พาราสาวะถี
ข่าวหุ้นธุรกิจ
อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 23.20 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์มันต้องเป็นไปเช่นนั้นแล คงต้องทนต่อเสียงกระแนะกระแหนไม่เว้นแต่ละวัน สำหรับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาคหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ หลังจากมีการเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค แล้วตามมาด้วยข่าวว่า เสนอเงื่อนไขไปยังพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ให้เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จาก แพทองธาร ชินวัตรเป็น ชัยเกษม นิติสิริแคนดิเดตหนึ่งเดียวของพรรคที่เหลืออยู่ รู้กันอยู่แล้ว ถ้าอยากไปต่อใครจะบ้าไปชงเงื่อนไขสุดโต่งขนาดนั้น
ทุกอย่างก็กระจ่างชัดหลังจาก แพทองธารนัดพรรคร่วมรัฐบาลหารือกันที่โรงแรมโรส วูด เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทุกพรรคพร้อมหนุนให้นายกฯ หญิงอยู่ในเก้าอี้ต่อไป โดยเฉพาะพีระพันธุ์ซึ่งในวงหารือแสดงท่าทีสนับสนุนอุ๊งอิ๊งอย่างเต็มที่ พร้อมร่วมทำงานต่อไปไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายใด ๆ ทุกความเคลื่อนไหวล้วนแต่เป็นท่าที และบทบาทที่แต่ละพรรคจำเป็นต้องแสดง ในภาวะที่สถานการณ์การเมืองไม่ปกติ จากเดิมทีคิดว่าปมคลิปเสียงจะสั่นคลอนผู้นำและพรรคแกนนำอย่างหนัก แต่กลับเป็นไปทางตรงข้าม
นั่นเป็นเพราะ รัฐบาลและกองทัพเลือกที่จะยึดความมั่นคงของประเทศชาติเป็นหลักในเมื่ออีกฝ่ายเล่นเกมที่ไร้มารยาท ถึงขนาดที่ว่ากันว่าเป็นพฤติกรรมสกปรก และทำท่าว่าจะยกระดับความขัดแย้งกับประเทศไทยให้หนักหน่วงขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่แพทองธารได้ยืนยันต่อแกนนำทุกพรรคถึงสถานการณ์รัฐบาล หลังจากไม่มีภูมิใจไทยร่วมด้วยว่า จะเดินหน้าทำหน้าที่นายกฯ เพราะเรื่องสำคัญขณะนี้คือ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกองทัพได้ร่วมมือกับรัฐบาลเป็นอย่างดี พร้อมเชื่อมั่นจะรักษาดินแดนและอธิปไตยของประเทศได้อย่างแน่นอน
ไม่เพียงเท่านั้น ยังได้มีการโพสต์หลังการหารือตอกย้ำด้วยว่า ประเทศชาติต้องเดินไปข้างหน้า สามัคคีประเทศไทย รวมพลังผลักดันนโยบาย แก้ไขปัญหาเพื่อประชาชนร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมือง เพื่อรับมือต่อภัยคุกคามความมั่นคงของชาติจากภายนอก และขับเคลื่อนนโยบายแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกับกองทัพมีจุดยืนร่วมกัน ยืนยันหลักการประชาธิปไตย ปฏิบัติหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและรวมพลังสามัคคี
ความเป็นหนึ่งเดียวของพรรคร่วมรัฐบาล จะเป็นหมุดหมายสำคัญในการผนึกกำลังกันของคนไทย ก้าวผ่านสถานการณ์อ่อนไหวนี้ด้วยความมั่นคง และประสบผลสำเร็จในการปกป้องอธิปไตย ธำรงไว้ซึ่งเกียรติยศศักดิ์ศรีของประเทศชาติและประชาชน และเป็นการยืนยันถึงจุดตั้งต้นของรัฐบาลพลิกขั้วที่ถือธงก้าวข้ามความขัดแย้ง ด้วยความเชื่อมั่นว่าไม่มีภัยคุกคามใดจะเหนือกว่าพลังสามัคคีของคนไทยและประกาศรัฐบาลจะทำงานหนักร่วมกันด้วยความมุ่งมั่นทุ่มเท เพื่อประเทศไทย
กระบวนการขณะนี้ เป็นช่วงเวลาที่แต่ละพรรคต้องส่งชื่อผู้ที่เสนอให้เป็นรัฐมนตรี เพื่อนำไปตรวจสอบคุณสมบัติ หากทุกอย่างผ่านเรียบร้อย ได้ข้อสรุป จะมีการนัดแกนนำทุกพรรคหารืออีกรอบ อย่างไรก็ตาม การปรับ ครม.จะจบภายในสัปดาห์นี้เก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่จะถือเป็นไฮไลต์ในภาวะที่ต้องต่อกรกับกัมพูชานั้น เหลือแค่ 2 รายชื่อคือ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์รัฐมนตรีช่วยกลาโหมปัจจุบันที่อาจจะเลื่อนชั้นไปนั่งว่าการ กับอีกหนึ่งรายคือ พลเอก สุนัย ประภูชะเนย์อดีตผู้ช่วย ผบ.ทบ. และอดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
