โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดบวก 432 จุด หวัง “เฟด” ลดดอกเบี้ย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 02.07 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 02.07 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นต่อเนื่องในวันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน 2568 โดยได้แรงหนุนจากความหวังเกี่ยวกับการทำข้อตกลงทางการค้า และแนวโน้มการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งช่วยกระตุ้นให้นักลงทุนเพิ่มการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 43,819.27 จุด เพิ่มขึ้น 432.43 จุด หรือ +1.00% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,173.07 จุด เพิ่มขึ้น 32.05 จุด หรือ +0.52% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 20,273.46 จุด เพิ่มขึ้น 105.55 จุด หรือ +0.52%

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นลดช่วงบวกลงเล็กน้อย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศยุติการเจรจาการค้ากับแคนาดา เพื่อตอบโต้การจัดเก็บภาษีดิจิทัลต่อบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยยังไม่มีผลต่อภาพรวมเชิงบวกในตลาด ซึ่งดัชนี Nasdaq ได้เข้าสู่ภาวะตลาดกระทิง และปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เผยแพร่ในวันเดียวกันสนับสนุนความคาดหวังที่ว่าเฟดอาจเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน โดยรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า รายได้และการใช้จ่ายของผู้บริโภคในเดือนพฤษภาคมหดตัวอย่างไม่คาดคิด แม้ราคาสินค้านำเข้ายังไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีใหม่ แต่เงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของเฟด

ขณะเดียวกัน รายงานจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิถุนายนปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่าระดับหลังการเลือกตั้งในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า นักลงทุนคาดการณ์ความเป็นไปได้ถึง 76% ที่เฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และเพียง 19% ที่เฟดจะลดอัตราดอกเบี้ยเร็วสุดในเดือนกรกฎาคม

ด้านความคืบหน้าทางการค้า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่ามีความคืบหน้าในการเจรจากับจีนเกี่ยวกับการส่งออกแร่หายากก่อนถึงเส้นตายวันที่ 9 กรกฎาคม ขณะที่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ คาดว่าข้อตกลงการค้ากับประเทศคู่ค้าหลัก 18 ประเทศอาจสรุปได้ภายในวันแรงงาน (1 กันยายน)

ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรมทั้ง 11 กลุ่มของ S&P500 กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุด ส่วนกลุ่มพลังงานปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย

โดยปัจจัยบวกจากผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทไมครอน เทคโนโลยี ช่วยหนุนความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะในหมวดปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้หุ้น Nvidia ปรับตัวขึ้น 1.8% ใกล้แตะมูลค่าตลาด 4 ล้านล้านดอลลาร์ หลังจากขึ้นแท่นเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดของโลก

ขณะเดียวกัน หุ้นไนกี้ (Nike) พุ่งขึ้นแรง 15.2% หลังคาดการณ์ว่ารายได้ไตรมาสแรกจะลดลงน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ประเมินไว้ ส่งสัญญาณฟื้นตัวของการบริโภคในภาคค้าปลีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...