วาทกรรมนักการเมือง กับความเป็นจริง
การเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญ 8 ก.พ.2569 เต็มไปด้วยการใช้วาทกรรมหวังคะแนนเสียง
แต่มีปัจจัยพื้นฐานและความเป็นจริงที่คนไทยต้องไม่ลืม
1. คำถามที่ว่า การสู้รบไทย-กัมพูชา รอบสาม จะเกิดขึ้นหรือไม่?
คำถามนี้ ไม่สำคัญเท่ากับว่า เราเตรียมพร้อมแค่ไหน และดำเนินตามแนวทางที่ทำให้เรามีอำนาจต่อรองเหนือกัมพูชาต่อเนื่องอย่างไร
ที่รัฐมนตรีเขมรบางคนโพสต์ ชี้นำให้คนไทยเลือกพรรคแดง-พรรคส้มมาบริหารประเทศไทย อ้างว่าจะมีโอกาสเกิดการสู้รบรอบสามน้อยกว่า
รัฐมนตรีเขมรอ้างว่า ที่ผ่านมา รัฐบาลอนุทินสนับสนุนกองทัพไทยเต็มที่ เข้ากันเป็นกลองเป็นฉาบ ทำให้มีโอกาสเกิดการสู้รบกับกัมพูชามากกว่า
ความจริง ถ้าไม่ต้องการสู้รบรอบสาม กับกัมพูชา ง่ายนิดเดียว….
รัฐบาลชุดหน้า ก็แค่ยกแผ่นดินที่ยึดมาคืนให้เขมร เปิดด่าน รื้อรั้ว สานต่อแนวทางแบ่งผลประโยน์พลังงานในอ่าวไทยกับเขมรแบบ 50/50 ฯลฯ
แค่นี้ เขมรก็จะไม่ต้องมารบกับไทย
แต่เชื่อว่า คนไทยที่รักชาติรักแผ่นดิน ทหารที่สละเลือดเนื้อชีวิตเพื่อปกป้องสู้รบจนได้แผ่นดินไทยคืนกลับมาหลายหมื่นไร่ ไม่มีวันยอม
นั่นคือเหตุผลที่รัฐบาลและกองทัพต้องเดินหน้าปกป้องดูแลรักษาอธิปไตยแผ่นดิน ซึ่งขัดแย้งเชิงผลประโยชน์กับระบอบฮุนเซน
ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงต้องการรัฐบาลที่เดินหน้าอย่างเป็นเอกภาพกับกองทัพ ยืนยันแผนที่ 1 : 50,000
ไม่เอาทั้งไส้ศึกเขมร หรือลูกน้องมหาอำนาจ
ต้องเดินหน้าเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน ตามแนวที่ไทยได้คืนมาหลายหมื่นไร่ และดำเนินนโยบายให้เขมรตระหนักว่า ถ้ารบกับไทยต่อ มีแต่จะสูญเสียทุกด้าน
เมื่อนั้น เขมรต้องพิจารณาเองว่า จะรบรอบสาม หรือยอมตามเงื่อนไขฝ่ายไทยเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันระยะยาว ?
และเมื่อนั้น ไทยจึงจะชนะ ชนะโดยไม่ต้องรบ เกิดสันติภาพชายแดน
ไม่ใช่ว่าไม่ต้องรบ ไม่ยอมรบ ถึงแพ้ก็ยอม เหมือนบางพวกที่เร่งเปิดด่าน อ้างสันติภาพจอมปลอม อ้างมหาอำนาจมากดดันประเทศไทย
2. คลิปเสียงอังเคิล อดีตนายกฯแพทองธาร สนทนากับสมเด็จฮุนเซน
แม่ทัพภาคสองเป็นคนของฝ่ายตรงข้ามกับเรา… อังเคิลอยากได้อะไรให้บอก… เห็นใจหลานหน่อย…
ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดชัดเจนว่า ทำให้เสื่อมเสียต่อเกียรติภูมิของประเทศอย่างไร กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างไร
ท่าทีของอดีตนายกฯทักษิณ และการรับลูกของอดีตนายกฯ อุ๊งอิ๊งค์ เรื่องแนวคิดการจัดการผลประโยชน์พลังงานในอ่าวไทย พื้นที่ทับซ้อนแบ่งกันคนละครึ่ง 50:50 กับเขมร
ซึ่งเรื่องนี้ นายกฯอนุทินพูดชัดเจนว่า ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นเรายืนยันตามเส้นที่ไทยยึดถือสอดคล้องกับหลักสากลเท่านั้น
คดีชั้น 14 ทักษิณออกไปอยู่นอกเรือนจำ อยู่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 โดยมิชอบ ใครจะถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดบ้าง ใครจะโดนแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมบ้าง
คำพิพากษาคดีภาษีทักษิณ 17,000 ล้านบาท ถึงที่สุดแล้ว คดียิ่งลักษณ์ค่าสินไหมทดแทนจำนำข้าวหมื่นล้านบาท คดีก็ถึงที่สุดแล้ว
เรื่องเหล่านี้ หากคนใกล้ชิดทักษิณ หรือคนใกล้ชิดฮุนเซน ได้เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศอีก จะถูกรื้อขึ้นมาเพื่อลบล้าง สร้างความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองอีกหรือไม่?
