โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก “AI Slop” คอนเทนต์ AI ขยะ ดูไร้สาระ แต่ไม่อาจดูเบาได้ในเหตุการณ์วิกฤต

Thai PBS

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS
“AI Slop” คอนเทนต์ AI คุณภาพต่ำ เมื่อภาพและคลิปที่สร้างขึ้นด้วย AI ถูกผลิตและส่งต่อซ้ำโดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์วิกฤตที่ผู้คนต้องการข้อมูลอย่างรวดเร็ว จากคอนเทนต์เรียกยอดเอนเกจเมนต์ สู่ภาพลวงที่อาจทำให้เข้าใจเหตุการณ์จริงผิดไป

ภาพหมา-แมวได้รับการช่วยเหลือท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม กลายเป็นภาพที่สร้างความสนใจบนโลกออนไลน์ ตั้งแต่ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ปี 2568 ไปจนถึงภาพหมา-แมวถูกช่วยเหลือบนรถเมล์ท่ามกลางน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2569 ก็เป็นคอนเทนต์ที่ยังคงวนมาซ้ำ ๆ แม้ว่าบางพื้นที่น้ำจะลด แต่คอนเทนต์เหล่านี้ยังคงท่วมหน้าฟีดไปอีกหลายปี กลายเป็น “ร่องรอยดิจิทัล” ที่หลงเหลืออยู่บนโลกออนไลน์

ไม่ว่าจะภาพหมาคาบแมวหนีน้ำท่วม แมวซ่อมรถ ซ่อมไฟ ไปจนถึงคลิปปลานิลว่ายวนอยู่ในน้ำท่วมถนนสุขุมวิทกลาง กทม. ปรากฏการณ์นี้มีคำเรียกว่า “AI Slop”หรือ คอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI แบบไร้สาระ มีคุณภาพต่ำ ขาดบริบท หรือไม่ได้มุ่งให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่เน้นการดึงดูดความสนใจและการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มออนไลน์

ตั้งแต่การเข้ามาของ Sora AIทำให้คอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะวิดีโอที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงหรือดึงดูดความสนใจ แม้ Sora จะยุติการให้บริการไปแล้ว แต่เครื่องมือสร้างภาพด้วย AI แพลตฟอร์มอื่น ๆ ยังคงสามารถสร้างภาพที่มีรายละเอียดและความสมจริงมากขึ้น ทำให้แยกแยะระหว่างภาพที่สร้างด้วย AI กับภาพเหตุการณ์จริงได้ยากขึ้นในบางกรณี

บางคอนเทนต์อาจมองด้วยตาเปล่าก็สังเกตได้ว่าเป็นภาพที่สร้างด้วย AI แต่บางภาพมีความสมจริงจนผู้ชมอาจแยกไม่ออก หรือเกิดความสับสนได้ โดยเฉพาะเมื่อภาพเหล่านั้นถูกเผยแพร่ท่ามกลางเหตุการณ์เร่งด่วนหรือสถานการณ์วิกฤต ซึ่งผู้คนต้องการข้อมูลอย่างรวดเร็ว และอาจไม่มีเวลาตรวจสอบที่มาของภาพอย่างละเอียด

“AI Slop” คืออะไร ทำไมถึงเรียกคอนเทนต์ “ขยะ”

“AI Slop” หมายถึง เนื้อหาดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นงานเขียน รูปภาพ เสียง วิดีโอที่ผลิตจำนวนมากด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI เช่น คลิปสัตว์กินอาหารมูมมามผิดธรรมชาติ ภาพโฆษณาที่ดูไม่สมจริง ข่าวปลอมปลุกกระแส คลิปดรามาเรียกน้ำตา ภาพหรือคลิปคนดังทำท่าทางตลกผิดไปจากธรรมชาติ โดยมีจุดประสงค์หลัก คือทำให้คนสนใจเกิดการคลิกเข้าไปดู เพิ่มยอดเอนเกจเมนต์และสร้างรายได้

ความหมายดั้งเดิมของคำว่า Slop ในศตวรรษที่ 18 คือ “โคลนอ่อน” ต่อมาความหมายของคำนี้ก็พัฒนาเป็น “ขยะอาหาร” “ขยะ” “ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าน้อยหรือไร้ค่า” และคอนเทนต์คุณภาพต่ำจาก AI ในปัจจุบัน

นอกจากนี้คำนี้ถูกเลือกให้เป็นศัพท์แห่งปี 2025 โดยพจนานุกรม Merriam-Webster ของสหรัฐ ซึ่งประธานบริษัทฯ ได้กล่าวกับสำนักข่าว AP ว่า Slop เป็นคำที่สะท้อนถึงความคิดเห็นของผู้คนที่มองว่า เนื้อหา AI เหล่านี้ “น่าตื่นตา แต่ก็น่ารำคาญใจและไร้สาระอยู่บ้างเช่นกัน” และได้ให้ความหมายว่า เป็น “เนื้อหาดิจิทัลคุณภาพต่ำที่ผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมากด้วยปัญญาประดิษฐ์ (digital content of low quality that is produced usually in quantity by means of artificial intelligence)”

