โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SNPS ปักธงรายได้ปีนี้ 600 ล้าน ลุยตลาด “อาหารเสริม-เวชสำอาง” ต่างประเทศเต็มสูบ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 02.15 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS ได้เปิดเผยข้อมูลภาพรวมธุรกิจผ่านในงาน Opportunity Day ที่จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 ว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 19.77 ล้านบาท เติบโต 63.15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าอยู่ที่ 12.12 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากรายได้รวมอยู่ที่ 120.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ทั้งนี้ การเติบโตของรายได้เป็นผลจากจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สารสกัดสมุนไพร มาตรฐาน (API) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 73.66% กลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ (Product Innovation) ที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่

สำหรับแผนการดำเนินงานในอนาคต บริษัทฯ ขอเรียนว่า แนวโน้มรายได้จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาส 2 และไตรมาส 3 ของทุกปี เนื่องจาก SNPS เป็นผู้ดำเนินธุรกิจต้นน้ำทั้งด้านการสกัดวัตถุดิบ การผลิตสินค้ารูปแบบ Original Equipment Manufacturer (OEM) ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้ามีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ช่วงไตรมาสดังกล่าว จึงทำให้คำสั่งซื้อเริ่มเข้ามาต่อเนื่อง

ส่วนแผน (Outlook) ปี 2568 บริษัทฯ ได้กำหนดกลยุทธ์หลักการดำเนินงานไว้ 4 แนวทาง ได้แก่ 1.ให้ความสำคัญกับการสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เน้นพัฒนาสินค้าที่มีความแตกต่าง, 2.) ขยายตลาดสินค้า, 3.) เสริมความแข็งแกร่งห่วงโซ่อุปทาน และ 4.) พัฒนาด้าน IT, วัตถุดิบที่มีตราสินค้า (Branded Ingredient) และสารออกฤทธิ์ (API) ที่มีมูลค่าสูง ซึ่งจะช่วยการเติบโตของบริษัทฯ

ปัจจุบัน SNPS แบ่งพอร์ตสินค้าออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ เครื่องสำอาง อาหารและยา ส่วนการโฟกัสตลาดจะแบ่งเป็นในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในประเทศ SNPS โฟกัสที่กลุ่มฟาร์มา เพราะเห็นความต้องการที่เติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรคหรืออาการบางอย่างที่สามารถรักษาได้ด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน (National Remedy) นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มนี้ยังถือเป็นสิ่งจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน

ส่วนตลาดต่างประเทศ เนื่องจากข้อกำหนดทางกฎหมายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาในแต่ละประเทศ SNPS จึงเลือกที่จะโฟกัสไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Nutra) เป็นหลักก่อน

โดยที่ผ่านมา มีการตลาดต่างประเทศ ผ่านการลงนามความร่วมมือกับพันธมิตรใน 8 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เพื่อจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของ SNPS นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการเข้าร่วมงานนิทรรศการและกิจกรรมระดับนานาชาติในหลายประเทศ อาทิ อินโดนีเซีย สเปน อินเดีย ไทย เกาหลีใต้ จีน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ขณะที่ปี 2568 บริษัทฯ มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน (Active Phyto Ingredients : API) โดยตั้งเป้าไว้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ในระดับ “Big Series” อย่างน้อย 2-3 รายการ ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์มูลค่าสูง (High-value APIs)

นอกจากนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบ “สูตรนวัตกรรม” ครอบคลุมทั้งในกลุ่มเวชสำอาง (Cosmeceuticals), ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Nutraceuticals) และยาแต่ละเดือนบริษัทฯ สามารถพัฒนาสูตรใหม่ได้มากถึง 10 รายการ

“จะเห็นเลยค่ะว่าในการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่เนี่ย เป็นจุดเด่นของกลุ่มบริษัทแล้วเราก็จะเลือกการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการที่แข็งแกร่งนะคะ แล้วก็ตอบสนองกับเทรนด์ตอนนี้ ก็คือเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติค่ะ แล้วก็ใช้อะไรที่ได้รับผลจริง แล้วก็ไม่ส่งให้ก่อให้เกิดimpact ที่ไม่ดีในอนาคตค่ะ” ดร.ธีรญา กล่าว

ส่วนกรณีการปรับขึ้น ภาษีสหรัฐฯ ทางบริษัทฯ มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นโอกาสมากกว่าจะเป็นความเสี่ยง เนื่องจากความต้องการในการย้ายฐานการผลิตจากผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยุโรป ที่เริ่มมีแนวโน้มย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยมาขึ้น

ขณะที่ ภาพรวมช่วงครึ่งแรกปี 2568 ทั้งไตรมาส 1-2 ถือว่าผลการดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่คาดการณ์ไว้ และในช่วงปี 2568–2569 หลังจากที่กลุ่มบริษัทฯ ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) มีแผนดำเนินโครงการหลักอยู่ 2 โปรเจกต์หลัก คือ การพัฒนายาสมุนไพรต่างๆ อาทิ Colosure ที่ผ่านการศึกษาเป็นที่เรียบร้อย รวมถึงมีแผนจะพัฒนาเพิ่มเติม 4 โครงการ ภายใต้เงินลงทุนเกือบ 100 ล้านบาท ซึ่งมีการลงทุนเครื่องจักรร่วมด้วย สุดท้ายนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าการเติบโตของรายได้เฉลี่ยต่อปีที่ 24% และในปี 2568 ตั้งเป้าการเติบโตแบบออร์แกนิก (Organic Growth) ในอัตราที่สูงถึง 15-30% พร้อมวางแผนรายได้แตะ 600 ล้านบาท ส่วนปี 2569 อยู่ที่ 700 ล้านบาท

Company Snapshot

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...