ชาวอินโดนีเซียประท้วงกดดันรัฐบาล เร่งแก้ "ไฟป่า-หมอกควัน"
วันนี้ (20 ต.ค.2569) ผู้ประท้วงหลายร้อยคนจากกลุ่มพันธมิตรชาวกาลิมันตันกลาง ประเทศอินโดนีเซีย ต่อต้านหมอกควัน รวมตัวประท้วงที่สำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัดกาลิมันตันกลาง ของอินโดนีเซีย เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาไฟป่า และการเผาพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาไฟป่าที่ยืดเยื้อในภูมิภาคนี้ โดยบางช่วงของการประท้วง เกิดการเผชิญหน้าและเบียดเสียดกัน ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ด้วย
ผู้ประท้วง ระบุว่า มาตรการของรัฐบาลยังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และเรียกร้องให้ตระหนักถึงผลกระทบที่ประชาชนต้องเผชิญ ซึ่งการประท้วงครั้งนี้สะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนที่เพิ่มขึ้น หลังจากหมอกควันจากไฟป่า ส่งผลกระทบต่อชุมชนต่าง ๆ ทั่วทั้งจังหวัดมานานหลายเดือน
ข้อมูลจากนูซันตารา แอตลาส (Nusantara Atlas) ซึ่งเป็นองค์กรติดตามการทำลายป่า ระบุว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา มีพื้นที่ถูกไฟเผาไปแล้วกว่า 11 ล้านไร่หรือเกือบ 12 เท่าของกรุงลอนดอนของอังกฤษ และมากกว่าช่วงเดียวกันของปี 2562 ซึ่งเป็นอีก 1 ปี ที่อินโดนีเซียเผชิญไฟป่ารุนแรงถึงร้อยละ 38
ขณะเดียวกันมีการประเมินว่า ตัวเลขดังกล่าวอาจต่ำกว่าความเป็นจริง เนื่องจากหมอกควันหนาทึบ ทำให้การตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมทำได้ยาก ขณะที่รัฐบาลอินโดนีเซียยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขพื้นที่เสียหายอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่รายงานว่ามีพื้นที่ถูกเผาไปแล้ว 1.2 ล้านไร่ เมื่อช่วงสิ้นเดือน ก.ค.
ชาวอินโดนีเซีย ต่อคิวเติมน้ำมันกลางหมอกควันไฟป่า
ขณะเดียวกันสถานการณ์ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาสุขภาพจากหมอกควันและการใช้ชีวิตประจำวันในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเมื่อวานนี้ (20 ต.ค.) ชาวเมืองปังกาลันบุน ใน จ.กาลิมันตันกลาง ต้องต่อแถวซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเวลานาน สถานีบริการน้ำมันบางแห่งมีรถต่อคิวยาวหลายกิโลเมตร และต้องรอนานถึง 3 ชั่วโมง ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนเชื้อเพลิง ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายเดือน ประกอบกับไฟฟ้าดับและหมอกควันที่เป็นอันตราย ถือว่าซ้ำเติมความยากลำบากที่ชาวบ้านต้องเผชิญอยู่แล้วจากควันไฟป่า
วิกฤตไฟป่าในปีนี้ทวีความรุนแรงจากสภาพอากาศแห้งแล้งที่เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์เอล นีโญ ส่งผลให้หมอกควันแผ่ปกคลุมหลายพื้นที่ของอินโดนีเซีย รวมถึงลอยข้ามพรมแดนไปยังประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ติมอร์-เลสเต และไกลถึงประเทศฟิลิปปินส์ โดยหมอกควันยังทำให้โรงเรียนบางแห่งในมาเลเซีย และติมอร์-เลสเต ต้องปิดการเรียนการสอน ขณะที่สิงคโปร์ระบุว่า จำนวนวันที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพติดต่อกันสูงกว่าช่วงวิกฤตหมอกควันเมื่อปี 2558 แล้ว
ด้านรัฐบาลอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า ได้ตอบรับความช่วยเหลือจากมาเลเซีย ที่จะส่งเครื่องบิน 3 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ 52 คน เข้าร่วมปฏิบัติการดับไฟป่า ส่วนสิงคโปร์เตรียมให้ความช่วยเหลือเช่นกัน
ขณะที่ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย สั่งระดมทรัพยากรครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับสถานการณ์ โดยทางการระบุว่าได้ส่งเครื่องบิน 47 ลำ และกำลังพลราว 60,000 นาย เข้าปฏิบัติการควบคุมไฟป่าแล้ว
นอกจากนี้ วิกฤตไฟป่ายังคร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า โดยมีรายงานอาสาสมัครเสียชีวิตเพิ่ม 1 คน หลังได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติโบรโม เต็งเกอร์ เซเมรู บนเกาะชวาตะวันออก ส่งผลให้สมาชิกทีมดับไฟป่ากลุ่มดังกล่าวเสียชีวิต รวม 5 คน
อ่านข่าว :
สะท้อนเสียง "วิน จยย.พัทยา" บอก "เสื้อสีน้ำเงินไม่สะดุดตา" นักท่องเที่ยวสับสน
สภาพอากาศวันนี้ "ตะวันออก-ใต้" ฝนตกหนักมาก เตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
ใครได้ประโยชน์จากวิกฤตฝรั่งเศส ? มาครงเสียแต้ม-ขวาจัดลุ้นคว้าชัยเลือกตั้ง