[caption id="attachment_16619" align="aligncenter" width="1432"]

ตัวอย่างเนื้อหาที่สร้างด้วย Sora AI[/caption]

ตัวอย่างการตรวจสอบข่าว ภาพ AI Slop จาก Thai PBS Verify

คอนเทนต์ AI ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง เมื่อถูกนำมาเผยแพร่หรือใช้ซ้ำในบริบทของเหตุการณ์วิกฤตและสถานการณ์ตึงเครียด ภาพหรือคลิปที่ดูไร้สาระอาจกลายเป็นข้อมูลที่สร้างความสับสน และทำให้ผู้รับสารเข้าใจเหตุการณ์ผิดไปได้ ยกตัวอย่างชิ้นงานจากที่ Thai PBS Verify ตรวจสอบพบ

ตรวจสอบพบภาพไวรัลอ้างหมา–แมวฮีโร่ ช่วยเหลือสัตว์ช่วงน้ำท่วมภาคใต้

ระบุว่าเป็นภาพซึ้งใจจากเหตุการณ์จริงในวันที่พายุถล่มภาคใต้ โดยมีสุนัขและแมวช่วยกันพาสัตว์ตัวเล็กหนีน้ำ จนเกิดเป็นกระแสการส่งต่อในโลกออนไลน์ มีทั้งคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะชื่นชมและให้ความคิดเห็นว่าภาพดังกล่าวสร้างจากเทคโนโลยี AI

พบโพสต์อ้างภาพสุนัขและแมวนั่งบนหลังคารถเมล์ท่ามกลางน้ำท่วม กทม. พร้อมระบุว่าเป็นภาพเหตุการณ์ช่วยเหลือสัตว์ ตรวจสอบพบภาพมีแนวโน้มสร้างด้วย AI และพบจุดสังเกตหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับรถเมล์จริง ภาพดังกล่าวจึงเข้าลักษณะ AI Slop เพื่อเรียกยอดการมีส่วนร่วม (Engagement)

  • คลิป Imran Khan ร้องไห้ตาแดง แท้จริงสร้างจาก AIคลิป Imran Khan ร้องไห้ตาแดง พร้อมคำกล่าวอ้างรุนแรงต่อสหรัฐฯ แท้จริงถูกสร้างด้วย AI ขณะที่ข้อเท็จจริงจากทำเนียบขาวยืนยัน การพบทรัมป์ปี 2019 เน้นเจรจาความร่วมมือ ไม่ได้มีเหตุการณ์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง

“ไร้สาระจนได้ดี” คอนเทนต์เหล่านี้สร้างรายได้มหาศาล

บางครั้ง AI Slop อาจเป็นเพียงคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นโดยขาดบริบทหรือสาระ แต่ในบางกรณี ผู้สร้างอาจหยิบฉวยความสนใจจากเหตุการณ์วิกฤตมาผลิตคอนเทนต์ เพื่อเพิ่มยอดเข้าชมและการมีส่วนร่วม (Engagement) บนแพลตฟอร์ม

ปี 2568 ผลการวิจัยของ Kapwing พบว่า วิดีโอมากกว่า 20% อัลกอริทึมของ YouTube แนะนำให้ผู้ใช้ใหม่ ๆ มองเห็นคอนเทนต์ประเภท “AI Slop”

โดยจากการสำรวจช่อง YouTube ยอดนิยม 15,000 ช่องทั่วโลก หรือ 100 อันดับแรกของแต่ละประเทศ พบว่า 278 ช่องเผยแพร่เนื้อหาที่สร้างด้วย AI คุณภาพต่ำเป็นหลัก

โดยรวมแล้ว ช่องที่เผยแพร่คอนเทนต์ AI Slop เหล่านี้มียอดเข้าชมรวมมากกว่า 63,000 ล้านครั้ง และมีผู้ติดตามรวม 221 ล้านคน โดยมีการประเมินว่าสามารถสร้างรายได้ประมาณ 117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (90 ล้านปอนด์) ต่อปี หรือ 3.9 พันล้านบาทต่อปี