3. พรรคส้มเคยใช้วาทกรรมด้อนค่าทหาร ดูหมิ่น ดูแคลน ด่าทอ โจมตี ตัดงบทหาร
“ทหารมีไว้ทำไม รบไปก็ไม่ชนะ กองทัพไม่จำเป็นต้องมีถ้าผู้นำฉลาดพอ - ตัดงบกองทัพลง ทหารไม่ต้องมีแล้ว คุณจะมีอะไรเยอะแยะ จะไปรบที่ไหน ไม่มีแล้ว – กองทัพบกกองทัพอากาศรบด้วยกันไม่ได้ รบไปก็แพ้ -กองทัพส้นตีน - เรือดำน้ำรถถัง เครื่องบินรบ ถ้ามึงเสี้ยนกระสันอยากได้ ให้มันขอรับบริจาค – ปีนี้เราตัดงบกองทัพได้สามหมื่นล้านเลยค่ะ…ฯลฯ”
ก่อนปรากฏความจริงว่า ทหารรบชนะเขมร ชนะใจคนไทย
แต่พอใกล้เลือกตั้ง พลพรรคส้มก็พลิกลิ้น
บางคนตีหน้ามึนว่าตนเองถูกใส่ร้าย ท้าไปหาคลิปมา ก็มี
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลออกมาแก้ตัวพัลวัน กล่าวถึงวาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม รบไปก็ไม่ชนะใคร ไม่จำเป็นต้องมีกองทัพถ้าผู้นำฉลาดพอ” ที่ตนเองเคยปราศรัยเลือกตั้งเมื่อปี 2566
อ้างว่า “ตอนที่ตนพูด นึกถึงทหารสนามกอล์ฟ ไม่ได้นึกถึงทหารสนามรบ มันเป็นความผิดของผมเอง จนถึงทุกวันนี้ผมยังรู้สึกเสียใจ อยากจะขอโทษทหารสนามรบ…”
ความจริง คำพูดนายพิธายังมีอีกหลายครั้ง “ไม่มีใครใช้เรือรบ เขาใช้เรือประมง” – “เปลี่ยนรถถัง เป็นรถไถ” ฯลฯ
ทั้งหมด ตอกย้ำแนวคิดว่า ทหาร กองทัพ ไม่มีความสำคัญอีกแล้ว ไม่มีใครรบกันแล้ว
และสำคัญตรงคำว่า รบไปก็ไม่ชนะ ไม่จำเป็นต้องมีกองทัพถ้าผู้นำฉลาดพอ
มันไม่ใช่เหมือนที่พยายามจะมาแก้ตัวตอนนี้เลย
ในความเป็นจริง คนพรรคส้มที่เคยด้อยค่าทหาร ดูแคลนกองทัพ ดิสเครดิต ขัดขวาง ขัดขาทหาร ทำให้คนเข้าใจผิดกองทัพ นอกจากนายพิธา ก็ยังมีอีกหลายคน
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เคยพูดก่อนนายพิธาเสียอีก บอกว่า สถาบันทหารทำให้ประเทศล้าหลัง ต้องตัดงบทหาร จะมีทหารไปทำไมเยอะแยะ ไม่มีใครเขารบกันแล้ว ทหารไม่ต้องมีแล้ว…
พลพรรคส้มบางคนด่า กองทัพส้นตีน
บางคนพยายามตัดงบทหารลูกเดียว ตัดงบรถถัง เรือดำน้ำเครื่องบิน เอาไปคุยตอนปราศรัยด้วย
บางคนบูลลี่ทหาร บูลลี่คนที่บริจาคสนับสนุนทหารปลุกปั่นสร้างความแตกแยก ฯลฯ
คนพวกนี้ ยังไม่เคยออกมายอมรับผิด หรือยอมขอโทษกองทัพ ขอโทษสังคม
บางคนเคลมมั่วด้วยซ้ำว่า สนับสนุนจัดซื้อเครื่องบินกริพเพนที่ไปทิ้งไข่เขมรจ่ะแม่จ๋า (นั่นเขาซื้อมาตั้งแต่ปี’50)
แถมบางคนตีมึน พยายามเล่นบทว่าถูกใส่ร้าย กดดัน ข่มแม่ค้า ทำโวยวายให้ไปหาคลิปมาว่าเคยด่าทหารตอนไหน!!!!