แคนดิเดตทั้งสองคน มีดีกันคนละอย่าง รายแรกเป็นการมาตามโควตาของรวมไทยสร้างชาติ ฐานะน้องรักของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชาย่อมได้ผลในแง่ของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อไทยกับฝ่ายอนุรักษนิยมขณะเดียวกัน ด้วยความที่เป็นคนทำงานดูเรื่องความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชามาอยู่แล้ว ก็จะง่ายในการสานงานต่อ ขณะที่พลเอก สุนัย เป็นประเภททำงานแบบเงียบ ๆ แต่มีความเฉียบขาดในการตัดสินใจ และลงมือทำน่าจะสอดรับกับสถานการณ์ที่กำลังเป็นอยู่
ไม่เพียงเท่านั้น ในมิติทางการเมืองถือเป็นอดีตนายทหารที่มีความใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทยมาก่อนนั่นย่อมทำให้การประสานความเข้าใจระหว่างฝ่ายการเมืองกับกองทัพน่าจะเป็นไปอย่างราบรื่น ขณะที่สายสัมพันธ์กับบรรดาผู้นำเหล่าทัพที่นั่งบัญชาการอยู่เวลานี้ ถ้ามองย้อนกลับไปยังความเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 21 ถือว่ายังอยู่ในช่วงวัยที่ทันกัน จึงทำให้ในแง่ของการทำความเข้าใจ พูดคุย เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาด้านความมั่นคงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเป็นที่ยอมรับของเหล่าคนมีสีได้
คงไม่หนีไปจากนี้สำหรับเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหม ด้านตำแหน่ง มท.1 จากเดิมที่ ประเสริฐ จันทรรวงทองถูกวางตัวไว้ อาจต้องยอมหลีกทางให้ ภูมิธรรม เวชยชัยในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ถือเป็นการกลับไปกระทรวงคลองหลอดอีกหน หลังจากเคยไปทำหน้าที่เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาแล้วในสมัยที่ ร้อยตำรวจเอก ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์เป็นเจ้ากระทรวง สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด ตำแหน่งนี้จะสอดรับกับความเป็นรองนายกฯ คนที่ 1 ซึ่งจะต้องทำหน้าที่รักษาการนายกฯ ด้วย กรณีที่แพทองธารถูกสั่งให้หยุดการปฏิบัติหน้าที่ จากที่ประธานวุฒิสภายื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา
หน้าตาของ ครม.แพทองธารชุดยกเครื่องใหญ่ หากยังคงเต็มไปด้วยคนการเมือง ที่ถูกมองว่าเป็นเพียงการต่างตอบแทนกันทางการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง กระแสอาจจะไหลไปเข้าทางพวกที่กำลังปลุกม็อบรอก่อหวอดกันในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ แต่หากมีการเติมคนนอกโดยเฉพาะกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน จนเป็นที่ยอมรับ และสร้างความหวังได้ ภาพย่อมจะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น
ถึงตรงนี้ ด้วยสถานการณ์ชายแดนที่เข้มข้นขึ้นตลอดเวลา มาตรการตอบโต้ที่ทางกองทัพได้ดำเนินการไปถือว่าหนักหน่วง สร้างผลกระทบต่ออีกฝั่งอย่างรุนแรง ถ้าตามมาด้วยการใช้แนวทางเดียวกันกับการกวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งเมียนมาก่อนหน้าคือ ตัดไฟฟ้า ตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต และงดส่งน้ำมัน ที่แพทองธารนั่งหัวโต๊ะประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เท่ากับเป็นการยกระดับเข้าสู่โหมดพร้อมปะทะไปโดยปริยาย หมายความว่า เรื่องความมั่นคงจะกลายเป็นจุดสนใจมากกว่าประเด็นอื่น ๆ แม้กระทั่งปมปรับ ครม.
อรชุน