วิธีสังเกต AI Slop เบื้องต้น

วิธีสังเกตภาพที่สร้างจาก AI ง่าย ๆ ดังนี้

  • ภาพดูสมจริง แต่มีบางอย่างที่ผิดธรรมชาติ หากเป็นภาพบุคคลไม่ว่าจะมือ นิ้ว ฟัน ดวงตา หรือใบหน้ามัดจะดูไม่เป็นธรรมชาติหากเป็นภาพสิ่งแวดล้อม ตัวหนังสือ ป้ายทะเบียน โลโก้ หรือข้อความในภาพอ่านไม่รู้เรื่อง วัตถุบางชิ้นมีรูปร่างผิดปกติ หรือรายละเอียดไม่ต่อเนื่อง
  • รายละเอียดเล็ก ๆ ไม่สัมพันธ์กัน คนหรือสิ่งของในภาพมีเงาผิดทิศ แสงสะท้อนบนกระจกหรือน้ำไม่ตรงกับภาพ เสื้อผ้า เครื่องแบบ หรืออุปกรณ์เปลี่ยนรายละเอียดไปมา สิ่งของชิ้นเดียวกันมีจำนวนหรือรูปร่างไม่เท่ากัน
  • ภาพ “สวยเกินเหตุ” หรือจัดองค์ประกอบเหมือนภาพสร้าง ทุกอย่างคมชัดและจัดวางสวยผิดธรรมชาติ ไปจนถึงสี แสง และบรรยากาศดูดราม่าเกินจริง
  • ตรวจที่มาของภาพไม่ได้ โพสต์ต้นทางไม่ระบุสถานที่หรือวันที่ มีแต่การนำภาพไปแชร์ต่อ ๆ กัน เมื่อค้นหาภาพย้อนกลับแล้วไม่พบแหล่งข่าวต้นฉบับที่น่าเชื่อถือ
  • ภาพไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่อ้าง ค้นด้วย Google Lensหรือ reverse image search ตรวจว่าภาพเคยปรากฏมาก่อนหรือไม่ เปรียบเทียบกับภาพจากหน่วยงานหรือสำนักข่าวในพื้นที่เกิดเหตุ
  • บริบทในภาพขัดกับข้อเท็จจริง เช่น อ้างว่าเป็นภาพน้ำท่วมในกรุงเทพฯ แต่ป้าย ถนน อาคาร หรือสภาพอากาศไม่สอดคล้องกับสถานที่นั้น

เมื่อภาพลวงอาจอยู่บนโลกออนไลน์ไปอีกนาน

สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact (ประเทศไทย) เคยเห็นข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบภาพที่สร้างจาก AI ว่าไม่ใช่ทุกคนจะสามารถมองออกว่าคอนเทนต์ชิ้นใดบ้างสร้างขึ้นด้วย AI และในโลกโซเชียลฯ คอนเทนต์หนึ่งชิ้นอาจถูกเก็บและเผยแพร่อยู่บนโลกออนไลน์ไปอีกนานนับสิบ ๆ ปี บางครั้งอาจถูกนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำในบริบทใหม่ โดยที่ผู้รับสารไม่รู้ที่มา หรือไม่ทราบว่าภาพนั้นเคยถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงเหตุการณ์ใด

“เราต้องยอมรับว่า AI เพิ่งจะมีบทบาทในประเทศไทยไม่กี่ปีนี่เอง เราอย่าไปทึกทักว่าทุกคนจะมองออกว่าเป็น AI หรือว่าไม่ใช่ AI เพราะว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อย ซึ่งยังเพิ่งจะเรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ต ใช้ LINE ซึ่งคนจำนวนไม่น่อยยังแยกไม่ออกว่าเป็นภาพจริงหรือภาพลวง และนำไปสู่ความเข้าใจผิด ทำให้เกิดผลตามมา สิ่งต่าง ๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วเผยแพร่ในโลกออนไลน์แล้วไปอยู่ตลอดไปยาวนาน”

“เราต้องอย่าดูเบาข่อมูลประดิษฐ์ ในโลกออนไลน์ ยกตัวอย่างเรื่องโซดามะนาว รักษามะเร็ง มันเป็นข้อมูลลวงในยุค Analog หรือดิจิทัล ที่ยังไม่ใช่ยุค AI ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลเลยที่คนจะเชื่อ แต่ทำไมข้อมูลนี้ มันถึงถูกแพร่ขยายวนซ้ำรวดเร็ว มาก แล้วก็มีคนมาแก้ข่าวเยอะมาก แต่ก็ยังมีคนเชื่อ มีคนดื่มโซดามะนาวเยอะ จนกลายเปนกรดไหลย้อน และโรคอื่น ๆ ที่ตามมา”

ที่มา: More than 20% of videos shown to new YouTube users are ‘AI slop’, study finds

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

‘ชัชชาติ’ ชี้ แก้มลิงไม่ใช่คำตอบทุกพื้นที่ ย้ำ ดูต้นทุน-ประสิทธิภาพ

35 นาทีที่แล้ว

เขื่อนเจ้าพระยา ปรับเพิ่มระบายน้ำเป็น 2,500 ลบ.ม./วินาที คืนนี้ 03.00 น.

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...