โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ธนินท์” ชี้ทางรอดไทย! เปลี่ยนเป้า “ศูนย์กลางการค้า” สู่ “ฐานผลิตเทคโนโลยีโลก”

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 04.33 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 04.33 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP Group) กล่าวในงาน Exclusive Dinner Talk ไทย–จีน หัวข้อ “50 ปี ไทย–จีน: The Golden Road – From Now to Eternity” เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ว่า การเข้าไปลงทุนในประเทศจีน ตลอดกว่า 46 ปี โดยเฉพาะในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จีนหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับการผลิต ไม่ใช่เน้นเพียงการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งความก้าวหน้าของจีนในด้านการใช้เทคโนโลยี อาทิ หุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ และระบบการผลิตที่ทันสมัย ส่งผลให้สามารถผลิตสินค้าคุณภาพดีในราคาที่แข่งขันได้ และกระจายสู่ตลาดโลก พร้อมยกตัวอย่างบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน เช่น หัวเว่ย (HUAWEI) อาลีบาบา (Alibaba) และเทนเซ็นต์ (Tencent) ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ทศวรรษหลัง

นอกจากนี้ จีนยังมีบุคลากรรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการออกแบบและพัฒนาจรวด โดรน และหุ่นยนต์ซึ่งพัฒนาอย่างรวดเร็วบนพื้นฐานของสมองและความมุ่งมั่น มากกว่าการพึ่งแรงงานราคาถูก

ประธานอาวุโสเครือซีพี ยังเล่าถึงประสบการณ์การพูดคุยกับผู้พัฒนาจรวดของจีน ซึ่งสามารถทดสอบยิงจรวดได้สำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก โดยระบุว่า เหตุผลที่ต้องสำเร็จในครั้งเดียว เนื่องจากเป็นบริษัทเอกชนที่ต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า จึงต้องดำเนินการอย่างแม่นยำ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญกว่า 200 คน ใช้เวลาถึง 5 เดือนในการตรวจสอบทุกชิ้นส่วนอย่างละเอียดก่อนปล่อยจรวด

นายธนินท์ ขยายความว่าที่พูดถึงเรื่องนี้ เพราะจีนในวันนี้ แม้จะผลิตสินค้าเพื่อส่งออกทั่วโลก แต่ “สมอง” หรือแกนเทคโนโลยีหลักจะยังอยู่ในจีน ดังนั้นประเทศไทยควรพิจารณาใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์และบทบาทที่มีความสัมพันธ์ดีกับทุกประเทศ เป็นฐานเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนในอนาคต

พร้อมเสนอว่า ไทยควรยกระดับจากศูนย์กลางการค้า ไปสู่ศูนย์กลางการผลิตสินค้าเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์ เครื่องจักรอัตโนมัติ ชิ้นส่วนไอโอที และระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะสอดคล้องกับทิศทางโลก

นายธนินท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ญี่ปุ่นได้เข้ามาลงทุนสร้างพื้นฐานในไทยไว้แล้ว สินค้าที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ผลิตแล้วควรต่อยอด ส่งออกสู่ตลาดโลก ไม่ใช่แค่เพื่อบริโภคในประเทศ เพราะไทยมีประชากรราว 60 ล้านคน แต่หากรวมอาเซียน จะเพิ่มเป็น 600–700 ล้านคน

ขณะเดียวกัน หากไทยสามารถทำข้อตกลงการค้าเสรีกับจีนที่ไม่มีภาษีนำเข้า–ส่งออกทั้งสองฝ่าย ซึ่งการที่ไทยจะได้เปรียบต้องศึกษาก่อนว่าสิ่งที่ตลาดจีนต้องการคืออะไร และจะสามารถผลิตสินค้าเพื่อตอบโจทย์เหล่านั้นได้อย่างไร โดยไทยควรส่งเสริมทั้งการลงทุนของภาคเอกชนไทยเอง และต้อนรับนักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพเข้ามาร่วมด้วย

ขอบคุณภาพ : มติชน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...