลักษณ์ของชุมชน

สำหรับความร่วมมือด้านที่ 5 เป็นเรื่องการพัฒนาบุคลากรซ่อมแซมเครื่องดนตรีไทย เนื่องจากปัจจุบันมีการส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเรียนดนตรีไทยมากขึ้น แต่ยังขาดแคลนช่างที่มีความรู้และทักษะการซ่อมเครื่องดนตรีอย่างถูกต้อง

จึงมีข้อเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และหน่วยงานด้านอาชีวศึกษา ประสานความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อพัฒนาหลักสูตรและผลิตกำลังคนด้านการซ่อมแซมเครื่องดนตรีไทยเพิ่มเติม

น.ส.ซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดองค์ความรู้และภูมิปัญญาด้านช่างฝีมือไทย เพื่อให้เด็กและเยาวชนเข้าใจทั้งประวัติความเป็นมา กระบวนการผลิต และเทคนิคดั้งเดิมอย่างถูกต้อง ก่อนนำไปประยุกต์ใช้และพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ การสืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นควรดำเนินควบคู่กับการสร้างอาชีพและรายได้ เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมไทยสามารถดำรงอยู่ได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม และเชื่อมโยงไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเป็นไทยและการพัฒนาเด็กและเยาวชน โดยทั้งสองกระทรวงเห็นพ้องให้จัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบ พื้นที่นำร่อง กรอบเวลา และทรัพยากรที่เหมาะสมสำหรับขับเคลื่อนความร่วมมือทั้ง 5 ด้าน

การดำเนินงานจะใช้หลักสูตร สถานศึกษา และเครือข่ายที่มีอยู่เป็นฐาน โดยไม่เพิ่มภาระให้ผู้เรียนและครู พร้อมติดตามผลทั้งด้านทักษะของผู้เรียน โอกาสการมีงานทำ คุณภาพผลิตภัณฑ์ และรายได้ของชุมชน เพื่อให้การเรียนรู้วัฒนธรรมไทยสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง และช่วยสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...