บางคนโกหกว่าตัดงบททหารเฉพาะช่วงโควิด
ความจริง มีการตัดงบทหารทุกปี ไม่ได้ตัดแค่ช่วงโควิดครับ
ในปีงบประมาณ 2563 งบกองทัพ 231,745 ล้านบาท ถูกตัดไป 20,108 ล้านบาท
งบส่วนที่ถูกตัดทิ้ง เป็นงบยุทโธปกรณ์ทหารสูงถึง 12,859 ล้านบาท
หรือคิดเป็น 63.95% ของงบที่ถูกตัด
ตอกย้ำว่า ไม่ได้ตัดเฉพาะงบที่ไม่เกี่ยวกับการป้องกันประเทศ แต่ตัดงบจัดซื้อจัดหายุทโธปกรณ์และรักษาศักยภาพการรบ การป้องกันประเทศโดยตรง
รายการที่ถูกตัดครั้งนั้น อาทิ การจัดหาเสื้อเกราะป้องกันกระสุน, การจัดหาอาวุธสนับสนุนหน่วยทหารขนาดเล็ก, การจัดหารถพยาบาลทางทหารแบบ 4x4 พร้อมอุปกรณ์การแพทย์, การจัดหารถเกราะล้อยางสำหรับการรบรูปแบบใหม่, - การจัดหารถถังทดแทนรถถัง M41 (รถถัง), การปรับปรุงเรดาร์ กำหนดที่ตั้งปืน-เครื่องยิงลูกระเบิด, โครงการเรือดำน้ำ 2 ลำ (นักการเมืองอ้างตัวเชี่ยวชาญรู้ดีกว่าทหาร อ้างว่าเรือดำน้ำไม่จำเป็น), การจัดหาเครื่องบินฝึกขั้นสูง T-50 (ได้ปฏิบัติการสู้รบรอบนี้ด้วย), โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการป้องกันทางอากาศ ฯลฯ
หลังจากนั้น ยังมีการตัดงบทหารอีกทุกปีครับ
ย้ำ ตัดงบทุกปีครับ
งบปี 2564 ตัดงบทหาร 8 พันล้านบาท (งบที่ตัดเป็นงบยุทโธปกรณ์ 76.75%)
งบปี 2565 ตัดงบทหาร 3.3 พันล้านบาท (งบที่ตัดเป็นงบยุทโธปกรณ์ 75.14%)
งบปี 2566 ตัดงบทหาร 2.7 พันล้านบาท (งบที่ตัดเป็นงบยุทโธปกรณ์ 79.57%)
งบปี 2567 ตัดงบทหาร 2.5 พันล้านบาท (งบที่ตัดเป็นงบยุทโธปกรณ์ 88.71%)
งบปี 2568 ตัดงบทหาร 1.2 พันล้านบาท (งบที่ตัดเป็นงบยุทโธปกรณ์ 50.03%)
และงบปี 2569 ล่าสุด ก็ยังตัดงบทหาร 192 ล้านบาท (งบที่ตัดเป็นงบยุทโธปกรณ์ 7.77%) ถือว่าตัดน้อย เพราะมันตัดมาจนฐานต่ำแล้ว
ข้อมูลข้างต้น จึงชัดเจนว่า งบทหารที่ถูกตัดส่วนใหญ่ คือ งบยุทโธปกรณ์ ซึ่งก็คืองบที่เกี่ยวกับการจัดหา จัดเตรียมความพร้อมรบและระบบป้องกันประเทศ
ไม่ได้ตัดงบทหารเฉพาะช่วงโควิด
ตอกย้ำว่า ที่ผ่านมา พรรคส้มและพวก มุ่งด้อยค่าทหาร แซะทหาร ตัดงบทหาร บ่อนทำลายศักยภาพการป้องกันประเทศอย่างต่อเนื่อง
แม้แต่ยามสู้รบ คนไทยบริจาคช่วยกองทัพ ช่วยหาเสื้อเกราะให้ทหาร ส้มก็ปั่นกระแสโจมตี ดูแคลนด้อยค่า
