โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระอุ! “กอบศักดิ์” เตือนรับแรงกระแทก ทรัมป์สวนหมัดขึ้นภาษี 15% ชี้สงครามการค้าส่อเค้ายืด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว แสดงทรรศนะถึงกรณีที่ศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาได้มีคำพิพากษาคว่ำมาตรการภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยศาลชี้ว่าเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตอำนาจตามที่ระบุไว้ในกฎหมายอำนาจเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (International Emergency Economic Powers Act: IEEPA) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้หลายประเทศคาดหวังว่าสถานการณ์การค้าโลกจะมีทิศทางที่คลี่คลายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ดร.กอบศักดิ์ ประเมินว่าทุกฝ่ายอาจต้องทบทวนมุมมองดังกล่าวใหม่อีกครั้ง เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศเริ่มกระบวนการเปลี่ยนผ่าน (Adjustment Process) เพื่อมุ่งสู่โครงสร้างภาษีศุลกากร (Tariffs) รูปแบบใหม่ โดยอาศัยอำนาจจากกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน ซึ่งหากดำเนินไปถึงจุดนั้น ภาษีที่สหรัฐฯ สามารถจัดเก็บได้จะมีมูลค่าสูงกว่าที่จัดเก็บอยู่ในขณะนี้ ผ่านการเจรจาและข้อตกลงการค้ากับประเทศต่าง ๆ โดยนัยสำคัญคือภาระที่เกิดขึ้นจะมีความหนักหน่วงกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าประเทศหรือภาคธุรกิจที่เป็นผู้แบกรับภาระอาจจะเปลี่ยนแปลงไป ทว่าเมื่อพิจารณาในภาพรวมแล้ว การจัดเก็บภาษีจะอยู่ในระดับที่สูงขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ดร.กอบศักดิ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากที่ถูกศาลสูงสุดปฏิเสธ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบโต้ด้วย "หมัดแรก" ทันที ผ่านการประกาศใช้มาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรระดับโลก (Global Tariff) ในอัตรา 10% ภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 (Section 122 of Trade Act 1974) ซึ่งคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้เตรียมการในประเด็นนี้มาอย่างรัดกุม เนื่องจากคำสั่งผู้บริหาร (Executive Order) ที่ประกาศเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีความละเอียดและครอบคลุมเป็นอย่างมาก ทั้งในส่วนของการระบุเหตุผลประกอบและกลุ่มสินค้าที่ได้รับการยกเว้น

ต่อมา ในวันที่สองของการเข้าสู่สงครามการค้าโลกยกที่ 2 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ตอบโต้เพิ่มเติมด้วยการยกระดับ Global Tariff ขึ้นเป็น 15% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตามขอบเขตอำนาจที่กฎหมายฉบับดังกล่าวให้อำนาจไว้ โดยมาตรการนี้จะบังคับใช้เป็นระยะเวลา 150 วัน หรือ 5 เดือน ในระหว่างที่ทีมงานเตรียมความพร้อมสำหรับมาตรการภาษีอื่น ๆ ที่ถูกต้องตามกฎหมายในระยะต่อไป ดร.กอบศักดิ์ ชี้ให้เห็นว่าเพียงแค่มาตรการตอบโต้สองระลอกแรกนี้ ก็ส่งผลให้หลายประเทศต้องเผชิญกับความยากลำบากที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับมาตรการ Reciprocal Tariffs รอบแรกที่ตกลงกันไว้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เนื่องจากมีประเทศนับร้อยที่เคยได้อัตราภาษี 10% จะต้องแบกรับภาระภาษีเพิ่มขึ้นเป็น 15% อาทิ ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งก่อนหน้านี้มีท่าทีสงวนท่าทีมาโดยตลอดเนื่องจากได้รับความได้เปรียบจากอัตราภาษีที่ต่ำสุด แต่ในรอบนี้สิงคโปร์จะสูญเสียแต้มต่อดังกล่าวและเผชิญความยากลำบากเช่นเดียวกับสหราชอาณาจักร ที่เคยได้ข้อตกลงแรกของ Reciprocal Tariffs ที่ดีที่สุดในอัตรา 10% ก็จะได้รับผลกระทบทางลบเช่นเดียวกัน

สำหรับภูมิภาคยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ยังคงต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่ระดับ 15% ในขณะที่ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียน ซึ่งเดิมเคยเผชิญกับอัตรา 19-20% นั้น ปัจจุบันแม้จะต้องจ่ายในอัตราที่ลดลงเล็กน้อย แต่กลับต้องแลกมาด้วยความไม่แน่นอนที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง จากเดิมที่เคยมีข้อตกลงและสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ดร.กอบศักดิ์ ได้ทิ้งท้ายด้วยข้อกังวลที่สำคัญที่สุดว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าจะมีมาตรการตอบโต้เป็นหมัดที่สาม สี่ ห้า หก และเจ็ด ตามมาอีกอย่างต่อเนื่องหลังจากนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...