โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“สมช.-ศบ.ทก.” วอนเอกชน-พรรคการเมือง ปิดเว็บเผยพิกัดจุดเสี่ยง หลังสุรินทร์โดนกระสุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 05.26 น. • เผยแพร่ 27 ก.ค. 2568 เวลา 05.05 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (27 ก.ค.68) เวลา 9:00 น. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้แสดงความกังวลและข้อห่วงใยในกรณีที่มีอาสาสมัครและภาคเอกชน รวมทั้งพรรคการเมือง ได้จัดทำแอปพลิเคชันพิเศษหรือการสร้างแฟนเพจ Facebook ขึ้นมา โดยระบุถึงพิกัดโรงพยาบาล สถานที่หลบภัย และแหล่งชุมชนต่าง ๆ ในขณะนี้ ซึ่งถือว่าเป็นเจตนาดี แต่ปรากฏว่าปัจจุบันสถานการณ์การปะทะตามแนวชายแดน กองทัพกัมพูชายังไม่ลดละในการก่ออาชญากรรมสงคราม ด้วยการเล็งเป้าหมายทางพลเรือนอย่างต่อเนื่อง

จึงขอความร่วมมือในช่วงเวลาล่อแหลมเช่นนี้ งดการสร้างในการเปิดเว็บไซต์รายงานสถานการณ์ที่กำหนดจุดโลเคชั่น โดยใช้ Google Maps และแอปพลิเคชันบอกแผนที่ต่าง ๆ ซึ่งในทางปฏิบัติทั้งกระทรวงมหาดไทยและส่วนราชการอื่น ๆ ได้ดำเนินการผ่านจังหวัด อำเภอ และตำบลแล้ว โดยเป็นการดำเนินการในลักษณะความลับ (ว.5) โดยให้ฝ่ายปกครอง องค์การปกครองท้องถิ่น ผู้ว่าราชการ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประสานตรง กับผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อไม่ให้ข่าวรั่วไปยังฝ่ายตรงข้ามได้

06:10 น. 27 ก.ค.68 เจ้าหน้าที่รายงานพบกระสุนลูกยาว ขศ. ตกที่บ้านตาโส หมู่ 10 ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ / ภาพ : สำนักโฆษก ทำเนียบรัฐบาล

นายจิรายุ เปิดเผยอีกว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ เวลา 06:10 น. เจ้าหน้าที่รายงานพบกระสุนลูกยาว ขศ. ตกที่บ้านตาโส หมู่ 10 ต.บ้านพลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคการเมือง รบกวนพรรคประชาชน ปิดเว็บนี้ก่อน วันนี้เข้าใจว่ามีความกังวลและเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ซึ่งรัฐบาลได้ประสานงานในเชิงรับและดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอด 3 วัน ที่มีการประทะกันตามแนวชายแดนอยู่แล้ว โดยฝ่ายความมั่นคงจะไม่รายงานจุดที่ตั้งของศูนย์อพยพ หรือจุดอื่น ๆ ที่มีความล่อแหลม จึงขอความร่วมมือในช่วงที่ยังมีสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจปิดหรือยกเลิกเว็บไซต์ หรือแฟนเพจ หรือช่องทางต่าง ๆ ที่จะทำให้กองทัพกัมพูชาสามารถใช้ในการโจมตีพลเรือนของเราได้

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 10:09 น. วันนี้ (27 ก.ค. 68) ศบ.ทก. ได้แสดงความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชนในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ โดยศบ.ทก. ได้แนะนำให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนทุกแห่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยทั้งทางกายภาพและทางไซเบอร์ เพื่อป้องกันการโจมตีที่ไม่คาดคิดในช่วงเวลานี้

ล่าสุดกระทรวงการต่างประเทศ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับกรณีที่กองกำลังกัมพูชาใช้อาวุธร้ายแรงยิงใส่บ้านเรือนของประชาชนในดินแดนไทยที่จังหวัดสุรินทร์ เมื่อเช้าวันที่ 27 กรกฎาคม 2568

โดยระบุว่า ตามที่เกิดเหตุในช่วงเช้าประมาณ 4:30 น. กองกำลังกัมพูชาได้ยิงอาวุธร้ายแรงเข้าใส่บ้านเรือนของประชาชนในจังหวัดสุรินทร์ ทั้งนี้ยังมีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนโดยกล่าวหาว่าฝ่ายไทยเป็นฝ่ายเปิดฉากยิงก่อน

ประเทศไทยขอประณามการกระทำดังกล่าวซึ่งเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างรุนแรง และขอเรียกร้องให้กัมพูชาหยุดการโจมตีเป้าหมายพลเรือนทันที การยุติการสู้รบไม่อาจเกิดขึ้นได้ตราบใดที่กัมพูชายังคงขาดความสุจริตใจและละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยขอสงวนสิทธิในการป้องกันตนเองตามข้อ 51 ของกฎบัตรสหประชาชาติ และจะดำเนินการตอบโต้เฉพาะเป้าหมายทางทหารเพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย

“ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศประณามการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและไม่สามารถยอมรับได้ของกัมพูชา ซึ่งขัดแย้งกับหลักนิติธรรมและกติกาของระเบียบโลก” กระทรวงการต่างประเทศ ระบุทิ้งท้าย

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 นายชำนาญ ชื่นตา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ได้ออกมาแจ้งเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงในช่วง 1-3 วันที่ผ่านมา โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก และควรหลีกเลี่ยงพื้นที่ในรัศมี 120 กิโลเมตรจากชายแดนไทย-กัมพูชา

ทั้งนี้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาได้เคลื่อนย้ายระบบจรวด PHL-03 และ KS-1C ที่มีพิสัยยิงไกลถึง 120 กิโลเมตร มาประจำการในพื้นที่จังหวัดอุดรมีชัย

จุดที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ ได้แก่ ฐานที่ตั้งหน่วยทหาร โรงพยาบาล โรงเรียน ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อ และชุมชนหนาแน่น หากจำเป็นต้องเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง ควรใช้เวลาในพื้นที่น้อยที่สุด และรีบเดินทางกลับที่พักโดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในอำเภอใกล้ชายแดน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...