สส.ส้มดิสเครดิตรุมถล่มมูลนิธิและคนเข้าไปช่วยกองทัพ (เช่น กัน จอมพลัง) อ้างตรวจสอบ
แต่พอใกล้เลือกตั้ง เมื่อทหารไทยสู้รบชนะเขมร และชนะใจประชาชนคนไทย คนไทยทั้งแผ่นดินชื่นชมสนับสนุนทหาร
นั่นเพราะคนไทยตาสว่างจากวาทกรรมทหารมีไว้ทำไมรบไปก็ไม่ชนะของส้ม
พลพรรคส้มต้องการคะแนนเสียง จึงพลิกลิ้น อ้างว่าพวกตนไม่เคยด้อยค่าทหาร!!!!
แต่ถ้าทหารไทยรบแพ้ พรรคส้มคงจะเหยียบซ้ำ ไม่มีวันออกมาพลิกลิ้นแบบนี้
4. ดึงดันเปลี่ยนแปลงแก้ไขเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์
รธน. หมวด 1 บททั่วไปเกี่ยวกับรูปแบบการปกครอง, หมวด 2 เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ สถานะ พระราชอำนาจ องคมนตรี
สำหรับนักการเมืองที่ต้องการแก้ปัญหาปากท้องชาวบ้าน นี่คือหมวดที่ไม่จำเป็นต้องแก้ไขเลย
แต่สำหรับคนที่ต้องการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย ลดพระราชอำนาจ เปลี่ยนแปลงพระราชสถานะ นี่คือหมวดที่ต้องรื้อแก้ให้ได้
วันก่อน หัวหน้าพรรคส้ม แคนดิเดตนายกฯเท้ง ยืนยันบนเวทีดีเบต ว่าจะแก้หมวด 1-2 อ้างว่าแก้ยังไงก็ล้มล้างการปกครองไม่ได้…
จำได้ไหม… พิธาประกาศกลางสภา จะจัดวางพระราชสถานะ พระราชอำนาจ…
เท้งเอง ก็ให้สัมภาษณ์ Time เกี่ยวกับสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ และยังต้องการจะแก้กฎหมายอาญามาตรา 112
ครั้งนี้ ถ้าไม่แตะกษัตริย์ จะแก้หมวด 1-2 ไปทำไม… แก้ยังไง… ยังเก็บงำไว้
จะแก้มาตรา 6 ที่กำหนดว่าผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ เพื่อปลดล็อกนำไปสู่การแก้ไข/ยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 เหมือนที่เคยพยายามทำหรือไม่ ก็ไม่เปิดเผย ?
ในความเป็นจริง แม้ปากบอก “ไม่มีนโยบายแก้ 112” นั่นก็แค่ศาล รธน. ห้ามมิให้เอามาหาเสียงเลือกตั้ง แต่ความอยากแก้มันปิดไม่มิดมาตลอดครับ
เหมือนที่เคยด้อยค่าทหาร มีไว้ทำไมรบไปก็ไม่ชนะ แล้วมาพลิกลิ้นทำหน้าซื่อเอาภายหลังเพราะกลัวประชาชนจะไม่ลงคะแนนให้นั่นแหละครับ
รธน. หมวด 1-2 มันไม่มีอะไรเกี่ยวกับชีวิตปัญหาปากท้องชาวบ้านเลย ตกลงว่านี่พรรคประชาชน หรือพรรคไม่สนใจเสียงประชาชน มีใบสั่งใครว่าต้องทำ หรือไม่ ?
ล่าสุด หัวหน้าพรรคส้มยืนยันจะแก้หมวด1-2 รู้ทั้งรู้ว่าประชาชนไม่ต้องการ (มีคลิปชาวบ้านผู้สนับสนุนพรรคส้มพูดต่อหน้าเท้ง ต่อหน้าผู้สมัครส้ม หลายคลิป ว่าไม่ควรแตะพระมหากษัตริย์ ซึ่งต่อหน้าชาวบ้าน เท้งก็รับปาก จ้ะแม่จ้ะแม่จ๋า)แบบนี้ หมายความว่า นั่นแค่รับปากกลบเกลื่อน โดยหากประชามติเห็นชอบชนะ พรรคส้มก็จะอ้างเป็นความชอบธรรมแก้หมวด 1-2 (ทั้งๆ ที่ทุกพรรคการเมืองบอกว่าไม่แตะ) ใช่หรือไม่?
5. ช่วงเลือกตั้ง ประชาชนตัวจริงต้องระมัดระวังวาทกรรมของพรรคการเมืองนักการเมือง
ยกตัวอย่าง
คุณศุภจีดีเบตชนะหลุดลุ่ย ส้มใช้วิธีปั่น หลอกด้อมว่าเลือกฉันสิ เดี๋ยวก็ได้ศุภจีมาช่วยอยู่ดี !!!
เท้งสารภาพว่าเอากราฟดาต้าบูโรของหน่วยงานรัฐไปโชว์ออกทีวี ด้อมพากันอวย แถมด้อยค่าหน่วยงานรัฐว่าโง่ ไม่คิดทำอะไรแบบนี้ !!!
เท้งเคลมว่า สส.ส้ม หนุนอนุมัติซื้อกริพเพนที่ไปทิ้งไข่เขมรนะแม่ ด้อมเคลมทวงบุญคุณทหาร แต่ความจริง กริพเพนที่ใช้งานนั้นเขาซื้อมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลสุรยุทธ์!!!
ด้อมเคลมงานสีสันศิลป์ถิ่นลำพูนว่าเป็นผลงาน อบจ.ส้มแถมด่าทับถมรัฐบาล ทั้งๆ ที่คนจัดงาน คือ จังหวัดลำพูน(มหาดไทย) เทศบาลลำพูน และ ททท. (กระทรวงท่องเที่ยวฯ)!!!
อดีตสส.ส้ม เถียงแม่ค้า ใช้โทรโข่งข่ม ไหนคลิปด่าทหาร เราไม่เคยด่าทหาร แต่ความจริงคลิปเกลื่อนโซเชียล ทหารมีไว้ทำไมรบไปก็ไม่ชนะ ทั้งบูลลี่ ด้อยค่า ด่าทอ ตัดงบทหาร(ไม่ได้ตัดงบแต่ช่วงโควิดด้วย)!!!
ศาสดาส้มพยายามโกหกหน้าตาย ทหารมีไว้ทำไมไม่ได้ด้อยค่าทหาร ไม่ได้ลดทอนภารกิจป้องกันประเทศ แต่ตัวเองพูดชัด ทหารมีไปทำไมเยอะแยะ ไม่มีใครรบกันแล้ว ให้ตัดงบทหารลง!!!
ส้มพยายามกลบเกลื่อน ต่อหน้าชาวบ้านอ้างว่าไม่มีนโยบายแก้ 112 (เพราะศาล รธน. ไม่ให้เอามาทำนโยบายหาเสียง) แต่ไม่กล้าบอกประชาชนตรงๆ ว่า ตนยังต้องการแก้ 112เช่นเดียวกับนิรโทษคดี 112!!!
สโลแกนมีเราไม่มีเทา แต่ผู้สมัครโดนจับฟอกเงินยาเสพติด อีกคนเป็นเจ้าของเว็บพนันออนไลน์ หลักฐานแน่นหนา ด้อมบอกตำรวจคัดออกแล้วก็เลยเหลือแต่ของสะอาดให้เลือก ทั้งๆ ที่คนในพรรคเองบอกว่าเตือนแล้วแต่พรรคยังเลือกผู้สมัครคนดังกล่าวมาใส่แผงไว้จนถูกตำรวจจับ ลองคิดง่ายๆ แค่คำคุยคำแรกว่าคัดผู้สมัครอย่างดีไม่มีเทา ยังทำไม่ได้เลย คำคุยโวอื่นๆ ที่มาขายฝัน ขอโอกาสทำงาน ใครจะเชื่อ!!!
ฯลฯ
สันติสุข มะโรงศรี